บทที่ 30 ธรรมชาติของสภาวะนิรามิสสุขแห่งสติ

Chapter Thirty

Topic of the Nature of Existence-Consciousness-Bliss

พรหมันคือสภาวะนิรามิสสุขแห่งสติ, ทั้งไม่กระทำและไม่นิ่งเฉย ไม่มีสิ่งอื่นใดนอกเหนือจากพรหมัน

ฤภู กล่าวว่า

30.1 ข้าฯ ขอบอกต่อท่านว่า, มีเพียงพรหมันสูงสุด. โลกนี้มิได้กำเนิด. ข้าฯ เป็นเพียงสภาวะของการดำรงอยู่, เป็นนิรามิสสุขเท่านั้น. โลกนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้น.
30.1 Ribhu: I say unto you, there is only the Supreme Brahman. This world is not born. I am just the state of Existence, only Bliss. This world is not created.
30.2 ข้าฯ เป็นเพียงอาตมัน, พรหมันสูงสุด. ทุกสิ่งที่เห็นในโลกนี้ไม่ใช่สิ่งอื่นใด. ข้าฯ เป็นเพียงสภาวะของการดำรงอยู่, เป็นนิรามิสสุขเท่านั้น. โลกนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้น.
30.2 I am only the Self, the Supreme Brahman. All that is seen in this world is nothing else. I am just the state of Existence, only Bliss. This world is not created.
30.3 ข้าฯ เป็นเพียงสภาวะของการดำรงอยู่, เป็นนิรามิสสุขเท่านั้น. ข้าฯ เป็นธรรมชาติของสภาวะแห่งสติ, เป็นนิรามิสสุขเท่านั้น. ข้าฯ คือตนเอง, เป็นเอกภาพ (หนึ่งเดียว) เท่านั้น. ข้าฯ สูงกว่าสูงสุด.
30.3 I am the state of Existence, only Bliss. I am of the nature of the state of Consciousness, only Bliss. I am myself, the only One. I am higher than the highest.
30.4 ข้าฯ คือสภาวะนิรามิสสุขแห่งสติหนึ่งเดียวเท่านั้น. ข้าฯ คือพรหมันสิ่งเดียว. ข้าฯ ดำรงอยู่และเปล่งประกายตลอดกาล. รูปนี้ไม่จริง, ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน.
30.4 I am only the one Existence-Consciousness-Bliss. I am Brahman alone. I exist and ever shine. This form is unreal, wherever it be.
30.5 สิ่งใดที่เป็น “ท่าน” ก็เป็นพรหมันสูงสุดด้วยเช่นกัน, เป็นธรรมชาติแห่งสติ. ธรรมชาติของสติ, สติอนันต์, สติเพียงอย่างเดียว, เป็นความสุขที่ยิ่งใหญ่ที่สุด.
30.5 What is “you” is also the Supreme Brahman, of the nature of Consciousness. The nature of Consciousness, the infinite Consciousness, Consciousness alone, is the greatest joy.
30.6 ข้าฯ เป็นเพียงอาตมัน. ข้าฯ ไม่มีอยู่จริง. ข้าฯ คือคุตทัสถะ (ความสมบูรณ์อันไร้การเปลี่ยนแปลง), ไม่ใช่คน, ไม่มีจริง, ข้าฯ คือคุตทัสถะ (ความสมบูรณ์ที่ไม่เปลี่ยนแปลง), คุรุสูงสุด. เวลาไม่มีอยู่จริง. โลกไม่มีอยู่จริง. มันเป็นแนวคิดที่ผิด.
30.6 I am only the Self. I am not unreal. I am Kutastha (the unchangeable Absolute), the supreme Guru. Time does not exist. The world is nonexistent. It is a false conception.
30.7 ตัวข้าฯ เองคือพรหมันสูงสุด. ข้าฯ สงบสุขเสมอ. ข้าฯ เป็นเพียงสติบริสุทธิ์. ข้าฯ คือประสบการณ์ของสภาวะบริสุทธิ์.
30.7 I myself am the Supreme Brahman. I am the ever peaceful. I am just pure Consciousness. I am the experience of pure Existence.
30.8 ข้าฯ เป็นเพียงนิรามิสสุขที่ไม่เป็นสิ่งคู่. ข้าฯ ไร้การเปลี่ยนแปลง. ข้าฯ คือความยิ่งใหญ่. สรรพสิ่งเป็นพรหมันเพียงสิ่งเดียว. สรรพสิ่งเป็นพรหมันอันไร้ที่ติเพียงสิ่งเดียว.
30.8 I am only nondual Bliss. I am immutable. I am great. All is ever Brahman alone. All is spotless Brahman alone.
30.9 สรรพสิ่งคือพรหมันและไม่มีอะไรอื่น. สรรพสติเป็นพรหมันเพียงสิ่งเดียว. ข้าฯ คือธรรมชาติที่สว่างไสว. แท้จริงแล้ว, ข้าฯ คือจิตใจอันเป็นที่รักของทุกคน.
30.9 All is Brahman and nothing else. All sentience is Brahman alone. I am of the all-illuminating nature. I am, indeed, the mind dear to all.
30.10 ข้าฯ คือเอกภาพ (หนึ่งเดียว) อันเปล่งประกาย. ข้าฯ ปราศจากทั้งความสงบและความยุ่งเหยิง. ข้าฯ คือธรรมชาติของความเคลื่อนไหวภายในของสรรพสิ่ง และเป็นลักษณะแห่งพยานของสรรพสิ่ง.
