บทที่ 13 ท่านคือสติอย่างแท้จริง
Chapter Thirteen
Description of the Topic of “YOU, INDEED, ARE CONSCIOUSNESS”
บรรลุธรรมโดยมองเห็น “ตัวตนของท่านเอง” ว่าเป็นเพียง “สติ”
ฤภู กล่าวว่า
คำอธิบายเพิ่มเติมสำหรับบทนี้
นิรามิสสุข คือสุขที่เกิดโดยปราศจากอามิสหรือสิ่งภายนอก เป็นความสุขที่ไม่ต้องวิ่งไปหาจากภายนอก แต่ความสุขเกิดจากภายใน ด้วยเจริญสติภาวนา ด้วยการฝึกจิตให้อยู่กับสมาธิ ไม่ให้จิตดิ้นรนออกไปตามสิ่งที่เราไปสัมผัสด้วยตา หู จมูก ลิ้น กาย และสัมผ้ส ความสุขเกิดความสงบ ความสะอาด และความสว่างของดวงจิตภายในของเรา ซึ่งเป็นความสุขที่ละเอียด ยั่งยืน และมั่นคงไม่ต้องหาวิ่งหา ไม่ต้องใช้เงิน ซึ่งเป็นความสุขที่หาซื้อไม่ได้ ใครอยากได้ต้องทำเอง
ปมในใจ ใช้ในหลายคัมภีร์ หมายถึง ความไม่สัมพันธ์กันของร่างกาย ความไม่เข้าใจว่าอาตมันคือสติสัมปะชัญญะบริสุทธิ์
- ชีวา (ปัจจเจกวิญญาณ) ในสำขยะคือ วิญญาณเดี่ยวที่แยกออกจากปุรุษะ โดยเชื่อมต่อกับอัตตา, พุทธิ, จิต และความรู้สึกถูกจำกัดโดยร่างกาย
- ชีวา กล่าวในสำขยะว่า ด้วยการบ่งชี้ปุรุษะที่ผิดพลาดของพุทธิ ทำให้เกิดข้อจำกัดและอวิชชา, พึงพอใจและเจ็บปวด, พันธะและความตาย ซึ่งสามารถก้าวข้ามด้วยความรู้แห่งสัจธรรม
ศิวะสังการะ
สังการะ (ผู้บำเพ็ญประโยชน์) อันเป็นมงคล
คำว่าเวทานตะเป็นคำที่ใช้กล่าวถึงอุปนิษัทและคำสอนที่มีอยู่ในนั้น
เวทานตะยังหมายถึงคำสอนหรือ “โรงเรียนแห่งปรัชญา” ก่อตั้งขึ้นจากความรู้ที่อธิบายไว้ในอุปนิษัท ;
โรงเรียนหลักของเวทานตะ คือ อัทไวตะ (ไม่มีสิ่งคู่), วิศิษทไวตะ (ยืนยันการไม่มีสิ่งคู่) และ ทไวตะ (มีสิ่งคู่) ;
เวทานตะคือสิ่งทั้งปวงในอุปนิษัท, ภควัทคีตา และ พรหมสูตร (เรียกว่า เวทานตะสูตรก็ได้) ;
อ้างอิงตาม ปราสาธฺน-ตรยฺย หรือ ข้อบัญญัติทั้งสาม กล่าวว่า เวทานตะคือพื้นฐาน, ตำราพื้นฐาน แม้ว่าจะมีข้อความอื่น ๆ อีกมากมาย เช่น บทความ บทสนทนาและพระคัมภีร์ที่แต่งขึ้นในเวทานตะ ;
เวทานตะถือเป็นหนึ่งในหกโรงเรียนดั้งเดิม หรือหนึ่งประเภทของปรัชญาจิตวิญญาณของศาสนาฮินดู ;
อัทไวตะเวทานตะ หรือการสอนเรื่องการไม่มีสิ่งคู่ อธิบายโดย ฤภู, ศรี ทัตตตรียะ (อวธุตา), ศรีอัษฏาวกระ, ศรีสังกรา, ศรีรามานะ มหาศรี และปราชญ์ที่ยิ่งใหญ่อื่น ๆ อีกมากมาย ;
เวทานตะแสดงให้เห็นถึงความไม่แตกต่างระหว่าง อาตมัน และ พรหมัน ;
เวทานตะคือการเปิดเผยความเป็นจริงโดยไม่มีแม้แต่ร่องรอยของการซ้อนทับ ;
