บทที่ 24 ธรรมชาติของนิรามิสสุข

Chapter Twenty-Four

Topic of the Definition of the Nature of Bliss

ไม่มีการแย่งชิงใดๆ เพื่อนิรามิสสุข คือความสงบสุขอย่างแท้จริงโดยนิพพาน

ฤภู กล่าวว่า

24.1 ข้าฯ จะอธิบายถึงจิตอันบริบูรณ์ด้วย นิรามิสสุขแห่งพรหมัน อย่างแท้จริง. แท้จริงแล้ว, “ทั้งหมดนี้” เต็มไปด้วยนิรามิสสุขนิรันดร์อันปราศจากเหตุและผล.
24.1 Ribhu: I shall speak about the true explanation of the mind full of Brahman-Bliss. “All this” is, indeed, full of eternal Bliss devoid of cause and effect.
24.2 แท้จริงแล้ว, ข้าฯ คือนิรามิสสุขที่ไม่เสื่อมคลาย. ข้าฯ เป็นผู้ให้แสงสว่างกับนิรามิสสุขแห่งอาตมัน. ข้าฯ คือธรรมชาติของนิรามิสสุขแห่งความรู้. ข้าฯ มีนิรามิสสุขเป็นเป้าหมายตลอดกาล.
24.2 I am, indeed, the undecaying Bliss. I am the illuminator of the Bliss of the Self. I am of the nature of the Bliss of Knowledge. I am ever the Bliss at which to aim.
24.3 ข้าฯ ปราศจากความหรรษาในความสัมพันธ์กับสิ่งต่างๆ. ข้าฯ เผยความหรรษาอันลวงตา. ข้าฯ คืออาตมันที่มีความสุขนั้น, ซึ่งปราศจากการกระทำ. ข้าฯ อยู่เหนือนิรามิสสุขที่ไร้การกระทำ.
24.3 I am devoid of the joy of relating to things. I reveal the illusory joy. I am the happy Self that, is devoid of activity. I transcend the bliss of being devoid of activity.
24.4 ข้าฯ คืออาตมันที่ส่องสว่างความหรรษาแห่งอวิชชา. ข้าฯ เป็นแก่นแท้ของนิรามิสสุขแห่งอาตมัน. ข้าฯ ปราศจาก "นิรามิสสุขแห่งอาตมัน"; ไม่มีศูนย์รวมของนิรามิสสุขแห่งอาตมัน.
24.4 I am the Self that illumines the joy of insentience. I am the essence of the Bliss of the Self. I am devoid of the “Bliss of the Self”; there is no embodiment of the Bliss of the Self.
24.5 ข้าฯ ปราศจากความหรรษาของการกระทำ. ข้าฯ มีส่วนของนิรามิสสุขที่มาจากการกระทำ. ข้าฯ ปราศจากนิรามิสสุขของคุณะ. ข้าฯ คือธรรมชาติของความหรรษาที่เป็นความลับ.
24.5 I am devoid of the joy of action. I have the portion of bliss that comes from action. I am devoid of the bliss of the guna-s. I am of the nature of the secret joy.
24.6 ข้าฯ คือธรรมชาติของความหรรษาที่ซ่อนเร้น. ข้าฯ เป็นผู้ยิ่งใหญ่แห่งนิรามิสสุขของการกระทำทุกอย่าง. ข้าฯ ปราศจากนิรามิสสุขจากการรู้. ข้าฯ ปราศจากความหรรษาใดๆ ที่ถูกซ่อนไว้.
24.6 I am of the nature of the hidden joy. I am the great one of the Bliss of all-doing. I am devoid of the bliss of knowing. I am without any joy to be hidden.
24.7 ข้าฯ เป็นของธรรมชาติของความหรรษานิรันดร์. ข้าฯ คือความหรรษาตามธรรมชาติของความเบิกบานใจ. ข้าฯ คือนิรามิสสุขของโลก. ข้าฯ คือนิรามิสสุขที่ยิ่งใหญ่. ข้าฯ คือผู้ยิ่งใหญ่หนึ่งเดียวที่อยู่เหนือโลก.
24.7 I am ever of the nature of eternal joy. I am the natural joy of exhilaration. I am the bliss of the world. I am the great Bliss. I am the great One transcending the world.
