บทที่ 44 บทสรุปคำสอนโดยฤภู

Chapter Forty-Four 

Description of the Epitomized Instruction by Ribhu

ขอให้ท่านเข้มแข็งขึ้นด้วยสิ่งนี้ มีความเชื่อมั่นนี้อยู่เสมอจนกว่าพระคุณแห่งศิวะจะมาสู่ท่าน

ฤภู กล่าวว่า

44.1 นิทากะ! จงฟัง. ข้าฯ บอกสิ่งนี้แก่ท่าน. ขอให้ท่านเข้มแข็งขึ้นด้วยสิ่งนี้. มีความเชื่อมั่นนี้อยู่เสมอจนกว่าพระคุณแห่งศิวะจะเป็นของท่าน.
44.1 Ribhu: Nidagha! Listen. I say this unto you. May you be strengthened by this. Always have this conviction until the grace of Siva is yours.
44.2 แท้จริงแล้ว, ข้าฯ คือพรหมันสูงสุด. แท้จริงแล้ว, ข้าฯ คือศดาศิวะ. แท้จริงแล้ว, ข้าฯ คือสติเพียงสิ่งเดียว.แท้จริงแล้ว, ข้าฯ ไร้คุณลักษณะ.
44.2 I, indeed, am the Supreme Brahman. I, indeed, am Sadasiva. I, indeed, am Consciousness alone. I, indeed, am the attributeless.
44.3 ข้าฯ คือสติเพียงสิ่งเดียว. แท้จริงแล้ว, ข้าฯ ไร้ส่วนประกอบ (ที่แยกออกจากกันได้). แท้จริงแล้ว, ข้าฯ คืออาตมันอันว่างเปล่า. แท้จริงแล้ว, ข้าฯ คือความถาวร.
44.3 I, indeed, am Consciousness. I, indeed, am the partless. I, indeed, am the Void-Self. I, indeed, am the permanent.
44.4 แท้จริงแล้ว, ข้าฯ คืออาตมันของสรรพสิ่ง. แท้จริงแล้ว, ข้าฯ บริบูรณ์ด้วยสติ. แท้จริงแล้ว, ข้าฯ คือพรหมันสูงสุด. แท้จริงแล้ว, ข้าฯ คืออิศวรผู้ยิ่งใหญ่.
44.4 I, indeed, am the Self of all. I, indeed, am full of Consciousness. I, indeed, am the Supreme Brahman. I, indeed, am the great Isvara.
44.5 แท้จริงแล้ว, ข้าฯ เป็นพยานของโลก. แท้จริงแล้ว, ข้าฯ คือคุรุที่แท้จริง. แท้จริงแล้ว, ข้าฯ คืออาตมันอันหลุดพ้น. แท้จริงแล้ว, ข้าฯ ไร้มลทิน.
44.5 I, indeed, am the witness of the world. I, indeed, am the true Guru. I, indeed, am the liberated Self. I, indeed, am the blemishless.
44.6 แท้จริงแล้ว, ข้าฯ คือคนที่พูดว่า "คือ ข้าฯ จริงๆ". แท้จริงแล้ว, ข้าฯ คือสังการะ. แท้จริงแล้ว, ข้าฯ คือมหาวิษณุ. แท้จริงแล้ว, ข้าฯ คือพรหมสี่พักตร์.
44.6 I, indeed, am the one saying “I, indeed, am.” I, indeed, am Sankara. I, indeed, am Mahavishnu. I, indeed, am the four­faced Brahma.
44.7 แท้จริงแล้ว, ข้าฯ คืออาตมันบริสุทธิ์. แท้จริงแล้ว, ข้าฯ คือ “ข้าฯ” ตลอดกาล. แท้จริงแล้ว, ข้าฯ คืออาตมันนิรันดร์. แท้จริงแล้ว, ข้าฯ มีตนเองเป็นเป้าหมาย.
44.7 I, indeed, am the pure Self. I, indeed, am ever “I.” I, indeed, am the eternal Self. I, indeed, have myself as the goal.
44.8 แท้จริงแล้ว, ข้าฯ คือธรรมชาติของจิต. แท้จริงแล้ว, ข้าฯ คือคนเย็นชา. แท้จริงแล้ว, ข้าฯ คือผู้ที่อยู่ลึกที่สุด. แท้จริงแล้ว, ข้าฯ คืออิศวรสูงสุด.
44.8 I, indeed, am of the nature of the mind. I, indeed, am the cooling one. I, indeed, am the inmost dweller. I, indeed, am the supreme Isvara.
44.9 มีวิธีดังนี้, จงมีความเชื่อมั่นในตัวท่านเองอยู่เสมอ. หากท่านมีทรัพย์, อย่าลวงคุรุสูงสุดในการถวายบูชาแก่เขา;
44.9 In this manner, ever be of such conviction yourself. If you have wealth, never cheat the Supreme Guru of the offering to be made to him;
44.10 หากท่านทำเช่นนั้น, ท่านจะถูกส่งต่อไปยังนรกอันน่าสยดสยองเป็นเวลานานหลายชั่วอายุคน ที่ซึ่งจะแผดเผาคนที่หลงทางเหมือนหม้อของช่างปั้นหม้อ. เมื่อได้ยินดังนั้น, นิทากะจึงลุกขึ้น, สละภรรยาและลูกๆ,
