บทที่ 19 การปฏิเสธนามและรูป
Chapter Nineteen
Topic of the Negation of Name and Form
ข้าฯ มิใช่อัตตา มิใช่รุทระ มิใช่ทั้งผู้ที่ผ่านประสบการณ์ และมิใช่พยาน
ฤภู กล่าวว่า
คำอธิบายเพิ่มเติมสำหรับบทนี้
นิรามิสสุข คือสุขที่เกิดโดยปราศจากอามิสหรือสิ่งภายนอก เป็นความสุขที่ไม่ต้องวิ่งไปหาจากภายนอก แต่ความสุขเกิดจากภายใน ด้วยเจริญสติภาวนา ด้วยการฝึกจิตให้อยู่กับสมาธิ ไม่ให้จิตดิ้นรนออกไปตามสิ่งที่เราไปสัมผัสด้วยตา หู จมูก ลิ้น กาย และสัมผ้ส ความสุขเกิดความสงบ ความสะอาด และความสว่างของดวงจิตภายในของเรา ซึ่งเป็นความสุขที่ละเอียด ยั่งยืน และมั่นคงไม่ต้องหาวิ่งหา ไม่ต้องใช้เงิน ซึ่งเป็นความสุขที่หาซื้อไม่ได้ ใครอยากได้ต้องทำเอง
(ปัญจะโกสะ) คือเปลือกทั้ง 5 ประการ ชั้นที่ลึกเข้าไปจะมีความละเอียดอ่อนมากขึ้น
- อันนามายะ โกสะ เปลือกแห่งกายภาพ
- ปราณามายะ โกสะ เปลือกแห่งปราณ หรือ ลมปราณ และ ระบบประสาท (เปลือกแห่งสรีระหรือพลังงาน)
- มโนมายะ โกสะ เปลือกแห่งรูปแบบของความปรารถนาและแรงจูงใจ มีรูปแบบซับซ้อน เรียกว่าเปลือกแห่งจิต
- วิชญานามายะ โกสะ เปลือกแห่งพุทธิ และ ความรู้สติปัญญา (เปลือกแห่งปัญญา)
- อนันตมายะ โกสะ เปลือกของการรู้แจ้ง (เปลือกแห่งบรมสุข)
- ผู้มี (ประสบการณ์) สภาวะตื่นแห่งจักรวาล : ผู้ที่มีผ่านสภาวะตื่น, ศรีสังการะ กล่าวว่า : ไวสวานระ คือ “ผู้ผาสุกกับสิ่งทั้งมวล ถูกเรียกว่า ไวสวานระ เพราะเขาคือผู้นำทางที่หลากหลาย (วิศว) ของมุนษย์ (นร)” และ “เขาถูกเรียกว่าไวสวานระ (สรรพชีวิต) เพราะเขาตีล้อมสรรพชีวิตด้วยคุณธรรมเขา ซึ่งแท้จริงแล้วไม่มีการแบ่งแยกแตกต่างไปจากอาตมันที่ประกอบไปด้วยประสบการณ์ทั้งหมด (วิรัต)”
- เกาทะปาทะ กล่าวใน มันฑุคายะ อุปนิษัท คาริค ว่า “วิศวรู้ถึงสิ่งภายนอกและแผ่ซ่านไปทั่วทั้งหมด” และ “วิศวผาสุกตลอดกาล” ; วิรัตแผ่ซ่านไปทั่วจักรวาลและเป็นผู้ชี้นำบริบทโดยรวม ; ไวสวานระระบุบริบทของแต่ละบุคคล หรือประสบการณ์การตื่นรู้ของของและบุคคล
- ในมุมของของอัทไวตะไม่มีความแตกต่างระหว่าง ไวสวานระ, วิศวาน และ วิรัต
- ไฟของการย่อยอาหารในกระเพาะอาหาร : ไวสวานระปรากฎในภควัทคีตาว่าเป็นไฟแห่งการย่อยอาหารในร่างกายของสิ่งมีชีวิต “ด้วยไฟแห่งไวสวานระ, ข้าพเจ้าเข้าสู่ร่างกายของสรรพชีวิตและคลุกเคล้าด้วย ปราณ และ อปาน (ขึ้นบนและลงล่าง) ข้าพเจ้าย่อยอาหาร 4 ประเภท”
