บทที่ 35 ความว่างเปล่าของโลกแห่งปรากฏการณ์
Chapter Thirty-Five
Topic of the Voidness of the Phenomenal World
จงละวางและโยนสิ่งเหล่านั้นทิ้งไป พึงสถิตอย่างมั่นคงอยู่ในตัวท่านเองเป็นนิตย์
ฤภู กล่าวว่า
คำอธิบายเพิ่มเติมสำหรับบทนี้
นิรามิสสุข คือสุขที่เกิดโดยปราศจากอามิสหรือสิ่งภายนอก เป็นความสุขที่ไม่ต้องวิ่งไปหาจากภายนอก แต่ความสุขเกิดจากภายใน ด้วยเจริญสติภาวนา ด้วยการฝึกจิตให้อยู่กับสมาธิ ไม่ให้จิตดิ้นรนออกไปตามสิ่งที่เราไปสัมผัสด้วยตา หู จมูก ลิ้น กาย และสัมผ้ส ความสุขเกิดความสงบ ความสะอาด และความสว่างของดวงจิตภายในของเรา ซึ่งเป็นความสุขที่ละเอียด ยั่งยืน และมั่นคงไม่ต้องหาวิ่งหา ไม่ต้องใช้เงิน ซึ่งเป็นความสุขที่หาซื้อไม่ได้ ใครอยากได้ต้องทำเอง
อันตกรณ
อวัยวะภายใน (โครงสร้าง) ประกอบด้วย มนัส, พุทธิ, จิตตะ และ อหังการ มีหน้าที่ต่างกัน
- มนัส : ใจ มีลักษณะ สงสัย (วิกัลป์ปะ) และ มุ่งมั่น (สังกัลป์ปะ) มักจะใช้คำว่า มนัส หรือ ใจ เป็นคำเรียกที่รวมเอาพุทธิหรือจิตตะไว้ด้วย
- พุทธิ : สติปัญญา ยกระดับได้ด้วยพลังของการบำเพ็ญเพียร (มุ่งมั่นและปฏิบัติ)
- จิตตะ : จิต เป็นคลังของความประทับใจในอดีต
- อหังการ : กำหนดลักษณะโดยความรู้สึกว่า “ตัวฉัน”
- ชีวา (ปัจจเจกวิญญาณ) ในสำขยะคือ วิญญาณเดี่ยวที่แยกออกจากปุรุษะ โดยเชื่อมต่อกับอัตตา, พุทธิ, จิต และความรู้สึกถูกจำกัดโดยร่างกาย
- ชีวา กล่าวในสำขยะว่า ด้วยการบ่งชี้ปุรุษะที่ผิดพลาดของพุทธิ ทำให้เกิดข้อจำกัดและอวิชชา, พึงพอใจและเจ็บปวด, พันธะและความตาย ซึ่งสามารถก้าวข้ามด้วยความรู้แห่งสัจธรรม
นามของศิวะ หมายถึง ผู้บำเพ็ญประโยชน์
ตรีกายา
กาย 3 ประเภท
- สถุลาสรีระ (กายหยาบ) คือเปลือกของอาหาร ประกอบด้วยธาตุทั้งห้า
- สุขมาสรีระ (กายละเอียด) คือร่างของจิตและพลังงานสำคัญซึ่งทำให้กายมีชีวิต กายละเอียดจะรวมกับกายทิพย์ซึ่งส่งต่อวิญญาณ หรือ ชีวา ที่แยกออกจากการยหยาบเมื่อตาย ประกอบด้วย
- ปราณามายาโกษา เกี่ยวกับลมปราณ
- มโนมายาโกษา เกี่ยวกับจิตและสัมผัส
- วิทยานะมายาโกษา เกี่ยวกับพุทธิและสัมผัส
- กรนาสรีระ (กายทิพย์) เป็นเพียงเมล็ดพันธุ์ของการหยาบและกายละเอียด กล่าวว่ามีความซับซ้อนมากที่สุด เพราะประกอบไปด้วยประสบการณ์ที่ประทับใจที่เกิดขึ้นในอดีต หรือสิ่งห่อหุ้มความสุข (อนันตมายาโกษา)
(ภาวนา) หมายถึง สภาวะ ทัศนคติ ท่าทาง อารมณ์ ความคิด อารมณ์ ความคิดเห็น การจัดการจิต ธรรมชาติ ความมุ่งมั่น ความรู้สึก ความละเอียด ศรัทธา ความเชื่อมั่น การไตร่ตรอง สมาธิแบบนามธรรม
สภาวะทั้ง 4 คือ
- ตื่น
- ฝัน
- หลับลึก
- ทุริยา เป็นภูมิหลังที่รองรับและแผ่ซ่านไปทั่วทั้งสามสภาวะของจิตสำนึก
ปัญจชาระ มันตรา คือ มนต์ 5 พยางค์ “นะมัชศิวายะ” หมายถึง “นอบน้อม (เคารพ เชื่อฟัง) ต่อศิวะ”
มนต์ 8 พยางค์สำหรับบูชาองค์วิษณุ : โอม นะโม นารายะนายา
