บทที่ 3 อธิบายเรื่องภาวะตระหนักรู้ถึงความเป็นไปของโลกแห่งปรากฏการณ์
Chapter Three
Description of the Phenomenal World Being Existence-Consciousness
มีเพียงสติเท่านั้นที่เป็นจริง นี้คือสัจธรรม
อิศวร กล่าวว่า
ฤภู กล่าวว่า
สุตะ กล่าวว่า
คำอธิบายเพิ่มเติมสำหรับบทนี้
วิวารตะ ภาพลวงตาและรูปลักษณ์ที่ไม่จริงซึ่งเกิดจากอวิชชา (ความไม่รู้) ตัวอย่างเช่น งู คือ วิวารตะ ของ เชือก
ปัญจิกะรานะ กล่าวกันว่าโลกสร้างขึ้นจากธาตุทั้ง 5 ผสมกันด้วยสัดส่วนต่างๆ
คือ ปราณาวะ หมายถึง นิรันดร์ สมบูรณ์ ;
คำว่า โอม พยางค์นี้ อธิบายไว้ในบางอุปนิษัทว่า ประกอบด้วย A (อะ) U (อุ) และ M (มะ) แสดงถึง สภาวะ ตื่น ฝัน และ หลับลึก
โอม เป็นคำศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้กล่าวตอนเริ่มหรือจบการอ่านพระเวท หรือ ใช้กล่าวตอนเริ่มพิธีศักดิ์สิทธิ์/สวดมนต์ หรือใช้เรียกชื่อเทวะที่เป็นคุรุ (อาจารย์) ที่มีถึง 108 หรือ 1000 ชื่อ
โอม เป็นการบ่งบอกถึงความเคร่งขลังและความเคารพเหมือนกับคำว่า อาเมน หรือใช้แสดงการยอมรับว่าใช่/ถูกต้อง, เป็นคำสั่ง หรือใช้แสดงความเป็นมงคล
นามของศิวะ ปรากฏครั้งแรกใน ฤคเวท ; รุทระ หมายถึง น่ากลัว คำราม ประทานอำนาจ แข็งแรง สีแดง แวววาว ส่องแสง น่ายกย่อง ขับไล่ความชั่วร้าย
เวทานตะ แท้จริงแล้วคือ “ตอนจบของพระเวท”
คำว่าเวทานตะเป็นคำที่ใช้กล่าวถึงอุปนิษัทและคำสอนที่มีอยู่ในนั้น เวทานตะยังหมายถึงคำสอนหรือ “โรงเรียนแห่งปรัชญา” ก่อตั้งขึ้นจากความรู้ที่อธิบายไว้ในอุปนิษัท ;
โรงเรียนหลักของเวทานตะ คือ อัทไวตะ (ไม่มีสิ่งคู่), วิศิษทไวตะ (ยืนยันการไม่มีสิ่งคู่) และ ทไวตะ (มีสิ่งคู่) ;
เวทานตะคือสิ่งทั้งปวงในอุปนิษัท, ภควัทคีตา และ พรหมสูตร (เรียกว่า เวทานตะสูตรก็ได้) ;
อ้างอิงตาม ปราสาธฺน-ตรยฺย หรือ ข้อบัญญัติทั้งสาม กล่าวว่า เวทานตะคือพื้นฐาน, ตำราพื้นฐาน แม้ว่าจะมีข้อความอื่น ๆ อีกมากมาย เช่น บทความ บทสนทนาและพระคัมภีร์ที่แต่งขึ้นในเวทานตะ ;
เวทานตะถือเป็นหนึ่งในหกโรงเรียนดั้งเดิม หรือหนึ่งประเภทของปรัชญาจิตวิญญาณของศาสนาฮินดู ;
อัทไวตะเวทานตะ หรือการสอนเรื่องการไม่มีสิ่งคู่ อธิบายโดย ฤภู, ศรี ทัตตตรียะ (อวธุตา), ศรีอัษฏาวกระ, ศรีสังกรา, ศรีรามานะ มหาศรี และปราชญ์ที่ยิ่งใหญ่อื่น ๆ อีกมากมาย ;
เวทานตะแสดงให้เห็นถึงความไม่แตกต่างระหว่าง อาตมัน และ พรหมัน ;
เวทานตะคือการเปิดเผยความเป็นจริงโดยไม่มีแม้แต่ร่องรอยของการซ้อนทับ ;
ฤภู คีตา ทั้งหมดเป็นการเผยให้เห็นซึ่งคัมภีร์ที่แท้จริงของ อัทไวตะ เวทานตะ
ลมปราณ 10
พื้นฐานการเคลื่อนลมปราณ 10 ประการ (ในช่องที่ละเอียดอ่อนหรือหลอดเลือด)
- ปราณ มีหน้าที่ หายใจออก, หายใจเข้า, ไอ, กลั้นหายใจ, เคลื่อนไปที่ปาก, รูจมูก, ลำคอ, สะดือ, นิ้วโป้งเท้าทั้งสอง และ บน/ล่างของกุณฑาลินี (กระดูกกระเบนเหน็บ)