1 วันของพรหม เรียกว่า กัลปะ ประกอบด้วย 1000 มหายุค เท่ากับ 4,320,000 ปี กล่าวกันว่ามี 4 ยุค
- กรีทายุค เท่ากับ 1,728,000 ปีมนุษย์
- เทรทายุค เท่ากับ 1,296,000 ปีมนุษย์
- ทวาปรายุค เท่ากับ 864,000 ปีมนุษย์
- กาลียุค เท่ากับ 432,000 ปีมนุษย์
- ตามความเชื่อของฮินดู วันเริ่มขึ้นเมื่อพรหมสร้างโลกขึ้น เมื่อหมดวันโลกก็จะกลับไปรวมกับพรหม
บางตำรา 1 กัลปะ แบ่งออกเป็น 14 รัชสมัยของมนู (ผู้ตรากฎหมาย-ผู้ปกครอง) โดย 14×1มนู (มี 72 มหายุค) เพราะฉะนั้น 1 วันของพรหม เท่ากับ 14x72x4.32ล้านปี = 4,354.56 ล้านปี
การปลงอาบัติ, ความเคร่งครัดทางศาสนา, การตาย หรือ การทำสมาธิที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติตนในการปฏิเสธตนเอง หรือการตายทางร่างกาย, คุณธรรม ศีลธรรม, ความดีความชอบ, หน้าที่พิเศษหรือการปฏิบัติตามวรรณะใดๆ ; ตาปะห์ หมายถึงความร้อน ความอบอุ่น ไฟ ดวงอาทิตย์ ฤดูร้อนและสิ่งที่คล้ายกัน ; ตาปาส แปลว่า เป็นการฝึกฝนที่ร้อนแรง (รุนแรง) ก็ได้
- สวรรค์
- โลก (ปฐพี)
- บาดาลโลก
ปุรุษะ หมายถึง ผู้ชาย, วิญญาณ, จิตวิญญาณ
- สำขยะ กล่าวว่า ปุรุษะ คือสติบริสุทธิ์ จับต้องไม่ได้ ไม่สัมพันธ์กับสิ่งใด ไม่ตื่นตัว ไม่เปลี่ยนแปลง บริสุทธิ์ เป็นนิรันดร์ จิตวิญญาณมีจำนวนอนันต์ ;
- ไศวนิกาย กล่าวว่า ปุรุษะเป็นบรมวิญญาณ อาตมันสากล เป็นวิญญาณของจักรวาล ปรากฏภายใต้ข้อจำกัดเช่นเดียวกับปัจเจกวิญญาณต่างๆ ที่ถูกผนึกในเปลือกทั้ง 5 ของ กาละ, นิยาติ, ราคะ, วิทยา และ กาละ
- อัทไวตะ กล่าวว่า ปุรุษะเป็นพื้นฐานหนึ่งเดียว, ผู้สังเกตการณ์นิรันดร์, ไม่เคลื่อนไหว, ไม่ปรุงแต่ง, เป็นผู้รู้ประสบการณ์, ปรมาตมัน (บรมวิญญาณสูงสุด) ถูกพิจารณาว่าเป็นหนึ่งเดียวและเป็นเพียงปุรุษะ
- ปุรุษะ สุคตา อธิบาย ปุรุษะจักรวาล ว่าเป็นจำนวน พันศีรษะ พันตา พันเท้า ไม่เที่ยงแท้ และอยู่เหนือกว่า ครอบคลุมโลกทุกด้านและยื่นออกไปอีก 10 นิ้วมือของโลกที่มีทั้งหมด ¼ ของปุรุษะคือสิ่งมีชีวิต และ ¾ ของปุรุษะคือสิ่งที่เป็นอมตะในสวรรค์
ศิวะผู้เป็นตัวของตัวเองเสมอ ผู้สงบเสมอ สภวะของศิวะที่เป็นสิ่งมีชีวิตบริสุทธิ์
อันตกรณ
อวัยวะภายใน (โครงสร้าง) ประกอบด้วย มนัส, พุทธิ, จิตตะ และ อหังการ มีหน้าที่ต่างกัน