30.10 I am the one who shines alone. I am devoid of the settled and the unsettled. I am of the nature of the inner pervader of all and of the characteristic of the witness of all.
30.11 เป็นที่แน่นอนว่า, ข้าฯ เป็นธรรมชาติของความเงียบ, การใคร่ครวญ และความเบิกบาน. ข้าฯ คือปรมาตมัน (อาตมันสูงสุด). ข้าฯ คือแสงสว่างสูงสุด. ข้าฯ คือสิ่งสูงสุด, ปราศจากสิ่งอื่นใด.
30.11 It is certain that I am of the nature of tranquility, inquiry, and joy. I am the Supreme Self. I am the Supreme Light. I am the Supreme, devoid of anything else.
30.12 ข้าฯ คือธรรมชาติอันสมบูรณ์ทั้งปวง. ข้าฯ คือปรมาตมัน, ผู้ไม่ถูกแตะต้อง. ข้าฯ คือธรรมชาติแห่งพระเวททั้งหลาย. ข้าฯ คือบทสรุปแห่งคัมภีร์ทั้งหมด.
30.12 I am of the wholly full nature. I am the Supreme Self, the untouched. I am of the nature of all the Veda-s. I am the conclusion of all the scriptures.
30.13 ข้าฯ คือธรรมชาติแห่งความเบิกบานของโลก. ข้าฯ คือนิยามของความสุขที่ดีที่สุด. สรรพสิ่งคือพรหมัน. ไม่มีโลก. พรหมันคือเหตุแห่งสรรพสิ่ง.
30.13 I am of the nature of the joy of the world. I am the definition of the best joy. All is Brahman. There is no world. Brahman is the cause of all.
30.14 สรรพสิ่งคือพรหมัน. ไม่มีอะไรถูกสร้างขึ้น. สรรพสิ่งคือพรหมัน. ข้าฯ คือสิ่งสูงสุด. ข้าฯ ไม่เสื่อมสลายตลอดกาล, เป็นนิรันดร์, เป็นลางสังหรณ์ของความดีทั้งปวง.
30.14 All is Brahm an. There is nothing created. All is Brahman. I am the Superior. I am the ever decayless, the eternal, the harbinger of all good.
30.15 ข้าฯ คือแสงสว่างแห่งสัจธรรมและความรู้. ข้าฯ เป็นศูนย์รวมของความรู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด. ข้าฯ คือผู้ให้แสงสว่างของสถานะที่สี่, และข้าฯ เป็นยิ่งกว่าสถานะที่สี่. ข้าฯ ปราศจากทั้งความสงบและความยุ่งเหยิง.
30.15 I am the light of Truth and Knowledge. I am the embodiment of the paramount Knowledge. I am the illuminator of the fourth state, and I am other than the fourth state. I am devoid of the settled and the unsettled.
30.16 สรรพสิ่งคือพรหมันตลอดกาล. สรรพสิ่งคือพรหมันโดยไร้ช่องว่าง. สรรพสิ่งคือพรหมัน, คือสติอนันต์. พรหมันนิรันดร์อันไร้มลทิน.
30.16 All is ever Brahman. All is Brahman without any interspace. All is Brahman, the infinite Consciousness. The eternal Brahman is taintless.
30.17 สรรพสิ่งคือพรหมัน, อยู่เหนือคุณสมบัติ. สรรพสิ่งคือพรหมันเพียงสิ่งเดียว. สรรพสิ่งคือพรหมันเพียงสิ่งเดียว. พึงมั่นใจในสิ่งนี้อยู่เสมอ.
30.17 All is Brahman, transcending qualities. All is only Brahman alone. All is Brahman alone. Have this certitude, always.
30.18 ด้วยความมั่นใจว่าสรรพสิ่งเป็นพรหมัน. ย่อมเป็นสุขในความแน่วแน่ว่าสรรพสิ่งเป็นพรหมัน.
30.18 Being of this definite conviction that all is Brahman, be happy in the certitude that all is Brahman.
30.19 สรรพสิ่งคือพรหมันตลอดกาล. “การดำรงอยู่” และ “การไม่ดำรงอยู่” เป็นเพียงสติเท่านั้น. ข้อพิพาทเกี่ยวกับ "ความเป็นคู่" และ "ความไม่เป็นคู่" นี้ไม่จริง, ไม่จริง. อย่างไม่ต้องสงสัย.
30.19 All is ever Brahman. “Existence” and “nonexistence” are only Consciousness. This disputation about “duality” and “nonduality” is unreal, unreal. There is no doubt of this.
30.20 ข้าฯ เป็นเพียงความรู้ทั้งหมด. เป็นที่แน่นอนว่าสรรพสิ่งคือพรหมัน. ข้าฯ คือพระองค์ผู้ลึกลับที่สุดในความลี้ลับ. ข้าฯ อยู่เหนือคุณสมบัติทั้งหมด. ข้าฯ ไม่เป็นสิ่งคู่.
30.20 I am only all-Knowledge. It is certain that all is Brahman. I am He who is the most mysterious of the mysterious. I transcend all qualities. I am nondual.
