บทที่ 41 ประสบการณ์ของนิทากะ

Chapter Forty-One 

Topic of the Description of Nidagha’s Experience

ผู้มีความแน่วแน่ภายในนี้, ย่อมเพลิดเพลินในความสุขตลอดกาล

นิทากะ กล่าวว่า

41.1 โปรดฟัง, คุรุที่แท้จริง! ข้าฯ มีความแน่วแน่ในพรหมันด้วยพระคุณของท่าน. แท้จริงแล้ว, ข้าฯ คือพรหมัน. แท้จริงแล้ว, ข้าฯ อยู่ลำพัง.
41.1 Nidhaga: Hear, true Guru! There is certitude of Brahman by your grace. Indeed, I am that Brahman. I, indeed, alone am.
41.2 แท้จริงแล้ว, ข้าฯ คืออาตมันนิรันดร์. แท้จริงแล้ว, ข้าฯ ไม่เสื่อมสลายตลอดกาล. แท้จริงแล้ว, ข้าฯ คืออาตมันอันสงบสุข. แท้จริงแล้ว, ข้าฯ ไม่มีส่วนประกอบ (ที่แบ่งแยกออกจากกันได้).
41.2 I, indeed, am the eternal Self. I, indeed, am ever the undecaying. I, indeed, am the peaceful Self. I, indeed, am the partless.
41.3 แท้จริงแล้ว, ข้าฯ ปราศจากความคิด. แท้จริงแล้ว, ข้าฯ คืออาตมันอันมีความสุข. แท้จริงแล้ว, ข้าฯ คือตัวท่านคุรุเอง. แท้จริงแล้ว, ข้าฯ คือศิษย์.
41.3 I, indeed, am the eternal Self. I, indeed, am ever the undecaying. I, indeed, am the peaceful Self. I, indeed, am the partless.
41.4 แท้จริงแล้ว, ข้าฯ คืออาตมัน, อันเป็นนิรามิสสุข. แท้จริงแล้ว, ข้าฯ ไร้มลทิน. แท้จริงแล้ว, ข้าฯ คืออาตมันที่อยู่เหนือสภาวะที่สี่. แท้จริงแล้ว, ข้าฯ ละทิ้งคุณสมบัติ.
41.4 I, indeed, am the Self, which is Bliss. I, indeed, am the taintless. I, indeed, am the Self, transcending the fourth state. I, indeed, am bereft of qualities.
41.5 แท้จริงแล้ว, ข้าฯ คืออาตมันอันปราศจากร่างกาย. แท้จริงแล้ว, ข้าฯ คือสังการะ. ข้าฯ คืออาตมันอันสมบูรณ์อย่างแท้จริง. แท้จริงแล้ว, ข้าฯ คืออิศวรผู้สูงสุด.
41.5 I, indeed, am the Self without the body. I, indeed, am Sankara. I truly am the complete Self. I, indeed, am Isvara, the Supreme.
41.6 แท้จริงแล้ว, ข้าฯ คืออาตมันซึ่งควรเป็นเป้าหมาย. แท้จริงแล้ว, ข้าฯ เติมเต็มจิต. แท้จริงแล้ว, ข้าฯ คืออาตมันของสรรพสิ่ง. แท้จริงแล้ว, ข้าฯ คือศดาศิวะ.
41.6 I, indeed, am the Self, which should be the aim. I, indeed, fill up the mind. I, indeed, am the Self of all. I, indeed, am Sadasiva.
41.7 ข้าฯ คือวิษณุ. ข้าฯ คือพรหม. ข้าฯ คืออินทรา. ข้าฯ คือทวยเทพ. แท้จริงแล้ว, ข้าฯ คือยักษะ (กึ่งเทพ) และรากษส (อสูร) ปิศาจ (ภูติก๊อบลิน ลักษณะน่าเกลียดและซุกซน ร่างเล็ก) และกุฮยากะ (กึ่งเทพเช่น ยักษะ กุฮยากะมีหน้าที่ดูแลกุเวร เทพแห่งความมั่งคั่งและเป็นราชาแห่งยักษะ).