อวัยวะรับสัมผัส, สัมผัสละเอียดอ่อน (ทานมาตระ), และเทวะประจำอวัยวะแห่งการสัมผัส
- มนัส (จิตใจ) : จันทรา
- พุทธิ (สติปัญญา) : พรหม
- อหังการ (ego) : รุทระ
- จิต (ความคิด, สติปัญญา) : วสุเทวะ
- ประสาทสัมผัส และเทวะ มีดังนี้
- หู (เสียง) : อากาศ (ที่ว่าง, ทิศทาง)
- ผิว (สัมผัส) : วายุ (ลม)
- ตา (รูป) : สุริยะ (พระอาทิตย์)
- ลิ้น (รส) : วรุณ (น้ำ)
- จมูก (กลิ่น) : อัศวินกุมาร (เทวะคู่แห่งการปรุงยา)
อวัยวะที่ใช้กระทำ และเทวะ มีดังนี้
- วาจา (พูด) : อัคนี (ไฟ)
- ปานิ (มือ) : อินทรา (เทวราชา)
- บาทา (เท้า) : วิษณุ (ผู้ธำรงรักษา)
- พายุ (ขับถ่าย) : มฤตยู (เทพแห่งความตาย)
- อุบัติ (การเกิด) : ประชาบดี (ต้นกำเนิดบรรบุรุษ)
พื้นฐานการเคลื่อนลมปราณ 10 ประการ (ในช่องที่ละเอียดอ่อนหรือหลอดเลือด)
- ปราณ มีหน้าที่ หายใจออก, หายใจเข้า, ไอ, กลั้นหายใจ, เคลื่อนไปที่ปาก, รูจมูก, ลำคอ, สะดือ, นิ้วโป้งเท้าทั้งสอง และ บน/ล่างของกุณฑาลินี (กระดูกกระเบนเหน็บ)
- อปาน มีหน้าที่ ขับอุจจาระ, ปัสสาวะ และสิ่งที่คล้ายกัน, การเคลื่อนไหวทั้งร่างกาย, ทวารหนัก, อวัยเพศ, ต้นขา, เข่า, น่อง, ท้อง, สะโพก, หน้าแข้ง, สะดือ และอื่นๆ
- วิยานะ ทำหน้าที่ ให้และจับความเคลื่อนไหว ในหู, ตา, ตะโพก, ข้อเท้า, ส้นเท้า, จมูก, คอ และส่วนต่างๆ ในร่างกายทั้งหมด
- อุทานะ ทำหน้าที่ที่ตรงขึ้นด้านบน คือ แบกของสูงขึ้น, การเคลื่อนไหวในกึ่งกลางของลำคอและที่ข้อต่อทั้งหมด
- สมานะ ทำหน้าที่บำรุงร่างกายในสะดือ, แผ่ซ่านไปที่มือและเท้าและส่วนอื่นๆ ของร่างกาย ตลอดทั้ง 72000 ช่องเล็กๆที่ละเอียดอ่อน แทรกซึมไปในส่วนหลักและส่วนย่อย
ส่วนย่อยของปราณคือ
- นากะ ทำหน้าที่ เรอ หรือที่เหมือนกัน
- คุรมะ ทำหน้าที่ เปิดและปิดเปลือกตา
- ครคาระ ทำหน้าที่ สะอึก
- เทวะทัตตะ ทำหน้าที่ หาวและนำเข้าสู่การหลับ
- ธานานชายะ ทำหน้าที่สร้างเสมหะ, การบวม และที่คล้ายกัน, แผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย ; กล่าวกันว่าจะไม่ทิ้งร่างแม้จะตายแล้ว
คำสอนเกี่ยวกับพิธีกรรมและการบูชาเทวะในเทวสถาน (ที่เปิดเผยจากสวรรค์, มิใช่มนุษย์เขียนขึ้นมา) ซึ่งถูกแบ่งแยกออกจากพระเวท
การสนับสนุน 6 หรือ 6 จักระ หรือ ศูนย์กลางในเส้นกุณฑาลินี ประกอบด้วย
- มุลาทาระ เกาะกันเป็นก้อน ติดต่อกัน กระตุ้นความรู้สึกของกลิ่น
- สวาธิศธานะ การหดตัว กระตุ้นความรู้สึกของรส
- มณีปุระ ขยายออก, สร้างความร้อน กระตุ้นการมองเห็นสีและรูปร่าง
- อนาหาตะ การเคลื่อนไหวทั่วไป, กระตุ้นความรู้สึกของสัมผัส
- วิสุทธิ ทำให้เกิดที่ว่าง, กระตุ้นความรู้สึกของการได้ยิน
- อจนา จิตปัญญา
Reference: "The Ribhu Gita", First English Translation from the Original Indian Epic,
SIVARAHASAYA
Translated by Dr.H.Ramamoorthy , Assisted by Master Nome.