ฤภู คีตา ทั้งหมดเป็นการเผยให้เห็นซึ่งคัมภีร์ที่แท้จริงของ อัทไวตะ เวทานตะ
นิทิธยาสนะ ฌานสมาธิ เป็นขั้นสุดท้ายในการทำความเข้าใจมหาวรรคยะ วรรคที่กล่าวว่า “ตตฺ คือ ท่าน” เพื่อรู้แจ้งถึง อาตมัน/พรหมัน ขั้นตอนทั้ง 4 ของการบำเพ็ญเพียร
- สมันยาสะ หรือสัมปาติสสฺส “การปลูกฝังวินัยดังต่อไปนี้
- ความสามารถในการแยกแยะสิ่งจริงและสิ่งลวง
- การสละความเพลิดเพลินของวัตถุเช่น โลกและสวรรค์
- คุณสมบัติ 6 ประการ
- การควบคุมอันตกราณะ
- การควบคุมอวัยวะรับสัมผัสภายนอก
- หยุดการทำงานของอวัยวะรับสัมผัสภายนอก
- อดทน
- ศรัทธาต่อพระเวทและคุรุ
- ตั้งมั่นในคุรุหรือพระเป็นเจ้า
- สารวันนะ ฟังคำสอนของปราชญ์เรื่องอุปนิษัทและ อัทไวตะอุปนิษัทและศึกษาพระ เช่น พรหมสูตรเรียนรู้เกี่ยวกับความเป็นจริงของพรหมันและอาตมัน
- มานานะ การไตร่ตรองคำสอน
- นิทิธยาสนะ การบำเพ็ญสมาธิกับความจริงที่ว่า “ตตฺ คือ ท่าน”
คำสอนเกี่ยวกับพิธีกรรมและการบูชาเทวะในเทวสถาน (ที่เปิดเผยจากสวรรค์, มิใช่มนุษย์เขียนขึ้นมา) ซึ่งถูกแบ่งแยกออกจากพระเวท
ตรีกายา
กาย 3 ประเภท
- สถุลาสรีระ (กายหยาบ) คือเปลือกของอาหาร ประกอบด้วยธาตุทั้งห้า
- สุขมาสรีระ (กายละเอียด) คือร่างของจิตและพลังงานสำคัญซึ่งทำให้กายมีชีวิต กายละเอียดจะรวมกับกายทิพย์ซึ่งส่งต่อวิญญาณ หรือ ชีวา ที่แยกออกจากการยหยาบเมื่อตาย ประกอบด้วย
- ปราณามายาโกษา เกี่ยวกับลมปราณ
- มโนมายาโกษา เกี่ยวกับจิตและสัมผัส
- วิทยานะมายาโกษา เกี่ยวกับพุทธิและสัมผัส
- กรนาสรีระ (กายทิพย์) เป็นเพียงเมล็ดพันธุ์ของการหยาบและกายละเอียด กล่าวว่ามีความซับซ้อนมากที่สุด เพราะประกอบไปด้วยประสบการณ์ที่ประทับใจที่เกิดขึ้นในอดีต หรือสิ่งห่อหุ้มความสุข (อนันตมายาโกษา)
(ปัญจะโกสะ) คือเปลือกทั้ง 5 ประการ ชั้นที่ลึกเข้าไปจะมีความละเอียดอ่อนมากขึ้น
- อันนามายะ โกสะ เปลือกแห่งกายภาพ
- ปราณามายะ โกสะ เปลือกแห่งปราณ หรือ ลมปราณ และ ระบบประสาท (เปลือกแห่งสรีระหรือพลังงาน)
- มโนมายะ โกสะ เปลือกแห่งรูปแบบของความปรารถนาและแรงจูงใจ มีรูปแบบซับซ้อน เรียกว่าเปลือกแห่งจิต
- วิชญานามายะ โกสะ เปลือกแห่งพุทธิ และ ความรู้สติปัญญา (เปลือกแห่งปัญญา)
- อนันตมายะ โกสะ เปลือกของการรู้แจ้ง (เปลือกแห่งบรมสุข)
การท่องมนตราซ้ำๆ อย่างมีสติในช่วงเวลาหนึ่ง
สรง หรือ สนาน พิธีอาบน้ำศักดิ์สิทธิ์เป็นศาสนพิธี ต้องเดินทางไปทำพิธีที่เทวสถานและพำนักในเทวสถาน มีระเบียบปฏิบัติอย่างเคร่งครัด มีการชำระล้างพร้อมกับการท่องมนตรา, รินน้ำจันท์ถวายแด่เทวะและบำเพ็ญกุศล