44.10 if you do, you will be consigned for eons to the horrible hell which bakes the errant like a potter’s pots. Hearing this, Nidagha stood up and gave up his wife and children,
44.11 และสละร่างกายอย่างบุตรด้วยความรักทั้งปวง, ทรัพย์สมบัติ, ข้าวและอาภรณ์, ยืนอยู่ข้างคุรุ.
44.11 and also gave up his body like a son with all affection, and also wealth and grain and garments, and stood beside the Guru.
44.12 ด้วยการถวายเครื่องบูชาแก่คุรุ, นิทากะทำให้ฤภูพึงพอใจ
44.12 Giving his offerings to the Guru, Nidagha pleased Ribhu.
โอ ท่านผู้เจริญ! ข้าฯ พึงพอใจในการดูแลของท่านตลอดกาล.
Ribhu: O venerable one! I am forever pleased by your service.
44.13 บัดนี้ท่านได้รับความรู้เรื่องพรหมันแล้ว. ท่านเป็นวิญญาณที่มีความสุขอย่างแท้จริง. อย่างไม่ต้องสงสัย. จงมั่นใจอยู่เสมอว่านี่คือธรรมชาติของพรหมัน.
44.13 You have now acquired Knowledge of Brahman. You are a blessed soul, indeed. There is no doubt of this. Be ever of the certitude that this is the nature of Brahman.
44.14 จงมีความเชื่อมั่นว่าไม่มีความหลุดพ้นอื่นใดนอกจากความแน่วแน่นี้—ไม่มีอื่นใดอีก. ความแน่วแน่เป็นเหตุแห่งการหลุดพ้น. ไม่มีสาเหตุอื่น, อย่างแน่นอน.
44.14 Be of the certitude that there is no liberation other than having this certitude—none other. Certitude is the cause of Liberation. There is no other cause, indeed.
44.15 แก่นแท้ของโลกทั้งปวง, แก่นแท้ของเวทานตะทั้งหมด, แก่นแท้ของคุรุผู้เยือกเย็น, แก่นแท้ของความหมายทั้งหมดของพระเวท, แก่นแท้ของโลกทั้งหมด, แก่นแท้ของสภาวะนิรามิสสุขแห่งสติ, แก่นแท้ของชัยชนะแห่งความใจเย็น—นี่คือแก่นแท้ของการหลุดพ้น,
44.15 The essence of all the worlds, the essence of all Vedanta, the essence of the equanimous Guru, the essence of the meaning of all the Veda-s, the essence of all the worlds, the essence of Existence-Consciousness-Bliss, the essence of The victory of equanimity—this is ever the essence of Liberation,
44.16 การปลดปล่อยจากการเกิดทั้งปวง, การปลดปล่อยจากสภาวะที่สี่ตลอดกาล, การปลดปล่อยที่ง่ายที่สุดของทั้งหมด, การปลดปล่อยจากทุกถิ่นฐาน, การปลดปล่อยโดยปราศจากวัตถุ, การปลดปล่อยที่ทำให้ความมั่งคั่งทั้งหมดแห้งเหือด, นี่คือการปลดปล่อยที่สมบูรณ์ซึ่งบรรลุได้โดยการฟังและการไตร่ตรอง.
44.16 the Liberation from all births, the Liberation that is ever the Fourth State, the easiest Liberation of all, the Liberation from all domains, the Liberation without objects, the Liberation that dries up all wealth. This is complete Liberation attained by just listening and reflection.
44.17 เมื่อได้ฟังธรรมทั้งหลายที่แสดงแก่นิทากะ, สุตะ และผู้ยิ่งใหญ่ทั้งหลายได้บรรลุถึงพรหมันสูงสุด.
44.17 Hearing thus all the teaching disclosed to Nidagha, Suka and the other great ones attained the Supreme Brahman.
44.18 ฤภูได้บรรยายถึงความรู้ของศิวะ, ซึ่งกล่าวกับนิทากะ, ท่ามกลางปราชญ์ที่ชุมนุมกันอยู่นั้น. พวกเขา,ก็ยินดีเช่นกัน, ที่ได้ยินแก่นแท้ของพระเวทนี้, กราบและกล่าวด้วยความยินดีอย่างยิ่ง.
44.18 Ribhu, conveying this description of the Knowledge of Siva, addressed Nidagha thus, in the midst of the assembled sages. They, too, pleased on hearing this essence of the words of the Veda-s, prostrated and spoke thus in great joy.

