บทที่ 23 น้ำหวานแห่งความรู้ที่เติมเต็มจิตของสรรพชีวิต
Chapter Twenty-Three
Description of the Topic of the Nectar of Knowledge and All Being Full of the Mind
ไม่มีสิ่งดีเลิศ ไม่มีสิ่งชั่วช้า ไม่มีพรหรือคำสาป ไม่มีทั้งความบริสุทธิ์และไม่มีการขจัดมลทิน
ฤภู กล่าวว่า
คำอธิบายเพิ่มเติมสำหรับบทนี้
นิรามิสสุข คือสุขที่เกิดโดยปราศจากอามิสหรือสิ่งภายนอก เป็นความสุขที่ไม่ต้องวิ่งไปหาจากภายนอก แต่ความสุขเกิดจากภายใน ด้วยเจริญสติภาวนา ด้วยการฝึกจิตให้อยู่กับสมาธิ ไม่ให้จิตดิ้นรนออกไปตามสิ่งที่เราไปสัมผัสด้วยตา หู จมูก ลิ้น กาย และสัมผ้ส ความสุขเกิดความสงบ ความสะอาด และความสว่างของดวงจิตภายในของเรา ซึ่งเป็นความสุขที่ละเอียด ยั่งยืน และมั่นคงไม่ต้องหาวิ่งหา ไม่ต้องใช้เงิน ซึ่งเป็นความสุขที่หาซื้อไม่ได้ ใครอยากได้ต้องทำเอง
พระคัมภีร์ที่เก่าแก่ที่สุดและเป็นรากฐานของศาสนาฮินดู มักจะนับว่ามี 4 ฉบับ คือ ฤคเวท, สามเวท, ยชุรเวท และอาถรรพเวท) แม้ว่าบางครั้งจะกล่าวว่ามีเพียง 3 เท่านั้น แต่อาถรรพเวทเป็นข้อยกเว้นและได้รับการยอมรับว่าเป็นพระเวทจริง
- ชีวา (ปัจจเจกวิญญาณ) ในสำขยะคือ วิญญาณเดี่ยวที่แยกออกจากปุรุษะ โดยเชื่อมต่อกับอัตตา, พุทธิ, จิต และความรู้สึกถูกจำกัดโดยร่างกาย
- ชีวา กล่าวในสำขยะว่า ด้วยการบ่งชี้ปุรุษะที่ผิดพลาดของพุทธิ ทำให้เกิดข้อจำกัดและอวิชชา, พึงพอใจและเจ็บปวด, พันธะและความตาย ซึ่งสามารถก้าวข้ามด้วยความรู้แห่งสัจธรรม
ตำราของฮินดู ตำนาน ประวัติศาสตร์ คำสอนทางจิตวิญญาณ และ หัวข้ออื่นๆ ของสารานุกรมแห่งธรรมชาติ แต่งขึ้นโดยท่านวยาส กล่าวกันว่าพบ 18 เล่ม จากจำนวน 20 เล่ม ดังนี้
- พรหมปุราณะ
- ปัทมปุราณะ
- ภควัตปุราณะ
- นรดาปุราณะ
- มาเคนเทยะปุราณะ
- อัคนีปุราณะ
- ภวิชญาปุราณะ
- พรหมไววารตะ
- ลึงคะปุราณะ
- วราหะปุราณะ
- สกันทะปุราณะ
- วามานะปุราณะ
- กุรมาปุราณะ
- มัทศยาปุราณะ
- การุดาปุราณะ
- พรหมันทะปุราณะ
- วิษณุปุราณะ
- ศิวะปุราณะ
- วายุปุราณะ
- เทวีภควัทตา
การท่องมนตราซ้ำๆ อย่างมีสติในช่วงเวลาหนึ่ง
สัญลักษณ์, ลักษณะ, กายละเอียด ซึ่งเป็นต้นฉบับที่ทำลายไม่ได้ของกายหยาบหรือกายที่มองเห็นได้
สัญลักษณ์ลึงค์ที่ใช้ในการบูชาพระศิวะ หมายถึงการพิสูจน์ หลักฐานการพิสูจน์ หรือเพศ
กรรม 3 ประการ
