บทที่ 31 การบรรลุพรหมันพร้อมตัวอย่าง

Chapter Thirty-One

Topic of Attaining of Brahman, with Examples

โลกอาจมีอยู่จริง ถ้าคนที่ตายไปแล้วฟื้นคืนชีพ, ถ้าเนยกลับคืนเป็นนมตามธรรมชาติได้

ฤภู กล่าวว่า

31.1 การได้ฟังเรื่องความรู้แห่งพรหมัน, ซึ่งอัศจรรย์และหาได้ยากยิ่ง, และด้วยการสดับเพียงครั้งเดียว, ย่อมบรรลุถึงการหลุดพ้นสูงสุด.
31.1 Ribhu: Hear about the Knowledge of Brahman, which is wonderful and is difficult to obtain, and which, by hearing once, Supreme Liberation is attained.
31.2 มันคือสัจธรรม, มันคือสัจธรรมที่ว่าโลกไม่มีอยู่จริง; ไม่มีทั้งสังกัลปะ, ความเข้าใจ, และสิ่งเช่นนั้นดำรงอยู่. ความรู้แห่งพรหมันถูกห่อหุ้มอยู่ในตัวนิรามิสสุขเองตลอดกาล.
31.2 It is the truth, it is the truth that the world exists not; nor do sankalpa, understanding, and such exist. The Knowledge of Brahman is ever enveloped in Bliss itself.
31.3 มันคือนิรามิสสุข, ไร้การเปลี่ยนแปลง, เป็นสันติสุข, คือธรรมชาติหนึ่งเดียว, และไร้ความทุกข์. โลกแห่งปรากฏการณ์ของจิตไม่มีอยู่จริง. โดยแท้แล้ว, ไม่มีการกระทำใดๆ ที่เป็นจริง.
31.3 It is blissful, changeless, peaceful, of one nature, and afflictionless. The phenomenal world of the mind exists not. Truly, there is nothing of action that can be reality.
31.4 แนวคิดของโลกนั้นไม่จริง. ไม่มีรูปที่มองเห็น. สังกัลปะคือธรรมชาติของความลวง. โลกไม่ใช่ผลจากการกระทำของมัน.
31.4 The concept of the world is unreal. There is nothing of form to be seen. Sankalpa is of the nature of unreality. The world is not the result of its activity.
31.5 เช่นนั้นแล้ว สรรพสิ่งล้วนไม่จริง. กาลเวลา, อิศวร, ผู้สร้าง, และโลก สิ่งเหล่านี้เป็นแนวคิดเฉกเช่น บุตรของสตรีที่เป็นหมัน.
31.5 All is thus unreal. Time, Isvara, the creator, and the world are concepts like the fear of the son of a barren woman.
31.6 โลกที่ปรากฏต่อหน้าข้าฯ เหมือนสุดยอดของภูเขาในเมืองมายาแห่งกานทาวะ (ปราสาทในท้องฟ้า). โลกอาจดำรงอยู่ได้ ถ้ามีคนพึงพอใจจากการดื่มน้ำแห่งมายา.
31.6 The world appears in front of me like the top of a peak in the illusory city of Gandharva-s in the sky (castles in the air). The world would exist if one could get satisfaction from drinking of the waters of a mirage.
31.7 ให้เป็นเหมือนคนถูกฆ่าโดยยอดเขา ไม่ใช่ถูกสังหารด้วยลูกธนู.
31.7 Let this be like a man being killed by the peak of a mountain and not by an arrow.
31.8 โลกอาจกลายเป็นจริงอย่างแท้จริง ถ้าท้องฟ้ากลายเป็นมหาสมุทรสีฟ้า. โลกอาจมีอยู่จริง ถ้าเงินในเปลือกหอยนางรมกลายเป็นเครื่องประดับได้จริง,
31.8 Truly the world becomes real if the sky is an ocean of blue. The world would exist if the silver in the oyster shell could become a real ornament,
31.9 (โลกอาจมีอยู่จริง) ถ้ามนุษย์เข้าสู่วัฏจักรการโอนย้าย (วัฏสงสาร) ได้โดยการถูกฆ่าด้วยงูมายา (งูที่เป็นภาพมายาซึ่ง) ซ้อนทับอยู่บนเชือก, (โลกอาจมีอยู่จริง) ถ้าไฟที่ลุกโชนสามารถถูกดับลงได้ด้วยลูกศรดอกไม้,
31.9 if man could enter into the transmigratory cycle by being killed by the snake that is an illusory superimposition on a rope, if burning flames of fire could be quenched by an arrow of flowers,
31.10 หรือ (โลกอาจมีอยู่จริง) ถ้าหุงหาอาหารได้โดยใช้ท่อนไม้ที่เป็นลำต้นยังเป็นสีเขียว. พรหมัน, นิรามิสสุขนิรันดร์, อยู่ลำพังด้วยตัวเองตลอดกาล.
31.10 or if cooking could be done by a log which is the stem of a green plantain tree. Brahman, the eternally blissful, is ever alone by itself.
31.11 โลกอาจมีอยู่จริง ถ้าเกิดความพึงพอใจทันทีจากหมู่สาวพรหมจารี. พรหมัน, นิรามิสสุขนิรันดร์, อยู่ลำพังด้วยตัวเองตลอดกาล.
31.11 The world would be real if instant satisfaction could be had from a bevy of virgins. Brahman, the eternally blissful, is ever alone by itself.