30.21 พึงใคร่ครวญในการเปรียบเทียบและความขัดแย้งทั้งปวง, การกระทำและการไม่กระทำ (กรรมและอกรรม). ข้าฯ คือธรรมชาติของสภาวะนิรามิสสุขแห่งสติ. โลกนี้มิได้กำเนิด.
30.21 Inquire into all comparisons and contrasts, actions and inaction. I am of the nature of Existence-Consciousness-Bliss. This world is not born.
30.22 สรรพสิ่งคือพรหมันเพียงสิ่งเดียว. โลกนี้คือสติอนันต์. ลำพังพรหมันคือนิรามิสสุขอันยิ่งใหญ่, แทรกซึมไปทั่วเหมือนห้วงอวกาศ (ที่ว่าง).
30.22 All this is Brahman alone. This world is infinite Consciousness. Brahman alone is the great Bliss, all-pervading like space.
30.23 ลำพังพรหมันคือสภาวะนิรามิสสุขแห่งสติ, นับไม่ถ้วนด้วยคำพูด. ลำพังพรหมันคือสรรพสิ่ง. บ้างกล่าวว่า “มีอยู่จริง” และ “ไม่มีอยู่จริง”.
30.23 Brahman alone is Existence-Consciousness-Bliss, ever immeasurable by words. Brahman alone is all this. “It exists” and “It exists not” say some.
30.24 มันเป็นแนวคิดของ "นิรามิสสุข" สำหรับบางคน. บางคนกล่าวว่า “มันเป็นจริง, และไม่ใช่เรื่องจริง”. ลำพังพรหมันคือทั้งหมดนี้ และ (ลำพังพรหมัน) เป็นจริงเพียงสิ่งเดียวตลอดกาล.
30.24 It is a concept of “Bliss” for some. “It is real, and it is unreal,” say a few. Brahman alone is all this and is ever alone real.
30.25 ลำพังพรหมันคือทั้งหมดนี้. พรหมันคือมวลแห่งสติ, ธรรมชาติแห่งนิรามิสสุข. พรหมันคือความจริงและสัจธรรม. ข้าฯ คือสิ่งยิ่งใหญ่และเป็นอมตะ.
30.25 Brahm an alone is all this. Brahman is a mass of Consciousness, of the nature of Bliss. Brahman is the Reality and the Truth. I am the great and the immemorial.
30.26 ลำพังพรหมันคือสภาวะนิรามิสสุขแห่งสติ. มันมีอยู่เหมือนเส้นใยที่ถักทอเข้าด้วยกัน. ลำพังพรหมันคือสภาวะนิรามิสสุขแห่งสติ. พรหมันคือธรรมชาติของสรรพสิ่งและมีมาแต่เก่าก่อน.
30.26 Brahman alone is Existence-Consciousness-Bliss. It exists like the warp and woof. Brahman alone is Existence Consciousness-Bliss. Brahman is of the nature of all and is immemorial.
30.27 ลำพังพรหมันคือสภาวะนิรามิสสุขแห่งสติ, นิรามิสสุขสูงสุด, ไร้การเปลี่ยนแปลง. ลำพังพรหมันคือสภาวะนิรามิสสุขแห่งสติ, อยู่เหนือมายา (ภาพลวงตา), ไร้มลทิน.
30.27 Brahman alone is Existence-Consciousness-Bliss, the supreme Bliss, the immutable. Brahman alone is Existence Consciousness-Bliss, transcending maya (illusion), taintless.
30.28 ลำพังพรหมันคือสภาวะนิรามิสสุขแห่งสติ, ดำรงอยู่เพียงสิ่งเดียว, นิรามิสสุขแห่งนิรามิสสุข. ลำพังพรหมันคือสภาวะนิรามิสสุขแห่งสติ, ธรรมชาติหนึ่งเดียวแห่งสติ.
30.28 Brahman alone is Existence-Consciousness-Bliss, Existence alone, the Bliss of bliss. Brahman alone is Existence Consciousness-Bliss, of the one single nature of Consciousness alone.
30.29 ลำพังพรหมันคือสภาวะนิรามิสสุขแห่งสติ, ปราศจากความแตกต่างทั้งปวง. ลำพังพรหมันคือสภาวะนิรามิสสุขแห่งสติ, ที่ปรากฏอยู่เป็นนานับประการ.
30.29 Brahman alone is Existence-Consciousness-Bliss, devoid of all differences. Brahman alone is Existence-Consciousness-Bliss, existing as the manifold.
30.30 ลำพังพรหมันคือสภาวะนิรามิสสุขแห่งสติ. มันคือผู้กระทำ. มันคือกาลเวลา. ลำพังพรหมันคือสภาวะนิรามิสสุขแห่งสติ, เป็นธรรมชาติของแสงสว่างสูงสุด.
30.30 Brahman alone is Existence-Consciousness-Bliss. It is the doer. It is time. Brahman alone is Existence-Consciousness-Bliss, of the nature of the Supreme Light.
30.31 ลำพังพรหมันคือสภาวะนิรามิสสุขแห่งสติ. เป็นนิรันดร์, ไม่เคลื่อนไหว, ไม่เปลี่ยนแปลง. ลำพังพรหมันคือสภาวะนิรามิสสุขแห่งสติ. มันคือขีดจำกัดของคำพูด.