24.8 ข้าฯ คือนิรามิสสุขของความแตกต่าง. ข้าฯ คือนิรามิสสุขแห่งสติ. ข้าฯ คือนิรามิสุขแห่งความสุข. ข้าฯ ไร้ความเป็นคู่. ข้าฯ คือนิรามิสสุขของการกระทำ. ข้าฯ คือนิรามิสสุขที่ไม่เสื่อมคลาย. ข้าฯ ปราศจากนิรามิสสุขของความหลากหลาย.
24.8 I am the bliss of difference. I am the Bliss of Consciousness. I am the Bliss of happiness. I am nondual. I am the bliss of action. I am decayless Bliss. I am without the bliss of diverse modes.
24.9 ข้าฯ คือสรรพนิรามิสสุข. ข้าฯ คือนิรามิสสุขอันไม่เสื่อมคลาย. ข้าฯ คือนิรามิสสุขแห่งสติ. ข้าฯ ไร้การเปลี่ยนแปลง. ข้าฯ คือนิรามิสสุขที่แท้จริง. ข้าฯ คือนิรามิสสุขสูงสุด. ข้าฯ คือนิรามิสสุขแห่งปัจจุบัน. ข้าฯ สูงกว่าสูงสุด.
24.9 I am all Bliss. I am undecaying Bliss. I am the Bliss of Consciousness. I am immutable. I am the true Bliss. I am the highest Bliss. I am the Bliss of the present. I am higher than the highest.
24.10 ข้าฯ คือนิรามิสสุขของการพูด. ข้าฯ คือนิรามิสสุขอันยิ่งใหญ่. ข้าฯ คือนิรามิสสุขแห่งความสงบ. ข้าฯ ไร้ความเป็นคู่. ข้าฯ คือนิรามิสสุขแห่งความสงบ. ข้าฯ ปราศจากนิรามิสสุขแห่งอนาคต และนิรามิสสุขแห่งการเริ่มต้น.
24.10 I am the bliss of speech. I am the great Bliss. I am the Bliss of peace. I am nondual. I am the Bliss of peace. I am devoid of the bliss of the future and of the bliss of the beginning.
24.11 ข้าฯ คืออาตมันบริสุทธิ์, นิรามิสสุขสูงสุด. ข้าฯ คือนิรามิสสุขแห่งสติ. ข้าฯ ไร้ความเป็นคู่. ข้าฯ คือภาวะแห่งนิรามิสสุข. ข้าฯ คือนิรามิสสุขสูงสุด, อยู่เหนือความรู้และไร้มลทิน.
24.11 I am the pure Self, the highest Bliss. I am the Bliss of Consciousness. I am non-dual. I am the bliss of modes. I am the highest Bliss, transcending knowledge and blemishless.
24.12 ข้าฯ คือนิรามิสสุขที่อยู่เหนือเหตุทั้งปวง, เป็นนิรามิสสุขแห่งสติ. ข้าฯ ไร้ความเป็นคู่. ข้าฯ คือสรรพนิรามิสสุข, นิรามิสสุขอันสูงสุด, ซึ่งตั้งมั่นว่า ข้าฯ คือนิรามิสสุขแห่งพรหมัน.
24.12 I am the Bliss transcending all causes, the Bliss of Consciousness. I am nondual. I am all Bliss, the highest Bliss, of the conviction that I am the Bliss of Brahman.
24.13 ข้าฯ คือนิรามิสสุขของชีวิต และนิรามิสสุขแห่งนิพพาน. ข้าฯ เป็นธรรมชาติของนิรามิสสุขแห่งสติ. ข้าฯ คือธรรมชาติของนิรามิสสุขบริสุทธิ์. ข้าฯ คือนิรามิสสุขแห่งพุทธิ, ที่เติมเต็มจิตใจ.
24.13 I am the bliss of life and the bliss of dissolution. I am of the nature of the Bliss of Consciousness. I am of the nature of pure Bliss. I am the bliss of the intellect, filling the mind.
24.14 ข้าฯ คือนิรามิสสุขแห่งเสียง ข้าฯ คือนิรามิสสุขอันยิ่งใหญ่. ข้าฯ คือนิรามิสสุขแห่งสติ, ไร้ความเป็นคู่. ข้าฯ คืออาตมันแห่งนิรามิสสุขและ [อาตมันแห่ง] การอันตรธานของนิรามิสสุข. ข้าฯ ปราศจากนิรามิสสุขของความแตกต่าง.
24.14 I am the bliss of sound. I am the great Bliss. I am the Bliss of Consciousness, the nondual. I am the Self of bliss and absence of bliss. I am devoid of the bliss of differences.