31.12 การสร้างโลกจะเกิดขึ้นจริง ถ้ามี หงส์-กา อยู่ในป่ามายา. โลกจะเป็นอย่างนั้น (มีอยู่จริง), ถ้ามนตราพื้นฐาน [ซึ่งปกติแล้วมีธรรมชาติเป็นความเคร่งขรึม และเกี่ยวข้องกับการออกเสียง] สำหรับสร้างแรงอันทรงพลัง สามารถใช้สนทนาเป็นที่น่าพึงพอใจ.
31.12 The creation of the world would be present if there were a crow-swan in an illusory forest. The world would be, if the basic mantra [which is usually solemn in nature and has involved pronunciation] for establishing a powerful force could constitute a pleasing conversation.
31.13 โลกอาจมีอยู่จริง ถ้าคนที่ตายไปเมื่อเดือนที่แล้วคืนกลับมา. ชิ้นส่วนของโลกอาจดำรงอยู่จริง ถ้าเนยสามารถกลับคืนเป็นนมตามธรรมชาติได้.
31.13 The world would be if a man who died a month ago were to return. Pieces of the world could exist if buttermilk could attain the nature of milk.
31.14 โลกอาจมีอยู่จริง ถ้าน้ำนมที่ออกมาจากเต้าของวัวไหลกลับเข้าไปในจุกนม. โลกคงมีอยู่จริง ถ้า...
31.14 The world would be if the milk coming out of the udder of a cow were to flow back into the teats. Let the world ever be if...
31.15 โลกอาจมีอยู่จริง ถ้าช้างตกมัน (บ้า) สามารถมัดผมเต่าได้. โลกอาจมีอยู่จริง ถ้าเขาพระสุเมรุถูกลากด้วยสายบัว.
31.15 The world would be if an elephant gone mad could be tied by the hairs of a tortoise. The world would be if the Meru mountain were to be dragged by lotus tendrils.
31.16 โลกอาจมีอยู่จริง ถ้าแม่น้ำ มหาสมุทร ถูกทับถมด้วยคลื่นแห่งมาลัย. โลกอาจมีอยู่จริง ถ้าดอกบัวเติบโตขึ้นท่ามกลางเปลวเพลิง.
31.16 The world would be if the ocean river were to be dammed by a garland of waves. The world would be if a lotus were to grow in a flaming conflagration.
31.17 ทั้งหมดนี้จะเป็นไปได้ ถ้าปราสาทของอินทราเป็นตัวเป็นตนบนภูเขาขนาดใหญ่. พรหมันคือนิรามิสสุขนิรันดร์, อยู่ลำพังด้วยตัวเองตลอดกาล.
31.17 All this would be if Indra’s mansion were to materialize on a huge mountain. Brahman is ever blissful and is ever alone by itself.
31.18 โลกอาจมีอยู่จริง ถ้าปลามาอยู่บนเมล็ดบัว. คงจะเป็นไปได้ ถ้าสุริยันแตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยและถูกกลืนกิน. คงจะเป็นไปได้ ถ้าภูเขาพระสุเมรุมีหาง.
31.18 This world would be if a fish were to come and stay on a lotus seed. This would be if the sun were splintered and swallowed up. This would be if the mountain Meru had a tail.
31.19 เป็นดั่งจินตนาการ ว่าราชสีห์ถูกสังหารและกัดกินด้วยยุง. โลกอาจมีอยู่จริง ถ้าทั้งสามโลกอยู่ภายในโพรงของอะตอม.
31.19 It is as if it were imagined that a lion is killed and consumed by a mosquito. The world would be if all the three worlds were contained inside the hollow of an atom.
31.20 โลกอาจมีอยู่จริง หากวัตถุในฝันยังคงอยู่เมื่อเราตื่น. โลกนี้อาจคงอยู่ตลอดไป หากสายน้ำ (ในแม่น้ำ) ที่ไหลนั้น หยุดนิ่ง.
31.20 The world would be if a dream object were to continue in the waking state. Let this world ever be if the flowing river stands still.
31.21 โลกอาจมีอยู่จริง ถ้ามีคนยืนยันว่าคนตาบอดกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญในการพิจารณาอัญมณี. โลกอาจมีอยู่จริง ถ้าราหู “ดาวเงา” ถูกมองเห็นโดยปราศจากสุริยันและจันทรา.
31.21 The world would be if one confirmed blind becomes an expert in the scrutiny of gems. The world would be if Rahu, “the shadow planet,” were to be seen without the sun and the moon.
31.22 โลกอาจมีอยู่จริง หากมีการเติบโตจากเมล็ดพืชที่เน่าเปื่อย, หรือหากมีสิ่งใดที่เกิดจากจิต ที่เจริญเติบโตได้. โลกอาจมีอยู่จริง หากคนจนได้สัมผัสความสำราญของผู้มั่งมี.
31.22 The world would be if there is growth from a decayed seed, or if anything born of the mind were to grow. The world would be were the indigent to experience the pleasures of the affluent.
31.23 โลกอาจมีอยู่จริง หากน้ำนมที่รีดออกมาแล้วไหลกลับได้ (เข้าจุกนม) หรือหากมีกระจกเงาและไม่มีแสงสะท้อน.