30.31 Brahman alone is Existence-Consciousness-Bliss, eternal, motionless, and immutable. Brahm an alone is Existence-Consciousness-Bliss. It is the limit of words.
30.32 ลำพังพรหมันคือสภาวะนิรามิสสุขแห่งสติ, ธรรมชาติของอาตมันตลอดกาล. ลำพังพรหมันคือสภาวะนิรามิสสุขแห่งสติ ทั้งไม่กระทำและไม่นิ่งเฉย.
30.32 Brahman alone is Existence-Consciousness-Bliss, ever the natural Self. Brahman alone is Existence-Consciousness Bliss and does not act and does not stand still.
30.33 ลำพังพรหมันคือสภาวะนิรามิสสุขแห่งสติ, ทั้งไม่กระทำและไม่นิ่งเฉย. ลำพังพรหมันคือสภาวะนิรามิสสุขแห่งสติ. ไม่มีสิ่งใดนอกเหนือจากพรหมัน.
30.33 Brahman alone is Existence-Consciousness-Bliss, neither moving nor standing still. Brahman alone is Existence Consciousness-Bliss. There is nothing apart from Brahman.
30.34 ลำพังพรหมันคือสภาวะนิรามิสสุขแห่งสติ, ทั้งไม่ขาวและไม่ดำ. ลำพังพรหมันคือสภาวะนิรามิสสุขแห่งสติ, เป็นพื้นฐานของสรรพสิ่ง, และไม่เปลี่ยนแปลง.
30.34 Brahman alone is Existence-Consciousness-Bliss, neither white nor black. Brahm an alone is Existence Consciousness-Bliss, the substratum of all, the immutable.
30.35 ลำพังพรหมันคือสภาวะนิรามิสสุขแห่งสติ, ทั้งไม่เงียบและไม่พูด. ลำพังพรหมันคือสภาวะนิรามิสสุขแห่งสติ, ไม่ใช่เขา ท่าน หรือ ข้าฯ – ไม่ใช่เลยแม้แต่น้อย.
30.35 Brahman alone is Existence-Consciousness-Bliss, neither silent nor speaking. Brahman alone is Existence Consciousness-Bliss, neither he nor you nor I—nothing in the least.
30.36 ลำพังพรหมันคือสภาวะนิรามิสสุขแห่งสติ, ใหญ่กว่าใหญ่ที่สุด, ปราศจากไฟบูชายัญ. ลำพังพรหมันคือสภาวะนิรามิสสุขแห่งสติ, การเฉลิมฉลองที่ยิ่งใหญ่, อยู่เหนือทัตวาทั้งปวง.
30.36 Brahman alone is Existence-Consciousness-Bliss, greater than the greatest, devoid of any sacrificial fire. Brahman alone is Existence-Consciousness-Bliss, the great celebration, transcending all tattva-s.
30.37 ลำพังพรหมันคือสภาวะนิรามิสสุขแห่งสติ, แทรกซึมสู่ที่ว่างอันไพศาล. ลำพังพรหมันคือสภาวะนิรามิสสุขแห่งสติ, เป็นธรรมชาติแห่งคุรุเสมอ.
30.37 Brahman alone is Existence-Consciousness-Bliss, pervading the great space. Brahman alone is Existence Consciousness-Bliss, always of the nature of the Guru.
30.38 ลำพังพรหมันคือสภาวะนิรามิสสุขแห่งสติ, เป็นธรรมชาติบริสุทธิ์เสมอ. ลำพังพรหมันคือสภาวะนิรามิสสุขแห่งสติ, แทรกซึมโดยสติบริสุทธิ์.
30.38 Brahman alone is Existence-Consciousness-Bliss, always of the nature of purity. Brahman alone is Existence Consciousness-Bliss, pervaded by pure Consciousness.
30.39 ลำพังพรหมันคือสภาวะนิรามิสสุขแห่งสติ, ธรรมชาติของแสงสว่างในตัวเอง. ลำพังพรหมันคือสภาวะนิรามิสสุขแห่งสติ, มั่นใจได้ว่า, (พรหมัน) เป็นเหตุแห่งตัวมันเองด้วยเช่นกัน.
30.39 Brahman alone is Existence-Consciousness-Bliss, of the nature of the self-illumined. Brahman alone is Existence Consciousness-Bliss and is also, certainly, the cause itself.
30.40 ลำพังพรหมันคือสภาวะนิรามิสสุขแห่งสติ, เปล่งประกายด้วยตัวมันเอง. ลำพังพรหมันคือสภาวะนิรามิสสุขแห่งสติ, ที่ดำรงอยู่เป็นนานาประการ.
30.40 Brahman alone is Existence-Consciousness-Bliss, shining by itself. Brahman alone is Existence-Consciousness Bliss, existing as the manifold.
30.41 ลำพังพรหมันคือสภาวะนิรามิสสุขแห่งสติ, ธรรมชาติแห่งพื้นฐานของความเพ้อฝัน. ลำพังพรหมันคือสภาวะนิรามิสสุขแห่งสติ. สรรพสิ่งไม่มีอยู่จริง. ข้าฯ ไม่มีอยู่.
30.41 Brahman is of the nature of Existence-Consciousness, of the nature of the substratum of a chimera. Brahman alone is Existence-Consciousness-Bliss. All is nonexistent. I do not exist.
