บทที่ 5 การกำหนดให้โลกแห่งปรากฏการณ์เป็นความไม่มีและไม่ดำรงอยู่ทั้งสิ้น
Chapter 5
Determination of the Phenomenal World Being the Void and the Nonexistence of All
สรรพสิ่งไม่ดำรงอยู่ ไม่ต้องสงสัยสิ่งนี้
ฤภู กล่าวว่า
คำอธิบายเพิ่มเติมสำหรับบทนี้
จิตตะ สภาวะของจิตใจที่บรรลุได้ในจังหวะที่รู้ถึงแรงจูงใจและความเฉื่อยชา, เป็นคลังเก็บความประทับใจในอดีต ; คำว่ามนัสหรือจิต มักใช้เป็นคำทั่วไปที่รวม พุทธิและจิต ไว้ด้วยกัน
ตรีกายา กาย 3 ประเภท
- สถุลาสรีระ (กายหยาบ) คือเปลือกของอาหาร ประกอบด้วยธาตุทั้งห้า
- สุขมาสรีระ (กายละเอียด) คือร่างของจิตและพลังงานสำคัญซึ่งทำให้กายมีชีวิต กายละเอียดจะรวมกับกายทิพย์ซึ่งส่งต่อวิญญาณ หรือ ชีวา ที่แยกออกจากการยหยาบเมื่อตาย ประกอบด้วย
- ปราณามายาโกษา เกี่ยวกับลมปราณ
- มโนมายาโกษา เกี่ยวกับจิตและสัมผัส
- วิทยานะมายาโกษา เกี่ยวกับพุทธิและสัมผัส
- กรนาสรีระ (กายทิพย์) เป็นเพียงเมล็ดพันธุ์ของการหยาบและกายละเอียด กล่าวว่ามีความซับซ้อนมากที่สุด เพราะประกอบไปด้วยประสบการณ์ที่ประทับใจที่เกิดขึ้นในอดีต หรือสิ่งห่อหุ้มความสุข (อนันตมายาโกษา)
อยู่ใน อัษฎางค์โยคะ หรือ ราชาโยคะของปตัญชลี โรงเรียนปรัชญาสำหรับฝึกวินัยเพื่อดับทุกข์และนำไปสู่ความรู้ของการบำเพ็ญเพียร (อาตมัน-มิใช่อาตมัน) อันนำไปสู่การหลุดพ้น ; อัษฏางค์หมายถึง 8 รยางค์
- ยมะ การละเว้น
- นิยมะ ข้อปฏิบัติ
- อาสนะ ท่าทางของร่างกาย
- ปราณยมะ การกำหนดลมหายใจ
- ปรัตยาหาระ การดึงอายตนะ อินทรีย์ต่างๆ ออกจากอารมณ์ของมัน เช่น ดึงตาออกจากรูป
- ธารณา ฝึกใจให้ติดกับอารมณ์เดียว
- ธยานะ การเพ่งอารมณ์ที่กำหนดและรักษามิให้อารมณ์อื่นๆ มารบกวน
- สมาธิ การที่จิตรวมตัวอยู่กับอารมณ์ที่กำหนดให้ได้นานๆ จิตสงบรวมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับอารมณ์ จึงเป็นสมาธิ ถ้าฝึกถึงขั้นสูงสุด พฤติของจิตจะดับไปทันที คือขั้นสุดท้ายสู่โมกษะ
กลุ่มอวัยวะสัมผัส อวัยวะแห่งความรู้ (ยาเนนทรีย์)
- โสตร : ความรู้สึกทางหูที่รับรู้เสียง (หู)
- ตวัก : ความรู้สึกสัมผัสที่รับรู้สัมผัส (ผิวหนัง)
- จักษุ : ความรู้สึกทางสายตาที่รับรู้รูปแบบ (ตา)
- ชิวหา : ความรู้สึกที่รับรู้รสชาติ (ลิ้น)
- ครานะ : ความรู้สึกเกี่ยวกับการดมกลิ่นที่รับรู้กลิ่น (จมูก)
อวัยวะสำหรับกระทำ
- วาจา (พูด) : ใช้ในการอธิบาย
- ปานิ (มือ) : ใช้ในการจับและปล่อย
- บาทา (เท้า) : ใช้ในการเคลื่อนไหว เคลื่อนที่
- พายุ (ขับถ่าย) : ใช้ในการขับถ่าย
- อุบัติ (การเกิด) : ใช้ในการกำเนิด, สร้างความพึงใจทางเพศ
ทัตวา เรียกทั่วไปว่า “ความจริง” ; สิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดประสบการณ์ที่ประจักษ์ ; อาจกล่าวได้ว่า ความจริง (ทัตวา) เป็นสิ่งที่กำหนดขอบเขต หน้าที่ คำสั่งของการสร้างทั้งหมด จนกระทั่งการสลายตัวครั้งสุดท้าย ; บางที ความจริง (ทัตวา) ถูกแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม โดย ความไม่เข้าใจ, ทั้งเข้าใจและไม่เข้าใจ, ความเข้าใจ ; ความจริง (ทัตวา) 24 ประการดูรายละเอียดได้ในอภิธานศัพท์
ความต้องการ 4 ประการ สำหรับการตระหนักรู้ถึงพรหมัน (4 วิธีที่จำเป็นสำหรับจิตวิญญาณ)
- วิเวกะ ความสามารถในการแยกแยะระหว่างสิ่งจริงและสิ่งลวง