31.23 The world would be if the milk that has been milked out were to flow back again (into the teats) or if there is only a mirror and no reflection.
31.24 โลกอาจมีอยู่จริง ถ้าท้องฟ้าหายไปและเหลือเพียงเงาสะท้อน. เมื่อไม่มีช้างอยู่ในครรภ์ของริ้น (เห็บ); ในทำนองเดียวกัน, ก็ไม่มีโลกในตัวเรา.
31.24 The world would be if the sky were to disappear and only its reflection remain. There is no elephant in the womb of a gnat; likewise, there is no world inside us.
31.25 ดั่งเช่นที่กล่าวไว้ในคัมภีร์, โลกคือพรหมันทั้งสิ้น. เหมือนฝ้ายที่เผาไหม้ด้วยไฟ ย่อมหมดสิ้นไปและไม่เหลือสิ่งตกค้างฉันใด, โลกก็ไม่มีอยู่ฉันนั้น.
31.25 Just as the scriptures are revelations, the world is all Brahman. Just as cotton consumed by fire ceases to exist and leaves no residue, so is the world nonexistent.
31.26 พรหมันคือสิ่งสูงสุด. พรหมันคือแสงสว่างสูงสุด, เป็นความสูงสุดในเบื้องสูง, และอยู่เหนือสรรพสิ่ง. แนวคิดของ "ความแตกต่าง", "ความเป็นคู่" หรือ "ความไม่เป็นคู่" ไม่เคยมีอยู่จริง.
31.26 Brahman is Supreme. Brahman is the Supreme Light, he highest of the high, and beyond all. The concepts of “difference,” “duality,” or “nonduality” never exist.
31.27 ความทุกข์ยากของโลกคือสภาวะ (โหมด) ต่างๆ ของจิต. การทำลายล้างจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อมันมีอยู่จริง. พันธะเกิดจากสังกัลปะ. ถ้ามันมีอยู่, ก็ให้เชื่อมั่นว่าคือพรหมัน.
31.27 The misery of the world is the many modes of the mind. Destruction of it arises only if it exists. Bondage is born of sankalpa. If it exists, be of the conviction of being Brahman.
31.28 เจตคติของความเป็นคู่จะมีขึ้น หากมีความชั่ว, การกระทำ, ร่างกาย และอื่น ๆ. จิตคือโรคร้าย. ถ้าท่านทุกข์ใจเพราะจิต, พรหมันก็คือแพทย์สำหรับรักษาโรคร้ายนั้น.
31.28 There is the attitude of duality if there is nescience, action, body, and such. Mind is the mighty disease. If you are afflicted by it, Brahman is the physician therefor.
31.29 ถ้า “ข้าฯ” กลายเป็นศัตรู, พึงเชื่อมั่นว่า “ข้าฯ คือพรหมัน”. หากมีทุกข์จาก "ข้าฯ คือร่างกาย" พึงเชื่อมั่นว่า ข้าฯ คือพรหมัน.
31.29 If “I” becomes the enemy, be of the conviction “I am Brahman.” If there be the misery of “I am the body,” be of the certitude that I am Brahman.
31.30 หากมีภูติแห่งความไม่แน่นอน, จงทำลายมันด้วยพรหมันเพียงสิ่งเดียว. เมื่อมีผีแห่งความเป็นคู่, จงขับไล่ด้วยขี้เถ้าศักดิ์สิทธิ์แห่งความไม่เป็นคู่.
31.30 If there be the goblin of uncertainty, destroy it by Brahman alone. When possessed by the ghost of duality, have recourse to the sacred ashes of nonduality.
31.31 หากมีภูตผีของการไร้อาตมันอยู่, ให้ผูกมัดด้วยมนตราแห่งอาตมัน. พรหมันคือนิรามิสสุขนิรันดร์ และ อยู่ลำพังด้วยตนเองตลอดกาล.
31.31 If there be the ghost of nonself, bind it by the spell of the Self. Brahman is ever blissful and ever alone by itself.
31.32 ดังนั้น ตัวพรหมันเองจึงถูกสถาปนาขึ้นด้วยตัวอย่าง ๖๔ ประการ (ที่กล่าวมานี้). ใครก็ตามที่ได้สดับเรื่องนี้ทุกวัน เขาคือผู้หลุดพ้น. อย่างไม่ต้องสงสัย.
31.32 Thus, Brahman itself has been established by sixty-four examples. Whichever man hears this daily is liberated. There is no doubt about this.
31.33 เขาได้บรรลุวัตถุประสงค์ของเขา. ไม่จำเป็นต้องสอบถามเพิ่มเติมใดๆ อีก.
31.33 He has accomplished his objective. There is no need for further enquiry about this.
31.34 พระบาท (เท้า) ดอกบัวของพระองค์, มเหศวร! ไร้รูป, ไร้กลิ่น, อยู่ในห้วงดวงใจตลอดกาล. เป็นบ่อเกิดแห่งความสุขแก่ผู้มีความรู้, สุกสกาวเปล่งประกายฉายรัศมี, และส่องสว่างรายล้อม, อยู่เหนือจิตและวาจา.
31.34 Your lotus feet, Mahesvara! without form, without scent, ever in the recesses of the heart, always a source of joy to the knowledgeable, glowing with effulgence and looming with luster, and shedding brightness around, transcend mind and speech.