กรรมหมายถึง การกระทำ หรือ ผลของการกระทำ
- สันชิตะกรรม ผลตกค้างของกรรมปัจจุบัน หรือชาติก่อน แต่แฝงอยู่ระหว่างชาตินี้
- อกามิกรรม ผลการกระทำของชาตินี้ ที่จะเติบโตไปตามปกติ
- ปรารภกรรม ผลตกค้างของการกระทำที่กำลังส่งผล และเริ่มทำงานระหว่างชาติปัจจุบัน
- บางครั้งกล่าวกันว่า สันชิตะกรรม จะถูกทำลายเมื่อตระหนักรู้ถึงอาตมัน หรือ ทั้ง สันชิตะกรรมและอกามิกรรม จะถูกทำลายเมื่อตระหนักรู้ถึงอาตมัน
- แต่ มหาศรี และ ศรีสังกรา กล่าวว่า การหลุดพ้นนั้น จะหลุดพ้นจากกรรมทั้ง 3 ประการ
- คำว่ากรรมนี้ยังใช้เพื่อแสดงถึงการกระทำด้วยตัวเอง กรรมยะกรรม (การกระทำที่เลือกได้) เป็นการกระทำที่หวังผล ; นิตยกรรม หน้าที่ที่ต้องกระทำประจำวัน เพราะเป็นสิ่งที่จะต้องกระทำ เช่นการสวดมนต์ตอนค่ำ ; ไนมิตติกะกรรม การกระทำที่เป็นภาระผูกพันเป็นครั้งคราว เช่น การทำพิธีกรรมการเกิดของบุตร ; ประทิชิทธะกรรม การกระทำต้องห้าม เช่น การฆ่า หรือทำอันตรายสิ่งมีชีวิต
- การแบ่งประเภทของกรรม คือ โลกียะกรรม กรรมของฆราวาส และ ไวทิกะ กรรมอันศักดิ์สิทธิ์
ตรีกายา 3 ประเภท
- สถุลาสรีระ (กายหยาบ) คือเปลือกของอาหาร ประกอบด้วยธาตุทั้งห้า
- สุขมาสรีระ (กายละเอียด) คือร่างของจิตและพลังงานสำคัญซึ่งทำให้กายมีชีวิต กายละเอียดจะรวมกับกายทิพย์ซึ่งส่งต่อวิญญาณ หรือ ชีวา ที่แยกออกจากการยหยาบเมื่อตาย ประกอบด้วย
- ปราณามายาโกษา เกี่ยวกับลมปราณ
- มโนมายาโกษา เกี่ยวกับจิตและสัมผัส
- วิทยานะมายาโกษา เกี่ยวกับพุทธิและสัมผัส
- กรนาสรีระ (กายทิพย์) เป็นเพียงเมล็ดพันธุ์ของการหยาบและกายละเอียด กล่าวว่ามีความซับซ้อนมากที่สุด เพราะประกอบไปด้วยประสบการณ์ที่ประทับใจที่เกิดขึ้นในอดีต หรือสิ่งห่อหุ้มความสุข (อนันตมายาโกษา)
(ปัญจะโกสะ) คือเปลือกทั้ง 5 ประการ ชั้นที่ลึกเข้าไปจะมีความละเอียดอ่อนมากขึ้น
- อันนามายะ โกสะ เปลือกแห่งกายภาพ
- ปราณามายะ โกสะ เปลือกแห่งปราณ หรือ ลมปราณ และ ระบบประสาท (เปลือกแห่งสรีระหรือพลังงาน)
- มโนมายะ โกสะ เปลือกแห่งรูปแบบของความปรารถนาและแรงจูงใจ มีรูปแบบซับซ้อน เรียกว่าเปลือกแห่งจิต
- วิชญานามายะ โกสะ เปลือกแห่งพุทธิ และ ความรู้สติปัญญา (เปลือกแห่งปัญญา)
- อนันตมายะ โกสะ เปลือกของการรู้แจ้ง (เปลือกแห่งบรมสุข)