- มนัส : ใจ มีลักษณะ สงสัย (วิกัลป์ปะ) และ มุ่งมั่น (สังกัลป์ปะ) มักจะใช้คำว่า มนัส หรือ ใจ เป็นคำเรียกที่รวมเอาพุทธิหรือจิตตะไว้ด้วย
- พุทธิ : สติปัญญา ยกระดับได้ด้วยพลังของการบำเพ็ญเพียร (มุ่งมั่นและปฏิบัติ)
- จิตตะ : จิต เป็นคลังของความประทับใจในอดีต
- อหังการ : กำหนดลักษณะโดยความรู้สึกว่า “ตัวฉัน”
เทวะของประสาทสัมผัสและอวัยวะ
กล่าวกันว่าเทวะมีส่วนร่วมอยู่กับประสาทสัมผัสภายในต่างๆ, อวัยวะรับสัมผัส, สัมผัสละเอียดอ่อน (ทานมาตระ), อวัยวะที่ใช้กระทำ และอื่นๆ
- มนัส (จิตใจ) : จันทรา
- พุทธิ (สติปัญญา) : พรหม
- อหังการ (ego) : รุทระ
- จิต (ความคิด, สติปัญญา) : วสุเทวะ
- ประสาทสัมผัส และเทวะ มีดังนี้
- หู (เสียง) : อากาศ (ที่ว่าง, ทิศทาง)
- ผิว (สัมผัส) : วายุ (ลม)
- ตา (รูป) : สุริยะ (พระอาทิตย์)
- ลิ้น (รส) : วรุณ (น้ำ)
- จมูก (กลิ่น) : อัศวินกุมาร (เทวะคู่แห่งการปรุงยา)
นามของศิวะ ปรากฏครั้งแรกใน ฤคเวท ; รุทระ หมายถึง น่ากลัว คำราม ประทานอำนาจ แข็งแรง สีแดง แวววาว ส่องแสง น่ายกย่อง ขับไล่ความชั่วร้าย
พระเจ้าผู้ทรงสถิตอยู่ทุกหนทุกแห่ง ชื่อของพระวิษณุ
- พระเป็นเจ้า ผู้ปกครอง กษัตริย์ เจ้านาย
- ตามอัทไวตะ อธิบายสภาวะของมายาว่า อิศวรคือพรหมันที่มีสภาวะตามมายา
- กล่าวกันว่า อิศวร มีคุณสมบัติเป็นทั้งสสารและเป็นต้นกำเนิดของโลก
- พรหมัน ถูกสรุปว่ามีทั้งสองแบบ คือไม่มีคุณลักษณะ (นิรคุณพรหมัน) และมีรูปแบบ (สคุณพรหมัน) ; อิศวร คือ สคุณพรหมัน ซึ่งมีรูปแบบเช่น มีอำนาจทุกประการ, มีความรอบรู้, เป็นผู้สร้าง ฯลฯ
- คำว่าอิศวรมีหลายความหมายตามการนำไปใช้ เช่น ในวิสิทธอัทไวตะ หมายถึง ความไม่เป็นคู่อย่างสมบูรณ์พร้อม
สถุลาสรีระ (กายหยาบ) คือเปลือกของอาหาร ประกอบด้วยธาตุทั้งห้า
(ปัญจะโกสะ) คือเปลือกทั้ง 5 ประการ ชั้นที่ลึกเข้าไปจะมีความละเอียดอ่อนมากขึ้น
- อันนามายะ โกสะ เปลือกแห่งกายภาพ
- ปราณามายะ โกสะ เปลือกแห่งปราณ หรือ ลมปราณ และ ระบบประสาท (เปลือกแห่งสรีระหรือพลังงาน)
- มโนมายะ โกสะ เปลือกแห่งรูปแบบของความปรารถนาและแรงจูงใจ มีรูปแบบซับซ้อน เรียกว่าเปลือกแห่งจิต
- วิชญานามายะ โกสะ เปลือกแห่งพุทธิ และ ความรู้สติปัญญา (เปลือกแห่งปัญญา)
- อนันตมายะ โกสะ เปลือกของการรู้แจ้ง (เปลือกแห่งบรมสุข)