41.7 I am Vishnu. I am Brahma. I am Indra. I am the gods. I, truly, am the yaksha-s (a category of demigods) and rakshasa-s (demons), pisacha-s (goblins) and the guhyaka-s (class of demigods like yaksha-s).
41.8 ข้าฯ คือทะเลและแม่น้ำ. ตัวข้าฯ เองคือขุนเขา. ข้าฯ คือป่าและโลก. ข้าฯ คือสรรพสิ่ง, อย่างแท้จริง.
41.8 I am the seas and the rivers. I myself am the mountains. I am the forests and the world. I am all this, indeed.
41.9 ข้าฯ พึงพอใจตลอดกาล. ข้าฯ เป็นผู้รู้ตัวจริง, ข้ามพ้นประกฤติ. แท้จริงแล้ว, ข้าฯ อยู่ทุกหนทุกแห่ง. แท้จริงแล้ว, ข้าฯ แทรกซึมแผ่ซ่านไปทั่ว.
41.9 I am the ever contented. I am the one with true Knowledge, transcending prakriti. I am, indeed, everywhere. I am, indeed, the all-pervasive.
41.10 แท้จริงแล้ว, ข้าฯ คืออาตมันอันยิ่งใหญ่. ข้าฯ คือธรรมชาติของสรรพสิ่งอันเป็นมงคล. แท้จริงแล้ว, ข้าฯ คือผู้หลุดพ้น, คือผู้บริสุทธิ์, คือศิวะสูงสุด.
41.10 I, indeed, am the great Self. I am of the nature of all that is auspicious. I, indeed, am the liberated, the pure, the Supreme Siva.
41.11 ข้าฯ คือดิน. ข้าฯ คือลม. ข้าฯ คือแสง. ข้าฯ คือที่ว่าง. ข้าฯ คือน้ำ, สุริยัน, และจันทรา. ข้าฯ คือดวงดาว.
41.11 I am earth. I am wind. I am light. I am space. I am water, the sun, and the moon. I am the stars.
41.12 ข้าฯ คือโลกและไร้โลก. ข้าฯ คือผู้ดู. เป็นข้าฯ ตลอดกาล. ข้าฯ คือตัวตนที่มองเห็นได้จากฝั่งอันแสนไกล. ข้าฯ คือธรรมชาติแห่งความรู้.
41.12 I am the worlds and the worldless. I am the one at which to look. I ever am. I am the Self to be seen from the farther shore. I am of the nature of Knowledge.
41.13 ข้าฯ ว่างเปล่าและไม่ว่างเปล่า. ข้าฯ บริบูรณ์ด้วยนิรามิสสุข. ข้าฯ ข้ามพ้นผลของความดีและความชั่ว. ข้าฯ อยู่เพียงลำพัง.
41.13 I am the void and the nonvoid. I am full of all Bliss. I transcend the fruits of the good and the bad. I alone am.
41.14 ข้าฯ คือกฎแห่งสวรรค์. ข้าฯ คือสัจธรรม, อาตมัน, ธรรมชาติของสภาวะปิติสุขแห่งสติ. แท้จริงแล้ว, ข้าฯคืออาตมันแห่งนิรามิสสุข, สถาปนาเป็นเช่นเอกภาพ (หนึ่งเดียว), และเป็นเช่นสิ่งหลากหลายด้วยเช่นกัน.
41.14 I am the divine law. I am the Truth, the Self, of the nature of Existence-Consciousness-Joy. I, indeed, am the Self of Bliss, established as the One, as also the manifold.
41.15 ข้าฯ คืออดีตและอนาคต, และข้าฯ เป็นปัจจุบันเสมอ. ข้าฯ คือหนึ่งเดียว, และถูกแบ่งออกเป็นสอง. แท้จริงแล้ว, ข้าฯ ถูกแบ่งออกไปมากมาย. เป็นข้าฯ อย่างแท้จริง.