Get carried away?

อ่าน “ฤภูคีตา” เพิ่มเติม

กลับไปสารบัญ

index

คำอธิบายเพิ่มเติมสำหรับบทนี้

นิรามิสสุข คือสุขที่เกิดโดยปราศจากอามิสหรือสิ่งภายนอก เป็นความสุขที่ไม่ต้องวิ่งไปหาจากภายนอก แต่ความสุขเกิดจากภายใน ด้วยเจริญสติภาวนา ด้วยการฝึกจิตให้อยู่กับสมาธิ ไม่ให้จิตดิ้นรนออกไปตามสิ่งที่เราไปสัมผัสด้วยตา หู จมูก ลิ้น กาย และสัมผ้ส ความสุขเกิดความสงบ ความสะอาด และความสว่างของดวงจิตภายในของเรา ซึ่งเป็นความสุขที่ละเอียด ยั่งยืน และมั่นคงไม่ต้องหาวิ่งหา ไม่ต้องใช้เงิน ซึ่งเป็นความสุขที่หาซื้อไม่ได้ ใครอยากได้ต้องทำเอง

วิวารตะ ภาพลวงตาและรูปลักษณ์ที่ไม่จริงซึ่งเกิดจากอวิชชา (ความไม่รู้) ตัวอย่างเช่น งู คือ วิวารตะ ของ เชือก