24.15 ข้าฯ คืออาตมันที่สนุกสานในนิรามิสสุขแห่งความเป็นคู่. ข้าฯ คือนิรามิสสุขแห่งสติและไร้ความเป็นคู่. ข้าฯ ตั้งมั่นว่า แท้จริงแล้ว, ข้าฯ เป็นสรรพนิรามิสสุขที่ยิ่งใหญ่,
24.15 I am the Self revelling in the bliss of duality. I am the Bliss of Consciousness and nondual. Be of the conviction that I am, indeed, all such great Bliss,
24.16 นั่นคือข้าฯ, แท้จริงแล้ว, ข้าฯ เป็นนิรามิสสุขแห่งความสงบ, เป็นแสงสว่างแห่งนิรามิสสุขแห่งสติ, นิรามิสสุขหนึ่งเดียว, นิรามิสสุขอันสูงสุด, หนึ่งเดียวและเป็นเพียงสติอันไร้การเปลี่ยนแปลง.
24.16 that I am, indeed, the Bliss of peace, the illuminator of the Bliss of Consciousness, the one Bliss, the highest Bliss, the one and only immutable Consciousness.
24.17 ข้าฯ คือหนึ่งเดียวและเป็นเพียงอาตมันอันยิ่งใหญ่, ซึ่งไม่อาจคณานับ. ข้าฯ คือนิรามิสสุขอันยิ่งใหญ่แห่งสัจธรรมหนึ่งเดียว, ปราศจากความแตกต่างในการแปลความ.
24.17 I am the one and only great Self, which cannot be enumerated. I am the great Bliss of the one Truth, devoid of differences of interpretation.
24.18 ข้าฯ ไม่มีการแย่งชิงใดๆ เพื่อนิรามิสสุข. ด้วยนิรามิสสุข ข้าฯ ปราศจากการเอาชนะทั้งปวง. ข้าฯ ได้รับความสงบสุขอย่างแท้จริงโดยนิพพาน. ข้าฯ สงบสุขเพราะข้าฯ คือสันติภาพเอง.
24.18 I am devoid of any conquest of bliss. I am without any conquest by bliss. I am rendered absolutely peaceful by blisslessness. I am peaceful for I am Peace itself.
24.19 ข้าฯ สงบในนิรามิสสุแห่ง “ความเป็นข้าพเจ้า”. ข้าฯ คือแหล่งกำเนิดของแสงสว่าง. ข้าฯ สงบสุขกับร่างกายของข้าฯ ตลอดกาล. ข้าฯ ปราศจากสถานะ "ข้าฯ สงบสุข".
24.19 I am peaceful in the bliss of “my-ness.” I am the original illuminator. I am ever at peace with my body. I am devoid of the position “I am peaceful.”
24.20 ข้าฯ คือพรหมัน, มิใช่ของโลกนี้ - เช่นนั้น, ข้าฯ จึงสงบสุข, ด้วยเช่นกัน. ข้าฯ คือส่วนลึกที่สุดของที่สุด. แท้จริงแล้ว, ข้าฯ คือส่วนลึกที่สุดของที่สุดของที่สุด.
24.20 I am Brahman, not of this world— thus, also, I am peaceful. I am the innermost of the innermost. Indeed, I am the innermost of the innermost of the innermost.
24.21 ข้าฯ คือหนึ่งเดียว และเป็นเพียงนิรามิสสุขอันยิ่งใหญ่. ข้าฯ คือหนึ่งเดียวและเป็นเพียงหนึ่งเดียวที่ไม่มีวันเสื่อมสลาย. พรหมันเป็นเพียง “โอม” พยางค์เดียว. ความไม่เสื่อมสลายเป็นเพียง “โอม” พยางค์เดียว.
24.21 I am the one and only great Bliss. I am the one and only imperishable One. Brahman is just one syllable: OM. The decayless is just one syllable: OM.
24.22 อาตมันอันยิ่งใหญ่มีเพียงหนึ่ง. สิ่งที่ดึงดูดจิตใจนั้นมีเพียงหนึ่ง. ข้าฯ คือหนึ่งเดียวนั้น ไม่มีสอง. ข้าฯ คือหนึ่งเดียวนั้นและไม่มีใครอื่น.
24.22 There is only one great Self. There is only the One which fascinates the mind. I am the only One without a second. I am the only One and none other.
24.23 ข้าฯ คือหนึ่งเดียว. ข้าฯ มิใช่โลกและคนอื่น. ข้าฯ คือหนึ่งเดียวและมิใช่พุทธิ. ข้าฯ คือหนึ่งเดียวและมีความสงบสุขอย่างสูง. ข้าฯ คือหนึ่งเดียวและเป็นอาตมันอันบริบูรณ์ด้วยนิรามิสสุข.
