บทที่ 29 ความลวงตาของสรรพสิ่ง
Chapter Twenty-Nine
Topic of the Definition of the Illusoriness of All
สรรพสิ่งเป็นภาพลวงตา โลกคือภาพลวงตา แม้แต่ร่างกายก็เป็นเพียงมายา
ฤภู กล่าวว่า
คำอธิบายเพิ่มเติมสำหรับบทนี้
ปมในใจ ใช้ในหลายคัมภีร์ หมายถึง ความไม่สัมพันธ์กันของร่างกาย ความไม่เข้าใจว่าอาตมันคือสติสัมปะชัญญะบริสุทธิ์
เวทานตะ
เวทานตะ แท้จริงแล้วคือ “ตอนจบของพระเวท” คำว่าเวทานตะเป็นคำที่ใช้กล่าวถึงอุปนิษัทและคำสอนที่มีอยู่ในนั้น เวทานตะยังหมายถึงคำสอนหรือ “โรงเรียนแห่งปรัชญา”
ก่อตั้งขึ้นจากความรู้ที่อธิบายไว้ในอุปนิษัท ; โรงเรียนหลักของเวทานตะ คือ อัทไวตะ (ไม่มีสิ่งคู่), วิศิษทไวตะ (ยืนยันการไม่มีสิ่งคู่) และ ทไวตะ (มีสิ่งคู่) ; เวทานตะคือสิ่งทั้งปวงในอุปนิษัท, ภควัทคีตา และ พรหมสูตร (เรียกว่า เวทานตะสูตรก็ได้) ; อ้างอิงตาม ปราสาธฺน-ตรยฺย หรือ ข้อบัญญัติทั้งสาม กล่าวว่า เวทานตะคือพื้นฐาน, ตำราพื้นฐาน แม้ว่าจะมีข้อความอื่น ๆ อีกมากมาย เช่น บทความ บทสนทนาและพระคัมภีร์ที่แต่งขึ้นในเวทานตะ ; เวทานตะถือเป็นหนึ่งในหกโรงเรียนดั้งเดิม หรือหนึ่งประเภทของปรัชญาจิตวิญญาณของศาสนาฮินดู ; อัทไวตะเวทานตะ หรือการสอนเรื่องการไม่มีสิ่งคู่ อธิบายโดย ฤภู, ศรี ทัตตตรียะ (อวธุตา), ศรีอัษฏาวกระ, ศรีสังกรา, ศรีรามานะ มหาศรี และปราชญ์ที่ยิ่งใหญ่อื่น ๆ อีกมากมาย ; เวทานตะแสดงให้เห็นถึงความไม่แตกต่างระหว่าง อาตมัน และ พรหมัน ; เวทานตะคือการเปิดเผยความเป็นจริงโดยไม่มีแม้แต่ร่องรอยของการซ้อนทับ ; ฤภู คีตา ทั้งหมดเป็นการเผยให้เห็นซึ่งคัมภีร์ที่แท้จริงของ อัทไวตะ เวทานตะ
มาจากภาษาสันสฤต พรห = การเติบโต และ มัน = การหายไป (จากสถานที่หรือเวลา) ดังนั้น พรหมันจึงหมายถึงสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
- พรหมันคือสิ่งเดียวที่เป็นจริง อยู่เหนือคำจำกัดความ การยอมรับที่สัมผัสได้ และ จิตใจของมนุษย์
- พรหมันถูกมองว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไร้ข้อจำกัด, เคยมีอยู่, ไร้ข้อจำกัดในสถานที่และเวลา, ไม่เปลี่ยนแปลง, ไม่มีที่ติ, ไร้คุณสมบัติ, ไร้คุณลักษณะ, ไร้ชื่อหรือรูปแบบ, ไม่เกิดและไม่เติบโต, ไม่มีวุฒิภาวะ, ไม่เสื่อมสลาย, ไม่มีอะไรที่คล้ายคลึง และไม่มีอะไรแตกต่างจากพรหมัน
- พรหมันถูกกล่าวว่าเป็นความรู้บริสุทธิ์, เป็นเหตุแห่งประสิทธิภาพและแก่นสารของจักรวาล, เป็นจิตวิญญาณที่แผ่ซ่านไปทั่วจักรวาล, เป็นแก่นของการสร้างสิ่งมีชีวิตและสิ่งที่สิ่งมีชีวิตซึมซับอยู่
- ปรากฏการณ์ทั้งหมดของโลก, คุณภาพ, การกระทำ, การเผยให้เห็น กล่าวกันว่าเป็นการลวงตาที่ซ้อนทับบนพรหมัน
- ในอุปนิษัทนิยมพรหมันว่าเป็นอาตมันสากล, เป็นความจริงแท้ และที่สำคัญที่สุดก็คือการอธิบายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันในฤภูคีตานี้
อันตกรณ:
อวัยวะภายใน (โครงสร้าง) ประกอบด้วย มนัส, พุทธิ, จิตตะ และ อหังการ มีหน้าที่ต่างกัน