30.42 พรหมัน, อยู่เหนือขอบเขตของคำพูด, เป็นธรรมชาติของสภาวะนิรามิสสุขแห่งสติ. ข้าฯ คือธรรมชาติของสภาวะนิรามิสสุขแห่งสติ. โลกนี้ไม่ได้มีอยู่จริง.
30.42 Brahman, beyond the measure of words, is of the nature of Existence-Consciousness-Bliss. I am of the nature of Existence-Consciousness-Bliss. This world has not come into being.
30.43 ลำพังพรหมันเท่านั้นที่เป็นความจริงเสมอ, เป็นอิสระตลอดกาล, และไม่เคยไม่บริสุทธิ์. ลำพังพรหมันคือสภาวะนิรามิสสุขแห่งสติ, หนึ่งเดียวที่เป็นนิรามิสสุขตลอดกาล.
30.43 Brahman alone is ever the reality, ever free, and ever untainted. Brahman alone is Existence-Consciousness-Bliss, the only one that is ever blissful.
30.44 ลำพังพรหมันคือสภาวะนิรามิสสุขแห่งสติ, เต็มกว่าเต็มที่สุด, และยิ่งใหญ่. ลำพังพรหมันคือสภาวะนิรามิสสุขแห่งสติ, เป็นอิศวรที่แทรกซึม (แผ่ซ่านไปทั่ว) สรรพสิ่ง.
30.44 Brahman alone is Existence-Consciousness-Bliss, fuller than the fullest, and the great. Brahman alone is Existence-Consciousness-Bliss, the Isvara that pervades all.
30.45 ลำพังพรหมันคือสภาวะนิรามิสสุขแห่งสติ, มีนามและรูปนานาประการ. ลำพังพรหมันคือสภาวะนิรามิสสุขแห่งสติ, ไร้จุดจบ, บริบูรณ์ด้วยนิรามิสสุข, และบริสุทธิ์.
30.45 Brahman alone is Existence-Consciousness-Bliss, manifest with name and form. Brahman alone is Existence Consciousness-Bliss, the endless, the blissful, and the pure.
30.46 ลำพังพรหมันคือสภาวะนิรามิสสุขแห่งสติ, ประทาน (มอบ) นิรามิสสุขอันยิ่งใหญ่. ลำพังพรหมันคือสภาวะนิรามิสสุขแห่งสติ - สัจธรรมเพียงเท่านี้, ที่อยู่เหนือ “ความจริง” และ “ความไม่จริง”.
30.46 Brahman alone is Existence-Consciousness-Bliss, bestowing great Bliss. Brahm an alone is Existence Consciousness-Bliss— the only Truth, transcending “reality” and “unreality.”
30.47 ลำพังพรหมันคือสภาวะนิรามิสสุขแห่งสติ, ยิ่งใหญ่กว่าทุกสิ่งและไม่เปลี่ยนแปลง. ลำพังพรหมันคือสภาวะนิรามิสสุขแห่งสติ, เป็นธรรมชาติแห่งการหลุดพ้น, เป็นทั้งมงคลและอัปมงคล.
30.47 Brahman alone is Existence-Consciousness-Bliss, greater than all and immutable. Brahman alone is Existence Consciousness-Bliss, of the nature of Liberation, the auspicious and the nonauspicious.
30.48 ลำพังพรหมันคือสภาวะนิรามิสสุขแห่งสติ, ปราศจากขีดจำกัด ณ กาลใดๆ. แท้จริงแล้ว, พรหมันคือสรรพสิ่งนี้, บริสุทธิ์, รู้แจ้ง (ตรัสรู้), และไร้มลทิน.
30.48 Brahman alone is Existence-Consciousness-Bliss, without any limitations at any time. Brahman, indeed, is all this, the pure, the Enlightened, and the stainless.
30.49 ข้าคือธรรมชาติของสภาวะนิรามิสสุขแห่งสติ. โลกนี้ไม่ได้มีอยู่จริง. คำอธิบายนี้คือสัจธรรม, ซึ่งมอบการปลดปล่อย (ให้หลุดพ้น) ในทันที,
30.49 I am of the nature of Existence-Consciousness-Bliss. This world has not come into being. This explanation is the Truth, granting instant Liberation,
30.50 ดับทุกข์ทั้งหมด, ประทาน (มอบ) ความรู้ทั้งปวง, บันดาลให้เกิดนิรามิสสุขอันถาวร, ประทานสันติสุข และการควบคุมตนเองได้อย่างแท้จริง.
30.50 effacing all sorrow, conferring all Knowledge, making for constant Bliss, truly bestowing peace and self-control.
30.51 เขาคือผู้ที่มีใจจดจ่ออยู่กับพระบาทดอกบัวของพระมเหศวร, ผู้ทำลายอันทกะ (มรณะ), และเป็นผู้ที่มีจิตเต็มเปี่ยมด้วยพระบาทอันศักดิ์สิทธิ์, ซึ่งมหาชนนอบน้อมเคารพ เพื่อเข้ามาสู่อ้อมกอดแห่งพระคุณที่ขจรขจายออกมาจากศิวะ.
30.51 One whose heart is constantly in contact with the lotus feet of Mahesvara, the destroyer of Antaka (death), and has his mind full of the divine feet before which large multitudes bow shall come within the fold of the grace emanating from Lord Siva.