เกี่ยวกับ หรือ เชื่อมต่อกับ สตฺ (สัตย์-ความจริงหรือความดี) เป็นส่วนร่วมกับสตฺ, เป็น สตฺ ด้วยตัวมันเอง, หรือ ร่วมกันกับผู้ที่ตระหนักรู้ในการมีชีวิตอยู่
สรง หรือ สนาน พิธีอาบน้ำศักดิ์สิทธิ์เป็นศาสนพิธี ต้องเดินทางไปทำพิธีที่เทวสถานและพำนักในเทวสถาน มีระเบียบปฏิบัติอย่างเคร่งครัด มีการชำระล้างพร้อมกับการท่องมนตรา, รินน้ำจันท์ถวายแด่เทวะและบำเพ็ญกุศล
- พิธีอาบน้ำศักดิ์สิทธิ์เป็นพิธีกรรมแบบดั้งเดิมเพื่อเป็นการชำระล้างให้บริสุทธิ์
- ธาราปนะเป็นการถวายน้ำแต่พระเป็นเจ้าซึ่งกระทำเป็นประจำทุกวัน และในบางโอกาสก็จะถวายให้กับฤๅษีหรือวิญญาณที่ล่วงลับ
คำสอนเกี่ยวกับพิธีกรรมและการบูชาเทวะในเทวสถาน (ที่เปิดเผยจากสวรรค์, มิใช่มนุษย์เขียนขึ้นมา) ซึ่งถูกแบ่งแยกออกจากพระเวท
คุณะ 3 ประการ เป็นองค์ประกอบที่สมดุลของประกฤติ
- สัตวะ แปลว่า ความแท้จริงหรือความมีอยู่ สัตวะเป็นมูลฐานแห่งความดี ความสุข ความเบา ความแจ่มใส ความมีประกายสดใส ความเจิดจ้าแห่งแสงสว่าง การเลื่อนลอยขึ้นเบื้องบน ความพอใจ มีสีขาว
- รชัส แปลว่า ความเศร้าหมอง รชัสเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดจลนภาพหรือความเคลื่อนไหว ความกระปี้กระเปร่า ความเจ็บปวด ความกระวนกระวาย ความโหดร้ายรุนแรงของอารมณ์ รชัสทำให้เกิดการกระตุ้นเร่งเร้าอันเป็นผลให้เกิดความเคลื่อนไหว มีสีแดง
- ตมัส ความมืด ตมัสเป็นมูลฐานแห่งความเฉยๆ ปราศจากความสนใจ ความโง่เขลา ความสับสน ความเซื่องซึมเหงาหงอย ความหดหู่ ตมัสทำให้เกิดความหยุดนิ่ง (ในแง่ของวัตถุ) มีสีดำหรือคล้ำ
เมื่อคุณะทั้ง 3 สมดุลคืออยู่ในภาวะของประกฤติ เมื่อเกิดเสียความสมดุล, วิวัฒนาการก็จะเริ่มต้นขึ้นและดำเนินเรื่อยไปตามครรลองของมัน
สภาวะทั้ง 4
- ตื่น
- ฝัน
- หลับลึก
- ทุริยา เป็นภูมิหลังที่รองรับและแผ่ซ่านไปทั่วทั้งสามสภาวะของจิตสำนึก
ความรู้สึกภายใน และเทพของสิ่งเหล่านั้น
- มนัส (จิตใจ) : จันทรา
- พุทธิ (สติปัญญา) : พรหม
- อหังการ (ego) : รุทระ
- จิตตะ (ความคิด, สติปัญญา) : วสุเทวะ
พระคัมภีร์
ศิวะผู้เป็นตัวของตัวเองเสมอ ผู้สงบเสมอ สภวะของศิวะที่เป็นสิ่งมีชีวิตบริสุทธิ์
Reference: "The Ribhu Gita", First English Translation from the Original Indian Epic,
SIVARAHASAYA
Translated by Dr.H.Ramamoorthy , Assisted by Master Nome.