มาจากภาษาสันสฤต พรห = การเติบโต และ มัน = การหายไป (จากสถานที่หรือเวลา) ดังนั้น พรหมันจึงหมายถึงสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุด 

  • พรหมันคือสิ่งเดียวที่เป็นจริง อยู่เหนือคำจำกัดความ การยอมรับที่สัมผัสได้ และ จิตใจของมนุษย์ 
  • พรหมันถูกมองว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไร้ข้อจำกัด, เคยมีอยู่, ไร้ข้อจำกัดในสถานที่และเวลา, ไม่เปลี่ยนแปลง, ไม่มีที่ติ, ไร้คุณสมบัติ, ไร้คุณลักษณะ, ไร้ชื่อหรือรูปแบบ, ไม่เกิดและไม่เติบโต, ไม่มีวุฒิภาวะ, ไม่เสื่อมสลาย, ไม่มีอะไรที่คล้ายคลึง และไม่มีอะไรแตกต่างจากพรหมัน 
  • พรหมันถูกกล่าวว่าเป็นความรู้บริสุทธิ์, เป็นเหตุแห่งประสิทธิภาพและแก่นสารของจักรวาล, เป็นจิตวิญญาณที่แผ่ซ่านไปทั่วจักรวาล, เป็นแก่นของการสร้างสิ่งมีชีวิตและสิ่งที่สิ่งมีชีวิตซึมซับอยู่ 
  • ปรากฏการณ์ทั้งหมดของโลก, คุณภาพ, การกระทำ, การเผยให้เห็น กล่าวกันว่าเป็นการลวงตาที่ซ้อนทับบนพรหมัน  
  • ในอุปนิษัทนิยมพรหมันว่าเป็นอาตมันสากล, เป็นความจริงแท้ และที่สำคัญที่สุดก็คือการอธิบายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันในฤภูคีตานี้

สิ่งลวงตา เป็นพื้นฐานที่ทำให้เกิดโลกแห่งปรากฏการณ์ ; มายาถูกเรียกว่าเป็นพลังแห่งการบดบัง ; ในอัทไวตะพิจารณามายาว่าเป็นสิ่งคู่ที่อยู่อีกด้านหนึ่งของพรหมัน นอกจากนี้กล่าวกันว่ามายานั้นไม่ใช่ทั้งจริง และไม่ใช่สิ่งลวง ;

ท่านศังกรา กล่าวว่า เหตุผลแรก เพราะโลกคือปรากฏการณ์, มายาจึงไม่จริง และ เหตุผลที่สอง เมื่อมายาหายไปจะเกิดความรู้แห่งอาตมัน ดังนั้น มายาจึงไม่จริง ; ท่านศังกรายังกล่าวด้วยว่า มายานั้นใช้แทนความไม่รู้ (อวิชชา) มายานี้ไม่มีอยู่จริง, ไม่เป็นสสารหรืออะไรก็ตาม แต่ก็มิใช่ “สิ่งที่ไม่จริง” , เพราะว่ามายานั้นมิได้มีอยู่ ; อาตมันหรือพรหมันนั้นเป็นหนึ่งไม่มีสอง และในอาตมันหรือพรหมันนั้น แท้จริงแล้ว ไม่มีมายา

อาตมันคือหนึ่งและสากล แตกต่างจากร่างกาย, ประสาทสัมผัส, ความรู้สึก, ใจ, สติปัญญา, ความรู้สึกภายใน, และอื่นๆ เป็นเพียงผู้สังเกตการณ์ต่อกิจกรรมและไม่ได้รับผลกระทบจากสิ่งใด

  • อาตมันมีธรรมชาติเป็นความรู้แจ้งของสติ, ส่องสว่างด้วยตนเอง, มีธรรมชาติเป็นความรู้, ไม่ต้องใช้ความรู้อื่นเพื่อรู้ถึงอาตมัน
  • อาตมันปราศจาก รักหรือชัง, กลัวหรือเสียใจ, คุณภาพหรือการกระทำ, รูปแบบ, การเปลี่ยนแปลงหรือมลทิน
  • อาตมันไม่มีที่ติ, แบ่งแยกไม่ได้, แผ่ซ่านไปทั่ว และเป็นอนันต์
  • อาตมันและพรหมันคือหนึ่งเดียวกัน

