ปรัชญานยายะ-ปรัชญาไวเศษิกะ

เปรียบเทียบปรัชญานยายะ-ไวเศษิกะ

ทรรศนะที่สอดคล้องกัน [1]

  • นยายะยอมรับอภิปรัชญาของไวเศษิกะ ส่วน ไวเศษิกะยอมรับญาณวิทยาของนยายะ
  • ทั้งปรัชญานยายะและไวเศษิกะ เห็นพ้องกันว่า ชีวิตในโลกนี้เต็มไปด้วยความทุกข์ การเวียนว่ายตายเกิดเป็นการติดข้อง การหลุดพ้นทุกข์ การหลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิดเป็นจุดมุ่งหมายของชีวิต คือการบรรลุโมกษะ
  • ทั้งปรัชญานยายะและไวเศษิกะ เห็นพ้องกันว่า อวิชชาเป็นสาเหตุแห่งการติดข้อง และ วิชชาหรือวิทยาหรือความรู้แจ้งในสัจธรรมนำไปสู่โมกษะ
  • ทั้งปรัชญานยายะและไวเศษิกะ เป็นปรัชญาพหุสัจนิยมเหมือนกัน เห็นพ้องกันว่าสิ่งที่รับรู้ด้วยประสาทสัมผัสเป็นสิ่งที่มีอยู่จริง และสิ่งที่มีอยู่จริงมีจำนวนมากมายนับไม่ถ้วน
  • ทั้งปรัชญานยายะและไวเศษิกะ เห็นพ้องกันว่า พระเจ้ามิได้สร้างโลกอย่างแท้จริง เพราะพระเจ้าสร้างโลกโดยการนำธาตุทั้ง 4 มารวมตัวกันตามสัดส่วนที่เหมาะสม และโลกจะสลายเพราะการแยกตัวกันของปรมาณู
  • ทั้งปรัชญานยายะและไวเศษิกะ มีทรรศนะเรื่องชีวาตมัน (อาตมัน) เหมือนกัน
cloud, stars, ocean-5946381.jpg

ปรัชญานยายะ คือ ตรรกศาสตร์

ทรรศนะที่แตกต่างกัน [2]

  • ปรัชญาทั้งสองมีจำนวนปทารถะ (สิ่งใดที่อาจแสดงให้รู้กันได้ด้วยคำพูด รวมถึงทุกสิ่งที่อาจพูดถึงได้และอธิบายได้ นั่นคือ ปทารถะคือสิ่งทั้งหมดที่เป็นอารมณ์ของความรู้) [3] ที่ต่างกัน ไวเศษิกะถือว่ามีปทารถะ 7 ประการ ส่วน นยายะ ถือว่าปทารถะมีอยู่ 16 ประการ และจัดปทารถะของ ไวเศษิกะเป็นประเภทใหญ่ที่เรียกว่า ประเมยะ
  • ปรัชญาไวเศษิกะยอมรับประมาณะ (วิถีแห่งการรับรู้ที่ถูกต้อง) ว่ามีเพียง 2 วิธี คือ ประจักษ์และอนุมาน ส่วนนยายะถือว่าวิถีแห่งการรับรู้ที่ถูกต้องมี 4 ทางคือ ประจักษ์ อนุมาน การเปรียบเทียบ และ โดยการบอกเล่าของผู้อื่น
  • ปรัชญานยายะพัฒนาความคิดเน้นไปในทางตรรกวิทยาและญาณวิทยา ส่วนปรัชญาไวเศษิกะพัฒนาความคิดเน้นไปในทางอภิปรัชญา และภววิทยา

ปทารถะ ของ ปรัชญานยายะ

  1. ประมาณ (ความรู้ที่ถูกต้อง)
  2. ประเมยะ (วัตถุแห่งความรู้ที่ถูกต้อง) สองประการแรกนี้เป็นประธาน นอกนั้นเป็นสิ่งปลีกย่อย
  3. สันสยะ (ความสงสัย)
  4. ประโยชนะ (เป้าหมาย)
  5. ทฤษฏานตะ (ตัวอย่าง)
  6. สิทธานตะ (ข้อสรุป)
  7. อวยวะ (การอ้างเหตุผล)
  8. ตรรก (การให้เหตุผลเชิงสมมุติฐาน)
  9. นิรณัย (การตกลง)
  10. วาทะ (การอภิปราย)
  11. ชัลปะ (ข้อคัดค้าน)
  12. วิทนาตะ (การจับผิด)
  13. เหตฺวาภาส (การลวงให้เข้าใจผิด)
  14. จละ (การพูดให้คลุมเครือ)
  15. ชาติ (การหักล้างที่ซับซ้อน)
  16. นิครฺหัสถาน (จุดปราชัย)

ปทารถะ ของ ปรัชญาไวเศษิกะ

  1. ทรัพย์ (ธาตุ)
  2. คุณ (ลักษณะ)
  3. กรรม (พฤติกรรม)
  4. สมันยะ หรือ สามานยะ (ประเภท)
  5. วิเศษะ (ลักษณะพิเศษ)
  6. สมวายะ หรือ สัมวะ (ความสัมพันธ์ใกล้ชิด)
  7. อภาวะ (ความไม่มี หรือ ความสูญ)

[1] ปรัชญาอินเดีย โดย สุนทร ณ รังสี ; [2] ปรัชญาอินเดียสมัยโบราณ รศ.นงเยาว์ ชาญณรงค์ ; [3] ปรัชญาพราหมณ์สมัยพุทธกาล โดย สมัคร บุราวาศ 

ปรัชญาไวเศษิกะ คือ วิทยาศาสตร์

“โยคชะ” ความรู้พิเศษที่ประจักษ์ รับรู้ได้ด้วยอำนาจสมาธิ

“อภิญญา” อำนาจการรับรู้พิเศษ เกิดกับผู้มีสมาธิแก่กล้า เช่น หูทิพย์ ตาทิพย์ [1]

อิสรภาพที่สมบูรณ์หลุดพ้นจากความทุกข์ อาตมันกลับเข้าหาธรรมชาติดั้งเดิมของตน ไม่ต้องเวียนว่ายตายเกิดอีก