- มนัส : ใจ มีลักษณะ สงสัย (วิกัลป์ปะ) และ มุ่งมั่น (สังกัลป์ปะ) มักจะใช้คำว่า มนัส หรือ ใจ เป็นคำเรียกที่รวมเอาพุทธิหรือจิตตะไว้ด้วย
- พุทธิ : สติปัญญา ยกระดับได้ด้วยพลังของการบำเพ็ญเพียร (มุ่งมั่นและปฏิบัติ)
- จิตตะ : จิต เป็นคลังของความประทับใจในอดีต
- อหังการ : กำหนดลักษณะโดยความรู้สึกว่า “ตัวฉัน”
พระเจ้าทั้งห้า
พรหม, วิษณุ, รุทระ, อิศนะ และ ศดาศิวะ ; บางครั้งก็หมายถึงพรหมทั้ง 5 พระองค์ ; อิศนะ คือ ผู้ปกครอง นาย และเป็นรูปหนึ่งของศิวะ ; บางครั้งหมายถึงเทวะประจำธาตุทั้ง 5
- ดิน : พรหม
- น้ำ : วิษณุ
- ไฟ : รุทระ
- ลม : อิศนะ
- ที่ว่าง : ศดาศิวะ
กล่าวกันว่าเทวะมีส่วนร่วมอยู่กับประสาทสัมผัสภายในต่างๆ, อวัยวะรับสัมผัส, สัมผัสละเอียดอ่อน (ทานมาตระ), อวัยวะที่ใช้กระทำ และอื่นๆ
- มนัส (จิตใจ) : จันทรา
- พุทธิ (สติปัญญา) : พรหม
- อหังการ (ego) : รุทระ
- จิต (ความคิด, สติปัญญา) : วสุเทวะ
- ประสาทสัมผัส และเทวะ มีดังนี้
- หู (เสียง) : อากาศ (ที่ว่าง, ทิศทาง)
- ผิว (สัมผัส) : วายุ (ลม)
- ตา (รูป) : สุริยะ (พระอาทิตย์)
- ลิ้น (รส) : วรุณ (น้ำ)
- จมูก (กลิ่น) : อัศวินกุมาร (เทวะคู่แห่งการปรุงยา)
อวัยวะที่ใช้กระทำ และเทวะ มีดังนี้
- วาจา (พูด) : อัคนี (ไฟ)
- ปานิ (มือ) : อินทรา (เทวราชา)
- บาทา (เท้า) : วิษณุ (ผู้ธำรงรักษา)
- พายุ (ขับถ่าย) : มฤตยู (เทพแห่งความตาย)
- อุบัติ (การเกิด) : ประชาบดี (ต้นกำเนิดบรรบุรุษ)
ความหมายทั้ง 4
คือ ความต้องการ 4 ประการ สำหรับการตระหนักรู้ถึงพรหมัน (4 วิธีที่จำเป็นสำหรับจิตวิญญาณ)
- วิเวกะ ความสามารถในการแยกแยะระหว่างสิ่งจริงและสิ่งลวง
- ไวราคยะ จิตที่ปลีกตัวจากความเพลิดเพลินที่เป็นผลของการกระทำในปัจจุบันและต่อจากนี้ไป
- สาระสำคัญ ประกอบด้วย
- สมะ สงบ
- ทมะ ควบคุมตนเอง ควบคุมผัสสะ
- อุปาราติ ปล่อยวาง หยุดการกระทำ ถอนออกจากความรู้สึกจากภายนอก
- ทิทิกชะ อดทน อภัย อดทนต่อสิ่งตรงข้าม เช่น ร้อน-เย็น, พอใจ-เจ็บปวด ให้ความเท่าเทียมกันโดยไม่เข้าไปดิ้นรนแก้ไข หรือล้างแค้น ปราศจากความวิตกกังวลหรือคร่ำครวญบนสิ่งเหล่านี้
- ศรัทธา ความเข้าใจที่ชัดเจน ทัศนคติของจิตใจที่มั่นคง อ่อนน้อมถ่อมตน จริงใจ จริงจัง เด็ดเดี่ยว มุ่งมั่นค้นหาสัจธรรมในทุกกรณี
- สมรรถนะ การทำสมาธิที่ลึกซึ้ง, การไตร่ตรองในทางนามธรรม
- มุมุกสัตวา ความปราถนาอย่างมากที่จะหลุดพ้น
พระคัมภีร์ที่เก่าแก่ที่สุดและเป็นรากฐานของศาสนาฮินดู มักจะนับว่ามี 4 ฉบับ คือ ฤคเวท, สามเวท, ยชุรเวท และอาถรรพเวท) แม้ว่าบางครั้งจะกล่าวว่ามีเพียง 3 เท่านั้น แต่อาถรรพเวทเป็นข้อยกเว้นและได้รับการยอมรับว่าเป็นพระเวทจริง
Reference: "The Ribhu Gita", First English Translation from the Original Indian Epic,
SIVARAHASAYA
Translated by Dr.H.Ramamoorthy , Assisted by Master Nome.
