ปรัชญามีมางสา-ปรัชญาเวทานตะ
เปรียบเทียบปรัชญามีมางสา-เวทานตะ
ทรรศนะที่สอดคล้องกัน
- ปรัชญามีมางสาและปรัชญาเวทานตะ พัฒนามาจากคัมภีร์พระเวท โดย
- มีมางสาพัฒนามาจาก กรรมกัณฑ์ เป็นส่วนแรกของพระเวท (เน้น หน้าที่ ระเบียบ พิธีกรรม) และ
- เวทานตะพัฒนามาจาก ชญาณกัณฑ์ (เน้นเรื่องปรัชญา ความรู้)
- ปรัชญามีมางสาและปรัชญาเวทานตะ นับถือพระเจ้า
- ปรัชญามีมางสาและปรัชญาเวทานตะ เชื่อในกฎแห่งกรรม แต่กรรมเป็นเรื่องของธรรมชาติมิได้เกี่ยวข้องกับพระเจ้า
- ปรัชญามีมางสาและปรัชญาเวทานตะ พัฒนาต่อไปเป็น 2 สาขา โดย
- มีมางสาแบ่งออกเป็น 2 นิกายตามชื่อของเจ้าลัทธิ
- นิกายประภากร
- นิกายกุมาริล
- เวทานตะแบ่งออกเป็น
- ไศวะนิกายสายท่านศังกราจารย์ (นับถือพระศิวะเป็นพระเจ้าสูงสุด)
- ไวษณวะนิกายสายท่านรามานุช (นับถือพระวิษณุนารายณ์เป็นพระเจ้าสูงสุด)
- มีมางสาแบ่งออกเป็น 2 นิกายตามชื่อของเจ้าลัทธิ
มีมางสาคือพระเวทตอนต้น เวทานตะคือพระเวทตอนปลาย
ทรรศนะที่แตกต่างกัน
- ปรัชญามีมางสาเน้นเรื่องพิธีกรรม แต่ปรัชญาเวทานตะเน้นเรื่องความรู้
- ปรัชญามีมางสาถือว่าพระเวทตอนพราหมณะสำคัญที่สุด แต่ปรัชญาเวทานตะถือว่าอุปนิษัทสำคัญที่สุด
- ปรัชญามีมางสาส่วนใหญ่กล่าวถึงธรรมะ (ธรรมชาติ, หน้าที่) แต่ปรัชญาเวทานตะส่วนใหญ่กล่าวถึงพรหมัน (พระเจ้า) อาตมันและมายา
- ปรัชญามีมางสาเชื่อในกฎแห่งกรรม อำนาจลึกลับ สวรรค์ นรก โมกษะ เชื่อว่าพระเจ้ามิได้สร้างโลกและจะคงอยู่ตลอดไป แต่ปรัชญาเวทานตะเชื่อว่าพระเจ้าเป็นผู้สร้างโลกนี้
- ปรัชญาเวทานตะสายท่านศังกราจารย์เชื่อว่าพระเจ้าสร้างโลกแต่เป็นเพียงมายา
- ปรัชญาเวทานตะสายท่านรามานุชเชื่อว่าพระเจ้าสร้างโลกและเป็นโลกจริงมิใช่มายา
- ปรัชญามีมางสาเชื่อว่าการประกอบพิธีบูชายัญ จะช่วยให้บรรลุโมกษะง่ายขึ้น แต่ปรัชญาเวทานตะเชื่อว่าญาณโยคะจะทำให้บรรลุโมกษะ
- ปรัชญามีมางสาเชื่อว่าไม่มีชีวานมุกตะ (การหลุดพ้นขณะที่ยังมีชีวิต) แต่ปรัชญาเวทานตะเชื่อว่ามี
ปรัชญาอินเดียโบราณ โดย รศ.นงเยาว์ ชาญณรงค์
อาตมันติดข้องอยู่ด้วยกรรมและกิเลส จึงยังไม่หลุดพ้น
มรรควิธี 3 ประการเพื่อบรรลุมุกติของเวทานตะ
- การทำบุญ ประกอบศาสนพิธี ปฏิบัติศาสนกิจตามที่กำหนดไว้ในพระเวท เป็นการชำระใจให้บริสุทธิ์
- ศรัทธาและภักดีต่อพระเป็นเจ้า กระทำกรรมเพื่อพระองค์ ใส่ใจในพระองค์ มุ่งมั่นเพียงเพื่อพระองค์
- ทำลายอวิชชาด้วยการปลูกฝังญาณเข้าในตน เพื่อบรรลุสภาวะเข้ารวมเป็นหนึ่งเดียวกับพรหมัน โดย
- ศึกษาพระเวทและเวทานตะทั้งหลาย
- สละกามทั้งปวงให้สิ้น
- ประกอบพิธีบูชาด้วยปราณและมโน ทำใจให้ปลอดจากโทษ
- เห็นว่ามีเพียงพรหมันเท่านั้นที่เป็นสิ่งจริง รู้ว่าตนเองคือพรหมัน ด้วยการเพ่งญาณแห่งพระอีศวรกระทั่งบรรลุสมาธิ
สภาวะที่วิญญาณหรืออาตมันหลุดพ้นออกจากกฎของกรรมและกิเลส เมื่ออาตมันหลุดพ้นแล้วก็จะคงสภาพเดิม คือ บริสุทธิ์ ไม่มีความรู้สึกใดๆ อยู่เหนือสุข-ทุกข์
การบรรลุพรหมคือโมกษะหรือมุกติ มี 3 ขั้น
- ไม่มีตัวตน คือการเข้ารวมกับพรหมอย่างบริบูรณ์
- ไม่บริบูรณ์ คือการไปสู่พรหมโลกหรือสวรรค์ขั้นสูงๆ
- ชีวานมุกติ คือหลุดพ้นในขณะที่ยังมีชีวิต
- ผู้ประกอบพิธีกรรมบูชา เมื่อตายจะไปสู่สวรรค์
- ผู้บำเพ็ญญาณ เมื่อตายจะไปสู่พรหมโลก
- ผู้บรรลุโมกษะ จะได้รู้ว่าตนคือพรหมัน