24.23 I am the only One. I am not the world and others. I am the only One and not the intellects. I am the only One and highly peaceful. I am the only One and the blissful Self.
24.24 ข้าฯ คือหนึ่งเดียว, มิใช่ผู้มีกิเลส. ข้าฯ คือหนึ่งเดียว, มิใช่ผู้มีความโกรธ. ข้าฯ คือหนึ่งเดียว, มิใช่คนโลภ. ข้าฯ คือหนึ่งเดียว, มิใช่ผู้ที่หลงใหล.
24.24 I am the only One, not one with desire. I am the only One, not the angry. I am the only One, not one with greed. I am the only One, not one infatuated.
24.25 ข้าฯ คือหนึ่งเดียว, ข้าฯ ไม่หลงกล. ข้าฯ คือหนึ่งเดียว. ไม่มีแก่นแท้อื่นสำหรับข้าฯ. ข้าฯ คือหนึ่งเดียว, ผู้ไม่คิดถึงตัวเอง. ข้าฯ คือหนึ่งเดียวนั้นและไม่มีใครอื่น.
24.25 I am the only One. I am not deluded. I tun the only One. There is no other essence for me. I am the only One, not the thinking self. I am the only One and not another.
24.26 ข้าฯ คือหนึ่งเดียว, มิใช่แก่นแท้ของความดี. ข้าฯ คือหนึ่งเดียว, ไม่ชราหรือเป็นอมตะ. ข้าฯ คือหนึ่งเดียว, เป็นอาตมันอันสมบูรณ์อย่างเต็มที่. ข้าฯ คือหนึ่งเดียว, ที่ไม่เคลื่อนไหว.
24.26 I am the only One, not the substance of goodness. I am the only One, not old or immortal. I am the only One, the perfectly full Self. I am the only One, the motionless.
24.27 ข้าฯ เป็นเพียงนิรามิสสุขที่ยิ่งใหญ่. ข้าฯ คือหนึ่งเดียว; ข้าฯ มีเพียงหนึ่งเดียว. ข้าฯ ปราศจากแนวคิดที่ว่า ข้าฯ เป็นร่างกาย. ข้าฯ มั่นคง [ในการตระหนักรู้] ว่าข้าฯ อยู่ในความสงบ.
24.27 I am the only great Bliss. I am the only One; I have the only One. I am devoid of the concept that I am the body. I am permanently [of the Realization] that I am at peace.
24.28 ข้าฯ อยู่ในความสงบ, เพราะข้าฯ คือศิวะ. มันเป็นธรรมชาติที่ว่า ข้าฯ คืออาตมัน. ข้าฯ อยู่ในความสงบ, เพราะข้าฯ คืออาตมัน, บริสุทธิ์ตลอดกาล, ในแกนกลางของหัวใจแห่งข้าฯ.
24.28 I am at peace, for I am Siva. It is natural that I am the Self. I am at peace, for I am the Self, ever pure, in the core of my heart.
24.29 ด้วยความเชื่อมั่นเช่นนั้นอันปราศจากความสงสัย, ท่านจะกลายเป็นผู้หลุดพ้นและไร้ซึ่งสิ่งคู่ในทันทีทันใด. อย่างน้อย, ก็ให้อ่านออกเสียงคำเหล่านี้อย่างสม่ำเสมอ.
24.29 Be of such conviction without a doubt, and immediately you are liberated in Nonduality. Let one, unwavering, at least read such words aloud.
24.30 มีกล่าวไว้ในพระคัมภีร์ว่าโลกของสิ่งมีชีวิตเคลื่อนที่ไปตามกระแสของเวลาและกฎเกณฑ์ที่กำหนดไว้. นี่เป็นความคิดที่ผิดเพราะของโลกนั้นขาดสติ. ทั้งหมดนี้, กล่าวอีกนัยหนึ่ง, เป็นไปตามพระประสงค์ของอิศวร.
24.30 It has been said in the scriptures that the world of beings moves by the flow of time and by prescribed rules. This is a mistaken notion, because of the insentience of the world. All this is, on the other hand, by the will of Isvara.

