บทที่ 26 การดำรงอยู่เป็น ตตฺ ด้วยตัวเอง
Chapter Twenty-Six
Topic of the Instruction of A biding as That It self
พึงดำรงอยู่เช่น ตตฺ ด้วยตัวเองตลอดกาล
ฤภู กล่าวว่า
คำอธิบายเพิ่มเติมสำหรับบทนี้
นิรามิสสุข คือสุขที่เกิดโดยปราศจากอามิสหรือสิ่งภายนอก เป็นความสุขที่ไม่ต้องวิ่งไปหาจากภายนอก แต่ความสุขเกิดจากภายใน ด้วยเจริญสติภาวนา ด้วยการฝึกจิตให้อยู่กับสมาธิ ไม่ให้จิตดิ้นรนออกไปตามสิ่งที่เราไปสัมผัสด้วยตา หู จมูก ลิ้น กาย และสัมผ้ส ความสุขเกิดความสงบ ความสะอาด และความสว่างของดวงจิตภายในของเรา ซึ่งเป็นความสุขที่ละเอียด ยั่งยืน และมั่นคงไม่ต้องหาวิ่งหา ไม่ต้องใช้เงิน ซึ่งเป็นความสุขที่หาซื้อไม่ได้ ใครอยากได้ต้องทำเอง
- ชีวา (ปัจจเจกวิญญาณ) ในสำขยะคือ วิญญาณเดี่ยวที่แยกออกจากปุรุษะ โดยเชื่อมต่อกับอัตตา, พุทธิ, จิต และความรู้สึกถูกจำกัดโดยร่างกาย
- ชีวา กล่าวในสำขยะว่า ด้วยการบ่งชี้ปุรุษะที่ผิดพลาดของพุทธิ ทำให้เกิดข้อจำกัดและอวิชชา, พึงพอใจและเจ็บปวด, พันธะและความตาย ซึ่งสามารถก้าวข้ามด้วยความรู้แห่งสัจธรรม
นามของศิวะ หมายถึง ผู้บำเพ็ญประโยชน์
นิทิธยาสนะ ฌานสมาธิ เป็นขั้นสุดท้ายในการทำความเข้าใจมหาวรรคยะ วรรคที่กล่าวว่า “ตตฺ คือ ท่าน” เพื่อรู้แจ้งถึง อาตมัน/พรหมัน ขั้นตอนทั้ง 4 ของการบำเพ็ญเพียร
- สมันยาสะ หรือสัมปาติสสฺส “การปลูกฝังวินัยดังต่อไปนี้
- ความสามารถในการแยกแยะสิ่งจริงและสิ่งลวง
- การสละความเพลิดเพลินของวัตถุเช่น โลกและสวรรค์
- คุณสมบัติ 6 ประการ
- การควบคุมอันตกราณะ
- การควบคุมอวัยวะรับสัมผัสภายนอก
- หยุดการทำงานของอวัยวะรับสัมผัสภายนอก
- อดทน
- ศรัทธาต่อพระเวทและคุรุ
- ตั้งมั่นในคุรุหรือพระเป็นเจ้า
- สารวันนะ ฟังคำสอนของปราชญ์เรื่องอุปนิษัทและ อัทไวตะอุปนิษัทและศึกษาพระ เช่น พรหมสูตรเรียนรู้เกี่ยวกับความเป็นจริงของพรหมันและอาตมัน
- มานานะ การไตร่ตรองคำสอน
- นิทิธยาสนะ การบำเพ็ญสมาธิกับความจริงที่ว่า “ตตฺ คือ ท่าน”
(ปัญจะโกสะ) คือเปลือกทั้ง 5 ประการ ชั้นที่ลึกเข้าไปจะมีความละเอียดอ่อนมากขึ้น
- อันนามายะ โกสะ เปลือกแห่งกายภาพ
- ปราณามายะ โกสะ เปลือกแห่งปราณ หรือ ลมปราณ และ ระบบประสาท (เปลือกแห่งสรีระหรือพลังงาน)
- มโนมายะ โกสะ เปลือกแห่งรูปแบบของความปรารถนาและแรงจูงใจ มีรูปแบบซับซ้อน เรียกว่าเปลือกแห่งจิต
- วิชญานามายะ โกสะ เปลือกแห่งพุทธิ และ ความรู้สติปัญญา (เปลือกแห่งปัญญา)
- อนันตมายะ โกสะ เปลือกของการรู้แจ้ง (เปลือกแห่งบรมสุข)