Get carried away?

อ่าน “ฤภูคีตา” เพิ่มเติม

กลับไปสารบัญ

index

คำอธิบายเพิ่มเติมสำหรับบทนี้

นิรามิสสุข คือสุขที่เกิดโดยปราศจากอามิสหรือสิ่งภายนอก เป็นความสุขที่ไม่ต้องวิ่งไปหาจากภายนอก แต่ความสุขเกิดจากภายใน ด้วยเจริญสติภาวนา ด้วยการฝึกจิตให้อยู่กับสมาธิ ไม่ให้จิตดิ้นรนออกไปตามสิ่งที่เราไปสัมผัสด้วยตา หู จมูก ลิ้น กาย และสัมผ้ส ความสุขเกิดความสงบ ความสะอาด และความสว่างของดวงจิตภายในของเรา ซึ่งเป็นความสุขที่ละเอียด ยั่งยืน และมั่นคงไม่ต้องหาวิ่งหา ไม่ต้องใช้เงิน ซึ่งเป็นความสุขที่หาซื้อไม่ได้ ใครอยากได้ต้องทำเอง

ทัตวา เรียกทั่วไปว่า “ความจริง” ; สิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดประสบการณ์ที่ประจักษ์ ; อาจกล่าวได้ว่า ความจริง (ทัตวา) เป็นสิ่งที่กำหนดขอบเขต หน้าที่ คำสั่งของการสร้างทั้งหมด จนกระทั่งการสลายตัวครั้งสุดท้าย