ราหู (ดวงดาวแห่งเงา) ที่ถือเป็นดาวเคราะห์อีกดวงหนึ่ง ราหูคือเงามืดของดวงจันทร์ที่บดบังพระอาทิตย์ เมื่อมีสุริยุปราคา และเป็นเงาของโลกที่บดบังพระจันทร์ เมื่อมีจันทรุปราคา

คาถาศักดิ์สิทธิ์, เพลงสวด, มนต์สะกด, คำหรือวลีศักดิ์สิทธิ์ที่สำคัญต่อจิตวิญญาณและอำนาจ, เสน่ห์ (เมตตามหานิยม), คาถาศักดิ์สิทธิ์สำหรับเทวะ

มันตรา ถูกแบ่งประเภท ออกเสียง (คันติกะ) หรือภาวนาในใจซ้ำๆ (อจาปา)

มันตรา จะช่วยผู้ที่ได้รับผลสะท้อนของมัน

  1. มันตราสำหรับทาขี้เถ้า เรียกว่า อัคนีมันตรา
  • agniriti bhasma
  • vayuriti bhasma
  • jalamiti bhasma
  • sthalalmiti bhasma
  • vyometi bhasma
  • sarvam ha va
  • idam bhasma
  • mana ityetani
  • chakshugumshi bhasma

กล่าวมันตรานี้ขณะที่ละลายขี้เถ้าในน้ำในฝ่ามือ เพื่อเรียก ไฟ ลม น้ำ ดิน และ ที่ว่าง ทั้งหมดนี้ และ จิต กับ ดวงตา เข้าในขี้เถ้า

  1. ตรี-อยุศะ มันตรา
  • tri-ayusham jamadagneh
  • kasyapasya tri-ayusham
  • yat devanam tri-ayusham
  • tan me astu tri-ayusham

อายุยืนขึ้น 3 เท่าของปราชญ์ จามาทักนิ

อายุยืนขึ้น 3 เท่าของปราชญ์ กัศยาปะ

อายุยืนขึ้น 3 เท่าของพระเป็นเจ้า

ขอให้อายุยืนขึ้น 3 เท่าเป็นของฉัน

  1. ไตรยัมบากา มันตรา
  • tryambakam yajamahe
  • sugandhim pushti vardhanam
  • urvarukamiva bandanath
  • mrtyor mukshiya mamrtat

บทสวดที่รู้จักอย่างกว้างขวางแด่พระเจ้าผู้มีเนตรที่ 3 (ไตรยัมบากา, ศิวะ) บูชาเพื่อให้รอดจากความตายและเป็นอมตะ)

วงรอบของการเกิดและการตาย, เรียกอีกอย่างว่าการโอนย้าย, วงจรชีวิตโลก, ความสำเร็จของการกำเนิด ; หมายถึงวงจรชีวิตของโลก, ชีวิตทางโลก, การดำรงอยู่ของโลกีย์และโลก

(ความมุ่งมั่น / ความไม่แน่ใจ หรือ เข้าใจผิด) คำแปลเดียวไม่สามารถครอบคลุมความหมายทั้งหมดได้

  • สังกัลปะหมายถึงแนวคิดต่างๆ เช่น เจตจำนง, ความตั้งใจ, การชำระล้างทางจิต, ปฏิญาณอย่างจริงจังที่จะปฏิบัติตาม, จุดมุ่งหมาย, ความมุ่งมั่น, ความปรารถนา, ความคิด, ไตร่ตรอง และ จินตนาการ
  • วิกลัปะ มีความหมายตรงกันข้าม หมายถึง ความสงสัย, ความไม่แน่ใจ, รังเกียจ, ไม่มั่นใจ, ตัวเลือก, ข้อผิดพลาด, ความไม่รู้, ความเข้าใจผิด, ความแบ่งแยกแตกต่าง
  • สังกัลปะและวิกัลปะ โดยสาระสำคัญ ใช้เพื่อแสดงให้เห็นการทำงานตรงกันข้ามของการยอมรับภายใน โดยทั่วไปใช้กับจิต บางครั้งเราไม่แปลทั้งสองคำนี้เพราะอาจใช้เป็นการเปรียบเทียบขึ้นอยู่กับบริบทของข้อความ
"ribhu gita" (in Thai) by Tandhava
Reference: "The Ribhu Gita", First English Translation from the Original Indian Epic,
SIVARAHASAYA
Translated by Dr.H.Ramamoorthy , Assisted by Master Nome.