สิ่งนั้น / “ตตฺ” ถูกใช้แทนความหมายของ พรหมัน, สมบูรณ์ ไร้ตัวตน, ปราศจากเงื่อนไขใดๆ (ความหลงผิด)
(ภาวนา) หมายถึง สภาวะ ทัศนคติ ท่าทาง อารมณ์ ความคิด อารมณ์ ความคิดเห็น การจัดการจิต ธรรมชาติ ความมุ่งมั่น ความรู้สึก ความละเอียด ศรัทธา ความเชื่อมั่น การไตร่ตรอง สมาธิแบบนามธรรม
สิ่งลวงตา เป็นพื้นฐานที่ทำให้เกิดโลกแห่งปรากฏการณ์ ; มายาถูกเรียกว่าเป็นพลังแห่งการบดบัง ; ในอัทไวตะพิจารณามายาว่าเป็นสิ่งคู่ที่อยู่อีกด้านหนึ่งของพรหมัน นอกจากนี้กล่าวกันว่ามายานั้นไม่ใช่ทั้งจริง และไม่ใช่สิ่งลวง ;
ท่านศังกรา กล่าวว่า เหตุผลแรก เพราะโลกคือปรากฏการณ์, มายาจึงไม่จริง และ เหตุผลที่สอง เมื่อมายาหายไปจะเกิดความรู้แห่งอาตมัน ดังนั้น มายาจึงไม่จริง ; ท่านศังกรายังกล่าวด้วยว่า มายานั้นใช้แทนความไม่รู้ (อวิชชา) มายานี้ไม่มีอยู่จริง, ไม่เป็นสสารหรืออะไรก็ตาม แต่ก็มิใช่ “สิ่งที่ไม่จริง” , เพราะว่ามายานั้นมิได้มีอยู่ ; อาตมันหรือพรหมันนั้นเป็นหนึ่งไม่มีสอง และในอาตมันหรือพรหมันนั้น แท้จริงแล้ว ไม่มีมายา
1 วันของพรหม เรียกว่า กัลปะ ประกอบด้วย 1000 มหายุค เท่ากับ 4,320,000 ปี กล่าวกันว่ามี 4 ยุค
- กรีทายุค เท่ากับ 1,728,000 ปีมนุษย์
- เทรทายุค เท่ากับ 1,296,000 ปีมนุษย์
- ทวาปรายุค เท่ากับ 864,000 ปีมนุษย์
- กาลียุค เท่ากับ 432,000 ปีมนุษย์
- ตามความเชื่อของฮินดู วันเริ่มขึ้นเมื่อพรหมสร้างโลกขึ้น เมื่อหมดวันโลกก็จะกลับไปรวมกับพรหม
- บางตำรา 1 กัลปะ แบ่งออกเป็น 14 รัชสมัยของมนู (ผู้ตรากฎหมาย-ผู้ปกครอง) โดย 14×1มนู (มี 72 มหายุค) เพราะฉะนั้น 1 วันของพรหม เท่ากับ 14x72x4.32ล้านปี = 4,354.56 ล้านปี
อกุศล ; บาปหนัก 5 ประการ คือ
- พราหมณฆาตยะ : การสังหารพราหมณ์
- สุราปานะ : การดื่มแอลกอฮอล์
- สตียะ : การขโมย
- กุรวันกะนะกามานะ : การเป็นชู้กับภรรยาของคุรุ
- สัมสันกะ : การร่วมมือหรือสมคบกับคนบาปที่กล่าวถึงข้างต้น
- อาธยาตมิกะ – ความทุกข์ที่เกิดจากความผิดปกติของอวัยวะต่างๆ เช่น ไตพิการ รวมทั้งความทุกข์ทางใจ เช่น ความผิดหวัง
- อธิเภาติกะ – ความทุกข์ที่เกิดจากสาเหตุภายนอก เช่น แมลงกัด หนามตำ หรือมนุษย์ทุบตี
- อธิไทวิกะ – ความทุกข์ที่เกิดจากเหตุเหนือวิสัยปกติ เช่น วิญญาณ ปีศาจ ผี และการกระทำของเทวะ คือ ความร้อน ความเย็น ลม ฝน ฯลฯ
ราชาโยคะของปตัญชลี โรงเรียนปรัชญาสำหรับฝึกวินัยเพื่อดับทุกข์และนำไปสู่ความรู้ของการบำเพ็ญเพียร (อาตมัน-มิใช่อาตมัน) อันนำไปสู่การหลุดพ้น ; อัษฏางค์หมายถึง 8 รยางค์
- ยมะ การละเว้น
- นิยมะ ข้อปฏิบัติ