- อปาน มีหน้าที่ ขับอุจจาระ, ปัสสาวะ และสิ่งที่คล้ายกัน, การเคลื่อนไหวทั้งร่างกาย, ทวารหนัก, อวัยเพศ, ต้นขา, เข่า, น่อง, ท้อง, สะโพก, หน้าแข้ง, สะดือ และอื่นๆ
- วิยานะ ทำหน้าที่ ให้และจับความเคลื่อนไหว ในหู, ตา, ตะโพก, ข้อเท้า, ส้นเท้า, จมูก, คอ และส่วนต่างๆ ในร่างกายทั้งหมด
- อุทานะ ทำหน้าที่ที่ตรงขึ้นด้านบน คือ แบกของสูงขึ้น, การเคลื่อนไหวในกึ่งกลางของลำคอและที่ข้อต่อทั้งหมด
- สมานะ ทำหน้าที่บำรุงร่างกายในสะดือ, แผ่ซ่านไปที่มือและเท้าและส่วนอื่นๆ ของร่างกาย ตลอดทั้ง 72000 ช่องเล็กๆที่ละเอียดอ่อน แทรกซึมไปในส่วนหลักและส่วนย่อย
ส่วนย่อยของปราณคือ
- นากะ ทำหน้าที่ เรอ หรือที่เหมือนกัน
- คุรมะ ทำหน้าที่ เปิดและปิดเปลือกตา
- ครคาระ ทำหน้าที่ สะอึก
- เทวะทัตตะ ทำหน้าที่ หาวและนำเข้าสู่การหลับ
ธานานชายะ ทำหน้าที่สร้างเสมหะ, การบวม และที่คล้ายกัน, แผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย ; กล่าวกันว่าจะไม่ทิ้งร่างแม้จะตายแล้ว
ปัญจะโกสะ
คือเปลือกทั้ง 5 ประการ ชั้นที่ลึกเข้าไปจะมีความละเอียดอ่อนมากขึ้น
- อันนามายะ โกสะ เปลือกแห่งกายภาพ
- ปราณามายะ โกสะ เปลือกแห่งปราณ หรือ ลมปราณ และ ระบบประสาท (เปลือกแห่งสรีระหรือพลังงาน)
- มโนมายะ โกสะ เปลือกแห่งรูปแบบของความปรารถนาและแรงจูงใจ มีรูปแบบซับซ้อน เรียกว่าเปลือกแห่งจิต
- วิชญานามายะ โกสะ เปลือกแห่งพุทธิ และ ความรู้สติปัญญา (เปลือกแห่งปัญญา)
- อนันตมายะ โกสะ เปลือกของการรู้แจ้ง (เปลือกแห่งบรมสุข)
ที่กล่าวถึงข้างบนถูกจับกลุ่มเป็น กาย 3 ประการ
- กายหยาบ (สถุลสรีระ) คือเปลือกชั้นที่ 1 อันนามายะ โกสะ ประกอบด้วยธาตุทั้ง 5 ที่แบ่งสัดส่วนกัน
- กายละเอียด (สุขุมสรีระ) คือเปลือกชั้นที่ 2, 3 และ ชั้นที่ 4
- กายทิพย์ (การณะสรีระ) คือเปลือกชั้นที่ 5 และเป็นเหตุให้เกิดกายละเอียดและกายหยาบ
ตามอัทไวตะ เปลือกของการรู้แจ้งเป็นซองที่ผนึกไว้ในอวิชชา (ความหลงผิด) หรือมีการกล่าวว่า เปลือกของการรู้แจ้ง นั้นเป็นอนันต์ โปร่งใส, สมบูรณ์ และเป็นแก่นแท้ของอาตมัน
อิศะวาสย มนตรา คำเริ่มต้นของ อิศวาสฺย อุปนิษัท หมายถึง “อาศัยอยู่ในอิศวร”
อิสนะ ลิงกะ (ลึงค์) สัญลักษณ์, ลักษณะ, กายละเอียด ซึ่งเป็นต้นฉบับที่ทำลายไม่ได้ของกายหยาบหรือกายที่มองเห็นได้ ; สัญลักษณ์ลึงค์ที่ใช้ในการบูชาพระศิวะ หมายถึงการพิสูจน์ หลักฐานการพิสูจน์ หรือเพศ
ภว (ภาวนา) หมายถึง สภาวะ ทัศนคติ ท่าทาง อารมณ์ ความคิด อารมณ์ ความคิดเห็น การจัดการจิต ธรรมชาติ ความมุ่งมั่น ความรู้สึก ความละเอียด ศรัทธา ความเชื่อมั่น การไตร่ตรอง สมาธิแบบนามธรรม
Reference: "The Ribhu Gita", First English Translation from the Original Indian Epic,
SIVARAHASAYA
Translated by Dr.H.Ramamoorthy , Assisted by Master Nome.