- ไวราคยะ จิตที่ปลีกตัวจากความเพลิดเพลินที่เป็นผลของการกระทำในปัจจุบันและต่อจากนี้ไป
- สาระสำคัญ ประกอบด้วย
- สมะ สงบ
- ทมะ ควบคุมตนเอง ควบคุมผัสสะ
- อุปาราติ ปล่อยวาง หยุดการกระทำ ถอนออกจากความรู้สึกจากภายนอก
- ทิทิกชะ อดทน อภัย อดทนต่อสิ่งตรงข้าม เช่น ร้อน-เย็น, พอใจ-เจ็บปวด ให้ความเท่าเทียมกันโดยไม่เข้าไปดิ้นรนแก้ไข หรือล้างแค้น ปราศจากความวิตกกังวลหรือคร่ำครวญบนสิ่งเหล่านี้
- ศรัทธา ความเข้าใจที่ชัดเจน ทัศนคติของจิตใจที่มั่นคง อ่อนน้อมถ่อมตน จริงใจ จริงจัง เด็ดเดี่ยว มุ่งมั่นค้นหาสัจธรรมในทุกกรณี
- สมรรถนะ การทำสมาธิที่ลึกซึ้ง, การไตร่ตรองในทางนามธรรม
- มุมุกสัตวา ความปราถนาอย่างมากที่จะหลุดพ้น
อวิชชา ความไม่รู้ ความละเลย ; ในอัทไวตะกล่าวว่า มีพลังในการปกปิดความจริง, พลังแห่งความเท็จ คือ อวิชชา
สัมสาระ (สงสาร) วงรอบของการเกิดและการตาย, เรียกอีกอย่างว่าการโอนย้าย, วงจรชีวิตโลก, ความสำเร็จของการกำเนิด ; หมายถึงวงจรชีวิตของโลก, ชีวิตทางโลก, การดำรงอยู่ของโลกีย์และโลก
ปุราณะ ตำราของฮินดู ตำนาน ประวัติศาสตร์ คำสอนทางจิตวิญญาณ และ หัวข้ออื่นๆ ของสารานุกรมแห่งธรรมชาติ แต่งขึ้นโดยท่านวยาส กล่าวกันว่าพบ 18 เล่ม จากจำนวน 20 เล่ม ดูรายละเอียดเพิ่มเติมในอภิธานศัพท์
อุปนิษัท คือส่วนสรุปของพระเวทและด้วยเหตุนี้จึงเรียกว่า เวทานตะ (ตอนจบของพระเวท) ดูรายละเอียดเพิ่มเติมในอภิธานศัพท์
บาปหนัก 5 ประการ คือ
- พราหมณฆาตยะ : การสังหารพราหมณ์
- สุราปานะ : การดื่มแอลกอฮอล์
- สตียะ : การขโมย
- กุรวันกะนะกามานะ : การเป็นชู้กับภรรยาของคุรุ
- สัมสันกะ : การร่วมมือหรือสมคบกับคนบาปที่กล่าวถึงข้างต้น
ความทุกข์ 3 ประการ
- อาธยาตมิกะ – ความทุกข์ที่เกิดจากความผิดปกติของอวัยวะต่างๆ เช่น ไตพิการ รวมทั้งความทุกข์ทางใจ เช่น ความผิดหวัง
- อธิเภาติกะ – ความทุกข์ที่เกิดจากสาเหตุภายนอก เช่น แมลงกัด หนามตำ หรือมนุษย์ทุบตี
- อธิไทวิกะ – ความทุกข์ที่เกิดจากเหตุเหนือวิสัยปกติ เช่น วิญญาณ ปีศาจ ผี และการกระทำของเทวะ คือ ความร้อน ความเย็น ลม ฝน ฯลฯ
อันตกรณ อวัยวะภายใน (โครงสร้าง) ประกอบด้วย มนัส, พุทธิ, จิตตะ และ อหังการ มีหน้าที่ต่างกัน
- มนัส : ใจ มีลักษณะ สงสัย (วิกัลป์ปะ) และ มุ่งมั่น (สังกัลป์ปะ) มักจะใช้คำว่า มนัส หรือ ใจ เป็นคำเรียกที่รวมเอาพุทธิหรือจิตตะไว้ด้วย
- พุทธิ : สติปัญญา ยกระดับได้ด้วยพลังของการบำเพ็ญเพียร (มุ่งมั่นและปฏิบัติ)
- จิตตะ : จิต เป็นคลังของความประทับใจในอดีต
- อหังการ : กำหนดลักษณะโดยความรู้สึกว่า “ตัวฉัน”
เปลือกของอาหาร (ร่างกาย) คือ เปลือกทั้ง 6 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมในอภิธานศัพธ์
ความหมายที่แท้จริงของวลี “เท้าดอกบัว” คือสภาวะที่อยู่เหนือ (ข้ามพ้น) ไม่สามารถเข้าใจได้ง่ายด้วยสติปัญญาเพียงอย่างเดียว ตลอดทั้งพระคัมภีร์และวรรณคดีตะวันออกนักเรียนทางจิตวิญญาณจะได้รับคำสอนให้หลบภัยหรืออยู่ในที่ปลอดภัย คือ ที่เท้าดอกบัวของอาจารย์ เจ้านาย เทวะ หรือพระผู้เป็นเจ้าของเขา
เขาของกระต่ายเป็นวัตถุที่สันนิษฐานว่าไม่มีอยู่ หมายถึง ความว่างเปล่า, ไม่มีอยู่
Reference: "The Ribhu Gita", First English Translation from the Original Indian Epic,
SIVARAHASAYA
Translated by Dr.H.Ramamoorthy , Assisted by Master Nome.