- อาสนะ ท่าทางของร่างกาย
- ปราณยมะ การกำหนดลมหายใจ
- ปรัตยาหาระ การดึงอายตนะ อินทรีย์ต่างๆ ออกจากอารมณ์ของมัน เช่น ดึงตาออกจากรูป
- ธารณา ฝึกใจให้ติดกับอารมณ์เดียว
- ธยานะ การเพ่งอารมณ์ที่กำหนดและรักษามิให้อารมณ์อื่นๆ มารบกวน
- สมาธิ การที่จิตรวมตัวอยู่กับอารมณ์ที่กำหนดให้ได้นานๆ จิตสงบรวมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับอารมณ์ จึงเป็นสมาธิ ถ้าฝึกถึงขั้นสูงสุด พฤติของจิตจะดับไปทันที คือขั้นสุดท้ายสู่โมกษะ
เกี่ยวกับ หรือ เชื่อมต่อกับ สตฺ (สัตย์-ความจริงหรือความดี) เป็นส่วนร่วมกับสตฺ, เป็น สตฺ ด้วยตัวมันเอง, หรือ ร่วมกันกับผู้ที่ตระหนักรู้ในการมีชีวิตอยู่
อวัยวะภายใน (โครงสร้าง) ประกอบด้วย มนัส, พุทธิ, จิตตะ และ อหังการ มีหน้าที่ต่างกัน
- มนัส : ใจ มีลักษณะ สงสัย (วิกัลป์ปะ) และ มุ่งมั่น (สังกัลป์ปะ) มักจะใช้คำว่า มนัส หรือ ใจ เป็นคำเรียกที่รวมเอาพุทธิหรือจิตตะไว้ด้วย
- พุทธิ : สติปัญญา ยกระดับได้ด้วยพลังของการบำเพ็ญเพียร (มุ่งมั่นและปฏิบัติ)
- จิตตะ : จิต เป็นคลังของความประทับใจในอดีต
- อหังการ : กำหนดลักษณะโดยความรู้สึกว่า “ตัวฉัน”
มาจากภาษาสันสฤต พรห = การเติบโต และ มัน = การหายไป (จากสถานที่หรือเวลา) ดังนั้น พรหมันจึงหมายถึงสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
- พรหมันคือสิ่งเดียวที่เป็นจริง อยู่เหนือคำจำกัดความ การยอมรับที่สัมผัสได้ และ จิตใจของมนุษย์
- พรหมันถูกมองว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไร้ข้อจำกัด, เคยมีอยู่, ไร้ข้อจำกัดในสถานที่และเวลา, ไม่เปลี่ยนแปลง, ไม่มีที่ติ, ไร้คุณสมบัติ, ไร้คุณลักษณะ, ไร้ชื่อหรือรูปแบบ, ไม่เกิดและไม่เติบโต, ไม่มีวุฒิภาวะ, ไม่เสื่อมสลาย, ไม่มีอะไรที่คล้ายคลึง และไม่มีอะไรแตกต่างจากพรหมัน
- พรหมันถูกกล่าวว่าเป็นความรู้บริสุทธิ์, เป็นเหตุแห่งประสิทธิภาพและแก่นสารของจักรวาล, เป็นจิตวิญญาณที่แผ่ซ่านไปทั่วจักรวาล, เป็นแก่นของการสร้างสิ่งมีชีวิตและสิ่งที่สิ่งมีชีวิตซึมซับอยู่
- ปรากฏการณ์ทั้งหมดของโลก, คุณภาพ, การกระทำ, การเผยให้เห็น กล่าวกันว่าเป็นการลวงตาที่ซ้อนทับบนพรหมัน
- ในอุปนิษัทนิยมพรหมันว่าเป็นอาตมันสากล, เป็นความจริงแท้ และที่สำคัญที่สุดก็คือการอธิบายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันในฤภูคีตานี้
Reference: "The Ribhu Gita", First English Translation from the Original Indian Epic,
SIVARAHASAYA
Translated by Dr.H.Ramamoorthy , Assisted by Master Nome.