บางที ความจริง (ทัตวา) ถูกแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม โดย ความไม่เข้าใจ, ทั้งเข้าใจและไม่เข้าใจ, ความเข้าใจ ความจริง (ทัตวา) 24 ประการมีดังนี้

กลุ่มธาตุทั้ง 5 (ปัญจะภูตะ)

  1. ปถพี
  2. อาโป
  3. เตโช
  4. วายุ
  5. อากาศ (ที่ว่าง)

กลุ่มข้อมูลความรู้สึก (ปัญจะตานมาตรา)

  1. กันธะ ตานมาตรา : กลิ่น แบบละเอียดอ่อน
  2. รสะ ตานมาตรา : ลิ้มรส ในรูปของน้ำที่ละเอียดอ่อน
  3. รูปะ ตานมาตรา : รูปในรูปของไฟที่ละเอียดอ่อน
  4. สผัสสะ ตานมาตรา : สัมผัสในรูปแบบของอากาศที่ละเอียดอ่อน
  5. ศัพทะ ตานมาตรา : เสียงในรูปของอากาศที่บอบบาง

กลุ่มอวัยวะสัมผัส อวัยวะแห่งความรู้ (ยาเนนทรีย์)

  1. โสตร : ความรู้สึกทางหูที่รับรู้เสียง (หู)
  2. ตวัก : ความรู้สึกสัมผัสที่รับรู้สัมผัส (ผิวหนัง)
  3. จักษุ : ความรู้สึกทางสายตาที่รับรู้รูปแบบ (ตา)
  4. ชิวหา : ความรู้สึกที่รับรู้รสชาติ (ลิ้น)
  5. ครานะ : ความรู้สึกเกี่ยวกับการดมกลิ่นที่รับรู้กลิ่น (จมูก)

อวัยวะการกระทำ (กรรมเมนทรีย์)

  1. วาจา (พูด) : ใช้ในการอธิบาย
  2. ปานิ (มือ) : ใช้ในการจับและปล่อย
  3. บาทา (เท้า) : ใช้ในการเคลื่อนไหว เคลื่อนที่
  4. พายุ (ขับถ่าย) : ใช้ในการขับถ่าย
  5. อุบัติ (การเกิด) : ใช้ในการกำเนิด, สร้างความพึงใจทางเพศ

กลุ่มภายใน 4 คณะ (อันตะกรณะ)

  1. มนัส : ใจ ; ความรู้สึกภายในที่บรรลุเมื่อ รชัส (แรงจูงใจของความทุกข์) ครอบงำเหนือสัตวะและตมัส ; มนัสเป็นรากของสังกัลปะ (ความมุ่งมั่น) และ วิกัลปะ (ความสงสัย) ทั้งหมด
  2. พุทธิ : สติปัญญา ; ความรู้สึกภายในที่ได้รับเมื่อสัตวะ มีความสำคัญมากกว่า รชัส และ ตมัส ; กอปรด้วยพลังแห่งการปฏิบัติและบำเพ็ญเพียร ; ด้วยเหตุนี้ พุทธิจึงเป็นรากฐานของความเชื่อมั่นทั้งหมด
  3. อหังการ: ความเห็นแก่ตัว ; ความรู้สึกภายในที่เกิดขึ้นเมื่อ ตมัส มีอิทธิพลเหนือ สัตวะ และ รชัส โดดเด่นด้วยจิตสำนึกว่ามี “ตัวฉัน” และ อหังการเป็นรากเหง้าของจินตนาการทั้งหมดที่มาบรรจบกัน
  4. จิตตะ : จิต ; บรรลุโดยสภาวะที่เหมาะสมของ สัตวะ รชัส และ ตมัส ; คลังแห่งความประทับใจในอดีต ; คำว่ามนัสหรือจิตมักใช้เป็นคำทั่วไปเพื่อรวมพุทธหรือจิตตะด้วย

นอกจากนี้ยังมีการกล่าวถึงกลุ่มอื่น ๆ 36 ทัตวา หรือ 96 ทัตวา ในวราโหปนิษัท

มาจากภาษาสันสฤต พรห = การเติบโต และ มัน = การหายไป (จากสถานที่หรือเวลา) ดังนั้น พรหมันจึงหมายถึงสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุด 