พิธีอาบน้ำศักดิ์สิทธิ์เป็นพิธีกรรมแบบดั้งเดิมเพื่อเป็นการชำระล้างให้บริสุทธิ์
ธาราปนะเป็นการถวายน้ำแต่พระเป็นเจ้าซึ่งกระทำเป็นประจำทุกวัน และในบางโอกาสก็จะถวายให้กับฤๅษีหรือวิญญาณที่ล่วงลับ
มนต์ 5 พยางค์ “นะมัชศิวายะ” หมายถึง “นอบน้อม (เคารพ เชื่อฟัง) ต่อศิวะ”
ธาตุทั้ง 5 (ปัญจะภูตะ)
- ปถพี (ดิน)
- อาโป (น้ำ)
- เตโช (ไฟ)
- วายุ (ลม)
- อากาศ (ที่ว่าง)
5 กิจกรรมของพระเป็นเจ้า
- การสร้าง (พรหม)
- การธำรงรักษา (วิษณุ)
- การทำลาย (รุทระ)
- การทำให้หายไปหรือถูกกำจัด (อิศนะ)
- การอนุเคราะห์ (ศดาศิวะ)
การปรุงแต่ง เป็นหนึ่งในสภาวะ (การเปลี่ยนแปลง) ทั้ง 6 ที่เกิดขึ้นกับสิ่งมีชีวิตทั้งหลายในภาพลวงตา (มายา) คือ
- เกิดขึ้น
- ดำรงอยู่
- เติบโต
- วุฒิภาวะ
- เสื่อมถอย
- มรณา (ตาย)
- ความหิว
- ความกระหาย
- ความเสียใจ
- ความสิ้นหวัง
- ความชรา
- ความตาย
ศัตรูทั้ง 6 ของการพัฒนาจิตวิญญาณและความสงบ คือ
- ความปรารถนา
- ความโกรธ
- ความโลภ
- ความหลงใหล
- ความเย่อหยิ่ง
- ความอิจฉา
ฤดูกาลทั้ง 6
- ฤดูใบไม้ผลิ วสันต์ กลางเมษายน-กลางมิถุนายน
- ฤดูร้อน กริชมา กลางมิถุนายน-กลางสิงหาคม
- ฤดูฝน วารชะ กลางสิงหาคม-กลางตุลาคม
- ฤดูใบไม้ร่วง สารัท กลางตุลาคม-กลางธันวาคม
- ฤดูหนาว เหมันต์ กลางธันวาคม-กลางกุมภาพันธ์
- ฤดูเย็น สิสิระ กลางกุมภาพันธ์-กลางเมษายน
ปรัชญา 6 ระบบของฮินดู
- ไวเศษิกะ หรือ กนาทะ
- นยายะ หรือ โคตมะ
- สำขยะ หรือ กปิละ
- โยคะ หรือ ปตัญชลี
- มีมางสา หรือ ไชมินี
- เวทานตะ หรือ วยาส
การโต้ตอบ สิ่งที่ได้เรียน/ได้ยิน เพื่อวิเคราะห์ว่าเป็นจริงอย่างไร และ เพราะอะไร
ฟังคำสอนของปราชญ์เรื่องอุปนิษัทและ อัทไวตะอุปนิษัทและศึกษาพระ เช่น พรหมสูตรเรียนรู้เกี่ยวกับความเป็นจริงของพรหมันและอาตมัน
(ความมุ่งมั่น / ความไม่แน่ใจ หรือ เข้าใจผิด) คำแปลเดียวไม่สามารถครอบคลุมความหมายทั้งหมดได้
- สังกัลปะหมายถึงแนวคิดต่างๆ เช่น เจตจำนง, ความตั้งใจ, การชำระล้างทางจิต, ปฏิญาณอย่างจริงจังที่จะปฏิบัติตาม, จุดมุ่งหมาย, ความมุ่งมั่น, ความปรารถนา, ความคิด, ไตร่ตรอง และ จินตนาการ
- วิกลัปะ มีความหมายตรงกันข้าม หมายถึง ความสงสัย, ความไม่แน่ใจ, รังเกียจ, ไม่มั่นใจ, ตัวเลือก, ข้อผิดพลาด, ความไม่รู้, ความเข้าใจผิด, ความแบ่งแยกแตกต่าง