Get carried away?

อ่าน “ฤภูคีตา” เพิ่มเติม

กลับไปสารบัญ

index

คำอธิบายเพิ่มเติมสำหรับบทนี้

นิรามิสสุข คือสุขที่เกิดโดยปราศจากอามิสหรือสิ่งภายนอก เป็นความสุขที่ไม่ต้องวิ่งไปหาจากภายนอก แต่ความสุขเกิดจากภายใน ด้วยเจริญสติภาวนา ด้วยการฝึกจิตให้อยู่กับสมาธิ ไม่ให้จิตดิ้นรนออกไปตามสิ่งที่เราไปสัมผัสด้วยตา หู จมูก ลิ้น กาย และสัมผ้ส ความสุขเกิดความสงบ ความสะอาด และความสว่างของดวงจิตภายในของเรา ซึ่งเป็นความสุขที่ละเอียด ยั่งยืน และมั่นคงไม่ต้องหาวิ่งหา ไม่ต้องใช้เงิน ซึ่งเป็นความสุขที่หาซื้อไม่ได้ ใครอยากได้ต้องทำเอง

โอม คือ ปราณาวะ หมายถึง นิรันดร์ สมบูรณ์

คำว่า โอม พยางค์นี้ อธิบายไว้ในบางอุปนิษัทว่า ประกอบด้วย A (อะ) U (อุ) และ M (มะ) แสดงถึง สภาวะ ตื่น ฝัน และ หลับลึก

โอม เป็นคำศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้กล่าวตอนเริ่มหรือจบการอ่านพระเวท หรือ ใช้กล่าวตอนเริ่มพิธีศักดิ์สิทธิ์/สวดมนต์ หรือใช้เรียกชื่อเทวะที่เป็นคุรุ (อาจารย์) ที่มีถึง 108 หรือ 1000 ชื่อ

โอม เป็นการบ่งบอกถึงความเคร่งขลังและความเคารพเหมือนกับคำว่า อาเมน หรือใช้แสดงการยอมรับว่าใช่/ถูกต้อง, เป็นคำสั่ง หรือใช้แสดงความเป็นมงคล

เป็นองค์ประกอบที่สมดุลของประกฤติ

  1. สัตวะ แปลว่า ความแท้จริงหรือความมีอยู่ สัตวะเป็นมูลฐานแห่งความดี ความสุข ความเบา ความแจ่มใส ความมีประกายสดใส ความเจิดจ้าแห่งแสงสว่าง การเลื่อนลอยขึ้นเบื้องบน ความพอใจ มีสีขาว
  2. รชัส แปลว่า ความเศร้าหมอง รชัสเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดจลนภาพหรือความเคลื่อนไหว ความกระปี้กระเปร่า ความเจ็บปวด ความกระวนกระวาย ความโหดร้ายรุนแรงของอารมณ์ รชัสทำให้เกิดการกระตุ้นเร่งเร้าอันเป็นผลให้เกิดความเคลื่อนไหว มีสีแดง
  3. ตมัส ความมืด ตมัสเป็นมูลฐานแห่งความเฉยๆ ปราศจากความสนใจ ความโง่เขลา ความสับสน ความเซื่องซึมเหงาหงอย ความหดหู่ ตมัสทำให้เกิดความหยุดนิ่ง (ในแง่ของวัตถุ) มีสีดำหรือคล้ำ

เมื่อคุณะทั้ง 3 สมดุลคืออยู่ในภาวะของประกฤติ เมื่อเกิดเสียความสมดุล, วิวัฒนาการก็จะเริ่มต้นขึ้นและดำเนินเรื่อยไปตามครรลองของมัน

"ribhu gita" (in Thai) by Tandhava
Reference: "The Ribhu Gita", First English Translation from the Original Indian Epic,
SIVARAHASAYA
Translated by Dr.H.Ramamoorthy , Assisted by Master Nome.