41.15 I am the past and the future, and I am always the present. I am One, and I am divided into two. I, indeed, am divided into the many. I, indeed, am.
41.16 แท้จริงแล้ว, ข้าฯ คือพรหมันสูงสุด. แท้จริงแล้ว, ข้าฯ คือประชาบดี (บรรพบุรุษแห่งมนุษยชาติ), สวารัต, สมรัต. แท้จริงแล้ว, ข้าฯ เป็นเช่นนั้น, ตลอดกาล.
41.16 I, indeed, am the Supreme Brahman. I, indeed, am Prajapati (the prime progenitor), the Svarat, the Samrat. I, indeed, am thus, ever.
41.17 ข้าฯ คือวิสวาน (สภาวะตื่น), ไตจาสะ (สภาวะฝัน), ปราจนา (สภาวะหลับลึก), และ ทุริยา (สภาวะที่สี่), ข้าฯ คือปราณ (ชีวิต). ข้าฯ เป็นจิตด้วยเช่นกัน. ข้าฯ คืออวัยวะรับความรู้สึกทั้งหลาย.
41.17 I am Viswan (the cosmic experiencer of the waking state), Taijasa (the cosmic dreamer), Prajna (the cosmic deep sleeper), and also Turya (the cosmic being in the fourth state). I am prana (life). I am also the mind. I am of the category of the sense organs.
41.18 ข้าฯ คือจักรวาลและโลก. แท้จริงแล้ว, ข้าฯ คืออาตมันแห่งที่ว่าง. สิ่งใดที่มีเงื่อนไขและไม่มีเงื่อนไข—ทั้งหมดนั้น, แท้จริงแล้ว คือข้าฯ.
41.18 I am the universe and the worlds. I am, indeed, the Self of space. Whatever is conditioned and whatever is unconditioned—all that, indeed, I am.
41.19 ข้าฯ ปราศจากเงื่อนไข, ด้วยเช่นกัน. แท้จริงแล้วข้าฯ คือนิรามิสสุขนิรันดร์. ผู้มีความแน่วแน่ภายในนี้, ย่อมเพลิดเพลินในความสุขตลอดกาล. ผู้ที่ได้ยินเช่นนี้ทุกวันย่อมพ้นจากบาปทั้งปวง.
41.19 I am the one free from conditioning, also. I, indeed, am the eternal Bliss. One who has this certitude within, ever relishes happiness. Whoever hears this daily is released from all sins.
41.20 ข้าฯ คือนิรันดร์. ข้าฯ ปราศจากความเข้าใจผิด. ในโลกแห่งผู้คน, ข้าฯ ศักดิ์สิทธิ์และรอบรู้. ข้าฯ คือจักรวาล. ข้าฯ ข้ามพ้น (อยู่เหนือ) จักรวาล. พ้นจากประกฤติ, ดำรงอยู่เช่นเอกภาพ (หนึ่งเดียว), ปราศจากชีวิตที่อยู่ภายใต้ความพินาศใดๆ อันเกิดจากการกระทำและความรู้ของผู้หนึ่งผู้ใด. ข้าฯ คือมวลของนิรามิสสุข, คือศิวะสูงสุด. ข้าฯ คือธรรมชาติแห่งสัจธรรม.
41.20 I am eternal. I am without m isapprehensions. In the world, the forest of people, I am the sacred and the wise. I am the universe. I transcend the universe. Rid of prakriti, abiding as the One, devoid of the life subject to various k inds o f d e stru c tio n p ro p e lle d by actions and by one’s own knowledge, I am the great mass of Bliss, the Supreme Siva. I am of the nature of Truth.