  • พรหมันคือสิ่งเดียวที่เป็นจริง อยู่เหนือคำจำกัดความ การยอมรับที่สัมผัสได้ และ จิตใจของมนุษย์ 
  • พรหมันถูกมองว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไร้ข้อจำกัด, เคยมีอยู่, ไร้ข้อจำกัดในสถานที่และเวลา, ไม่เปลี่ยนแปลง, ไม่มีที่ติ, ไร้คุณสมบัติ, ไร้คุณลักษณะ, ไร้ชื่อหรือรูปแบบ, ไม่เกิดและไม่เติบโต, ไม่มีวุฒิภาวะ, ไม่เสื่อมสลาย, ไม่มีอะไรที่คล้ายคลึง และไม่มีอะไรแตกต่างจากพรหมัน 
  • พรหมันถูกกล่าวว่าเป็นความรู้บริสุทธิ์, เป็นเหตุแห่งประสิทธิภาพและแก่นสารของจักรวาล, เป็นจิตวิญญาณที่แผ่ซ่านไปทั่วจักรวาล, เป็นแก่นของการสร้างสิ่งมีชีวิตและสิ่งที่สิ่งมีชีวิตซึมซับอยู่ 
  • ปรากฏการณ์ทั้งหมดของโลก, คุณภาพ, การกระทำ, การเผยให้เห็น กล่าวกันว่าเป็นการลวงตาที่ซ้อนทับบนพรหมัน  
  • ในอุปนิษัทนิยมพรหมันว่าเป็นอาตมันสากล, เป็นความจริงแท้ และที่สำคัญที่สุดก็คือการอธิบายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันในฤภูคีตานี้

สิ่งลวงตา เป็นพื้นฐานที่ทำให้เกิดโลกแห่งปรากฏการณ์ ; มายาถูกเรียกว่าเป็นพลังแห่งการบดบัง ; ในอไทฺวตะพิจารณามายาว่าเป็นสิ่งคู่ที่อยู่อีกด้านหนึ่งของพรหมัน นอกจากนี้กล่าวกันว่ามายานั้นไม่ใช่ทั้งจริง และไม่ใช่สิ่งลวง ;

ท่านศังกราจารย์ กล่าวว่า เหตุผลแรก เพราะโลกคือปรากฏการณ์, มายาจึงไม่จริง และ เหตุผลที่สอง เมื่อมายาหายไปจะเกิดความรู้แห่งอาตมัน ดังนั้น มายาจึงไม่จริง ; ท่านศังกราจารย์ยังกล่าวด้วยว่า มายานั้นใช้แทนความไม่รู้ (อวิชชา) มายานี้ไม่มีอยู่จริง, ไม่เป็นสสารหรืออะไรก็ตาม แต่ก็มิใช่ “สิ่งที่ไม่จริง” , เพราะว่ามายานั้นมิได้มีอยู่ ; อาตมันหรือพรหมันนั้นเป็นหนึ่งไม่มีสอง และในอาตมันหรือพรหมันนั้น แท้จริงแล้ว ไม่มีมายา

อาตมันคือหนึ่งและสากล แตกต่างจากร่างกาย, ประสาทสัมผัส, ความรู้สึก, ใจ, สติปัญญา, ความรู้สึกภายใน, และอื่นๆ เป็นเพียงผู้สังเกตการณ์ต่อกิจกรรมและไม่ได้รับผลกระทบจากสิ่งใด

  • อาตมันมีธรรมชาติเป็นความรู้แจ้งของสติ, ส่องสว่างด้วยตนเอง, มีธรรมชาติเป็นความรู้, ไม่ต้องใช้ความรู้อื่นเพื่อรู้ถึงอาตมัน 
  • อาตมันปราศจาก รักหรือชัง, กลัวหรือเสียใจ, คุณภาพหรือการกระทำ, รูปแบบ, การเปลี่ยนแปลงหรือมลทิน  
  • อาตมันไม่มีที่ติ, แบ่งแยกไม่ได้, แผ่ซ่านไปทั่ว และเป็นอนันต์ 
  • อาตมันและพรหมันคือหนึ่งเดียวกัน

สภาวะทั้ง 4 ของร่ายกาย

  1. ตื่น
  2. ฝัน
  3. หลับลึก
  4. ทุริยา เป็นภูมิหลังที่รองรับและแผ่ซ่านไปทั่วทั้งสามสภาวะของจิตสำนึก

พระเจ้า 5 พระองค์

พรหม, วิษณุ, รุทระ, อิศนะ และ ศดาศิวะ ; บางครั้งก็หมายถึงพรหมทั้ง 5 พระองค์ ; อิศนะ คือ ผู้ปกครอง นาย และเป็นรูปหนึ่งของศิวะ ; บางครั้งหมายถึงเทวะประจำธาตุทั้ง 5

  1. ดิน : พรหม
  2. น้ำ : วิษณุ
  3. ไฟ : รุทระ
  4. ลม : อิศนะ
  5. ที่ว่าง : ศดาศิวะ
"ribhu gita" (in Thai) by Tandhava
Reference: "The Ribhu Gita", First English Translation from the Original Indian Epic,
SIVARAHASAYA
Translated by Dr.H.Ramamoorthy , Assisted by Master Nome.