ปราชญ์ กล่าวว่า

44.19 ท่านคือบิดา, มารดา, คุรุ, สหาย, และผู้ปรารถนาดี. ท่านนำพาเราข้ามมหาสมุทรแห่งความโง่เขลาเข้าสู่ฝั่ง. ท่านคือที่ลี้ภัยของเรา. นำเราด้วยอำนาจแห่งท่าน, ท่านทำให้เรามีความสุขด้วยวจนะของศิวะ, ซึ่งหมายความว่า “เพียงด้วยพลังแห่งคำพูดของข้าฯ คือการบรรลุสู่ทางสูงสุดที่เข้าถึงได้โดยง่าย”.
44.19 Sages: You are the father, the mother, the Guru, the friend, and the well-wisher. You lead us across the ocean of ignorance to the shore. You are our refuge. Leading us by your power, you make us happy by the words of Siva, which mean, “By the strength of my words alone is the attainment of the Supreme Way easy of access.”

Get carried away?

อ่าน “ฤภูคีตา” เพิ่มเติม

กลับไปสารบัญ

index

คำอธิบายเพิ่มเติมสำหรับบทนี้

นิรามิสสุข คือสุขที่เกิดโดยปราศจากอามิสหรือสิ่งภายนอก เป็นความสุขที่ไม่ต้องวิ่งไปหาจากภายนอก แต่ความสุขเกิดจากภายใน ด้วยเจริญสติภาวนา ด้วยการฝึกจิตให้อยู่กับสมาธิ ไม่ให้จิตดิ้นรนออกไปตามสิ่งที่เราไปสัมผัสด้วยตา หู จมูก ลิ้น กาย และสัมผ้ส ความสุขเกิดความสงบ ความสะอาด และความสว่างของดวงจิตภายในของเรา ซึ่งเป็นความสุขที่ละเอียด ยั่งยืน และมั่นคงไม่ต้องหาวิ่งหา ไม่ต้องใช้เงิน ซึ่งเป็นความสุขที่หาซื้อไม่ได้ ใครอยากได้ต้องทำเอง

นามของศิวะ หมายถึง ผู้บำเพ็ญประโยชน์

เวทานตะ

เวทานตะ แท้จริงแล้วคือ “ตอนจบของพระเวท” คำว่าเวทานตะเป็นคำที่ใช้กล่าวถึงอุปนิษัทและคำสอนที่มีอยู่ในนั้น เวทานตะยังหมายถึงคำสอนหรือ “โรงเรียนแห่งปรัชญา”

ก่อตั้งขึ้นจากความรู้ที่อธิบายไว้ในอุปนิษัท ; โรงเรียนหลักของเวทานตะ คือ อัทไวตะ (ไม่มีสิ่งคู่), วิศิษทไวตะ (ยืนยันการไม่มีสิ่งคู่) และ ทไวตะ (มีสิ่งคู่) ; เวทานตะคือสิ่งทั้งปวงในอุปนิษัท, ภควัทคีตา และ พรหมสูตร (เรียกว่า เวทานตะสูตรก็ได้) ; อ้างอิงตาม ปราสาธฺน-ตรยฺย หรือ ข้อบัญญัติทั้งสาม กล่าวว่า เวทานตะคือพื้นฐาน, ตำราพื้นฐาน แม้ว่าจะมีข้อความอื่น ๆ อีกมากมาย เช่น บทความ บทสนทนาและพระคัมภีร์ที่แต่งขึ้นในเวทานตะ ; เวทานตะถือเป็นหนึ่งในหกโรงเรียนดั้งเดิม หรือหนึ่งประเภทของปรัชญาจิตวิญญาณของศาสนาฮินดู ; อัทไวตะเวทานตะ หรือการสอนเรื่องการไม่มีสิ่งคู่ อธิบายโดย ฤภู, ศรี ทัตตตรียะ (อวธุตา), ศรีอัษฏาวกระ, ศรีสังกรา, ศรีรามานะ มหาศรี และปราชญ์ที่ยิ่งใหญ่อื่น ๆ อีกมากมาย ; เวทานตะแสดงให้เห็นถึงความไม่แตกต่างระหว่าง อาตมัน และ พรหมัน ; เวทานตะคือการเปิดเผยความเป็นจริงโดยไม่มีแม้แต่ร่องรอยของการซ้อนทับ ; ฤภู คีตา ทั้งหมดเป็นการเผยให้เห็นซึ่งคัมภีร์ที่แท้จริงของ อัทไวตะ เวทานตะ

สภาวะของร่างกาย

  1. ตื่น
  2. ฝัน
  3. หลับลึก
  4. ทุริยา เป็นภูมิหลังที่รองรับและแผ่ซ่านไปทั่วทั้งสามสภาวะของจิตสำนึก
"ribhu gita" (in Thai) by Tandhava
Reference: "The Ribhu Gita", First English Translation from the Original Indian Epic,
SIVARAHASAYA
Translated by Dr.H.Ramamoorthy , Assisted by Master Nome.