- สังกัลปะและวิกัลปะ โดยสาระสำคัญ ใช้เพื่อแสดงให้เห็นการทำงานตรงกันข้ามของการยอมรับภายใน โดยทั่วไปใช้กับจิต บางครั้งเราไม่แปลทั้งสองคำนี้เพราะอาจใช้เป็นการเปรียบเทียบขึ้นอยู่กับบริบทของข้อความ
- สวรรค์โลก
- มนุษยโลก (ปฐพี)
- บาดาลโลก
นามของวิษณุ หมายถึง ผู้ธำรงรักษาสิ่งสร้างทั้งปวง สีเหลือง-เขียว ; สีน้ำตาลอ่อน
สิทธา สิ่งมีชีวิตทางจิตวิญญาณที่มีความบริสุทธิ์และพลังอันยิ่งใหญ่ กล่าวกันว่ามีลักษณะเฉพาะเหนือธรรมชาติ 8 ประการ เรียกว่า สิทธิ
- อนิมะ พลังที่กลายเป็นสิ่งเล็กเท่าอะตอม
- ลาคิมะ พลังที่กลายเป็นแสงสว่างเท่าที่ต้องการ
- ปราปติ พลังที่จะได้รับสิ่งใดๆ
- ปรากัมยัม พลังแห่งเจตจำนงที่ไม่อาจต้านทาน
- มาหิมะ พลังที่เพิ่มขนาดใหญ่เท่าที่ต้องการ
- อิสิตาวะ พลังที่เหนือกว่า
- วาสิตาวะ พลังเพื่อปราบผู้อื่น
- กามาวสยิตา ควบคุมความปรารถนา
พิธีกรรมบูชาเทวะมีตั้งแต่ 5 ถึง 64 วิธีแล้วแต่ประเพณีปฏิบัติ ยกตัวอย่างเช่น การบูชา 44 รายการใน ศรี-สังการะ
บทสวดสรรเสริญ มฤตยูนจายะ มนัสิกะ บูชา และ 64 รายการใน บทสวดสรรเสริญเทวี อุปาจาระ
การบูชาด้วยจิตใจ และหลากหลายแบบที่ปรากฏในตำรานี้ คือ
- อาวาหะนะ การอ้อนวอนต่อรูปหรือสัญลักษณ์
- อาสนะ การให้ที่นั่ง
- บาทา การใช้น้ำล้างเท้า
- อาคายะ ถวายเครื่องบูชา (พลีกรรม)
- อชามานะ การจิบน้ำ
- สนานะ การอาบน้ำศักดิ์สิทธิ์
- วาสะตระ การทอผ้า
- ยาจะโนปวิตา, อุปวิตา ด้ายศักดิ์สิทธิ์ 3 เส้นสวมบนไหล่ซ้ายไปถึงใต้แขนขวา
- อภารานะ เครื่องประดับ
- จันตะนะ ถอดรองเท้า
- อัคชาตะ เมล็ดข้าว (ที่ไม่แตก)
- ปุชปะ การพายเรือ
- ธูปะ จุดธูป
- ทีปะ จุดตะเกียง
- ไนเวทายะ การทำอาหาร
- วยานจานะ เครื่องเทศ
- หัตถา ปรากชาละนะ น้ำสำหรับล้างมือ
- ทามบูละ ใบพลู
- บุษบันจาลี โปรยดอกไม้
- นิราจานะ โบกไฟการบูร
- ประทักษิณา เวียนขวา (ตามเข็มนาฬิกา)
- นมัสการ กราบ
- นามาคีตานะ ร้องเพลงพระนาม
- วิสารจานะ, อุทวาสานะ ปลดปล่อย
กฎ พิธีกรรม บทความเกี่ยวกับการบูชา ; หลักธรรมคำสอนเกี่ยวกับเวทย์มนตร์และสูตรอาถรรพ์สำหรับการบูชาเทวะหรือการบรรลุพลังเหนือมนุษย์
วงรอบของการเกิดและการตาย, เรียกอีกอย่างว่าการโอนย้าย, วงจรชีวิตโลก, ความสำเร็จของการกำเนิด ; หมายถึงวงจรชีวิตของโลก, ชีวิตทางโลก, การดำรงอยู่ของโลกีย์และโลก
Reference: "The Ribhu Gita", First English Translation from the Original Indian Epic,
SIVARAHASAYA
Translated by Dr.H.Ramamoorthy , Assisted by Master Nome.