ที่กล่าวถึงข้างบนถูกจับกลุ่มเป็น กาย 3 ประการ
- กายหยาบ (สถุลสรีระ) คือเปลือกชั้นที่ 1 อันนามายะ โกสะ ประกอบด้วยธาตุทั้ง 5 ที่แบ่งสัดส่วนกัน
- กายละเอียด (สุขุมสรีระ) คือเปลือกชั้นที่ 2, 3 และ ชั้นที่ 4
- กายทิพย์ (การณะสรีระ) คือเปลือกชั้นที่ 5 และเป็นเหตุให้เกิดกายละเอียดและกายหยาบ
ตามอัทไวตะ เปลือกของการรู้แจ้งเป็นซองที่ผนึกไว้ในอวิชชา (ความหลงผิด) หรือมีการกล่าวว่า เปลือกของการรู้แจ้ง นั้นเป็นอนันต์ โปร่งใส, สมบูรณ์ และเป็นแก่นแท้ของอาตมัน
เปลือกทั้ง 6 เป็นองค์ประกอบของร่างกาย (อย่าสับสนกับเปลือกทั้ง 5)
- ไขกระดูก
- กระดูก
- อสุจิ
- เลือด
- ผิวหนัง
- เนื้อ
พื้นฐานการเคลื่อนลมปราณ 10 ประการ (ในช่องที่ละเอียดอ่อนหรือหลอดเลือด)
- ปราณ มีหน้าที่ หายใจออก, หายใจเข้า, ไอ, กลั้นหายใจ, เคลื่อนไปที่ปาก, รูจมูก, ลำคอ, สะดือ, นิ้วโป้งเท้าทั้งสอง และ บน/ล่างของกุณฑาลินี (กระดูกกระเบนเหน็บ)
- อปาน มีหน้าที่ ขับอุจจาระ, ปัสสาวะ และสิ่งที่คล้ายกัน, การเคลื่อนไหวทั้งร่างกาย, ทวารหนัก, อวัยเพศ, ต้นขา, เข่า, น่อง, ท้อง, สะโพก, หน้าแข้ง, สะดือ และอื่นๆ
- วิยานะ ทำหน้าที่ ให้และจับความเคลื่อนไหว ในหู, ตา, ตะโพก, ข้อเท้า, ส้นเท้า, จมูก, คอ และส่วนต่างๆ ในร่างกายทั้งหมด
- อุทานะ ทำหน้าที่ที่ตรงขึ้นด้านบน คือ แบกของสูงขึ้น, การเคลื่อนไหวในกึ่งกลางของลำคอและที่ข้อต่อทั้งหมด
- สมานะ ทำหน้าที่บำรุงร่างกายในสะดือ, แผ่ซ่านไปที่มือและเท้าและส่วนอื่นๆ ของร่างกาย ตลอดทั้ง 72000 ช่องเล็กๆที่ละเอียดอ่อน แทรกซึมไปในส่วนหลักและส่วนย่อย
ส่วนย่อยของปราณคือ
- นากะ ทำหน้าที่ เรอ หรือที่เหมือนกัน
- คุรมะ ทำหน้าที่ เปิดและปิดเปลือกตา
- ครคาระ ทำหน้าที่ สะอึก
- เทวะทัตตะ ทำหน้าที่ หาวและนำเข้าสู่การหลับ
- ธานานชายะ ทำหน้าที่สร้างเสมหะ, การบวม และที่คล้ายกัน, แผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย ; กล่าวกันว่าจะไม่ทิ้งร่างแม้จะตายแล้ว
ชื่อของกามเทพ ผู้ถูกเผาเป็นเถ้าโดยพระศิวะ แต่ได้รับชีวิต (โดยไร้รูป) โดยพระแม่อุมา
Reference: "The Ribhu Gita", First English Translation from the Original Indian Epic,
SIVARAHASAYA
Translated by Dr.H.Ramamoorthy , Assisted by Master Nome.