Get carried away?

อ่าน “ฤภูคีตา” เพิ่มเติม

กลับไปสารบัญ

index

คำอธิบายเพิ่มเติมสำหรับบทนี้

นิรามิสสุข คือสุขที่เกิดโดยปราศจากอามิสหรือสิ่งภายนอก เป็นความสุขที่ไม่ต้องวิ่งไปหาจากภายนอก แต่ความสุขเกิดจากภายใน ด้วยเจริญสติภาวนา ด้วยการฝึกจิตให้อยู่กับสมาธิ ไม่ให้จิตดิ้นรนออกไปตามสิ่งที่เราไปสัมผัสด้วยตา หู จมูก ลิ้น กาย และสัมผ้ส ความสุขเกิดความสงบ ความสะอาด และความสว่างของดวงจิตภายในของเรา ซึ่งเป็นความสุขที่ละเอียด ยั่งยืน และมั่นคงไม่ต้องหาวิ่งหา ไม่ต้องใช้เงิน ซึ่งเป็นความสุขที่หาซื้อไม่ได้ ใครอยากได้ต้องทำเอง

นามของศิวะ หมายถึง ผู้บำเพ็ญประโยชน์

สภาวะของร่างกาย 4

  1. ตื่น
  2. ฝัน
  3. หลับลึก
  4. ทุริยา เป็นภูมิหลังที่รองรับและแผ่ซ่านไปทั่วทั้งสามสภาวะของจิตสำนึก

ศิวะผู้เป็นตัวของตัวเองเสมอ ผู้สงบเสมอ สภวะของศิวะที่เป็นสิ่งมีชีวิตบริสุทธิ์

ประกฤติ/ประกฤต ปฐมภูมิของธรรมชาติ มีความหมายที่แตกต่างกันในปรัชญาอินเดีย :

  • สำขยะ กล่าวว่า ประกฤติเป็นหนึ่งในสองระบบพื้นฐาน, มีพื้นฐานที่ตื่นตัว, แต่ไม่มีวิญญาณ, เป็นหนึ่งและมองไม่เห็น เป็นแหล่งพลังงานของจักรวาล, อนุมานได้จากผลกระทบของมัน, ประกอบด้วยคุณะ 3 ประการ (สัตวะ, รชัส และ ตมัส) ;
  • ทไวตะ (เทวภาวะ, เป็นสิ่งคู่) กล่าวว่า ประกฤติเป็นสสารที่ก่อให้เกิดโลกและหนึ่งในยี่สิบประเภทของสสาร ;
  • ในวิศิษฏไทวตะ (สิ่งสำคัญมีหนึ่งเดียว) กล่าวว่า ประกฤติเป็นหนึ่งในหกสสาร, คุณะเป็นคุณสมบัติของประกฤติแต่มิใช่องค์ประกอบ, แบ่งแยกไม่ได้แต่ไม่ได้เป็นเอกลักษณ์เดียวกัน, เกี่ยวข้องกับอิศวร และขึ้นอยู่กับ (อาศัยอยู่ใน) แต่ละบุคคล, ไม่เป็นอนันต์แต่ถูกจำกัดโดย นิตยะ-วิภูติ, หรือการสำแดงนิรันดร์, ซึ่งจำกัดและไม่ใช่วัตถุ ;
  • อทไวตะ (ไม่มีสิ่งคู่) กล่าวว่า, ประกฤติทั้งหมดเป็นปรากฏการณ์, เป็นมายาบริสุทธิ์และไม่ใช่สิ่งจริงอย่างแท้จริง

ประชาบดี คือ ต้นตระกูล, นามแห่งพรหม และยังเป็นนามของพระเจ้าทั้ง 10 องค์ที่สร้างโดยพรหม

ผู้ปกครอง (สัมผัสภายใน) ตนเอง ; หมายถึงอิศวร, สถานะที่ไม่เปิดเผยตัวตน, เป็นอิสระอย่างแท้จริง และเป็นเหตุของการพึ่งพาอื่นๆ ทั้งหมด, หรือผู้ที่ส่องสว่าง (เปล่งรัศมี) ในตัวเอง (ด้วยตัวเอง)

บุคคลทั้งหลายที่อยู่ในสภาวะตื่น

กล่าวกันว่าเทวะมีส่วนร่วมอยู่กับประสาทสัมผัสภายในต่างๆ, อวัยวะรับสัมผัส, สัมผัสละเอียดอ่อน (ทานมาตระ), อวัยวะที่ใช้กระทำ และอื่นๆ

  • มนัส (จิตใจ) : จันทรา
  • พุทธิ (สติปัญญา) : พรหม
  • อหังการ (ego) : รุทระ
  • จิต (ความคิด, สติปัญญา) : วสุเทวะ
  • ประสาทสัมผัส และเทวะ มีดังนี้
  • หู (เสียง) : อากาศ (ที่ว่าง, ทิศทาง)
  • ผิว (สัมผัส) : วายุ (ลม)
  • ตา (รูป) : สุริยะ (พระอาทิตย์)
  • ลิ้น (รส) : วรุณ (น้ำ)
  • จมูก (กลิ่น) : อัศวินกุมาร (เทวะคู่แห่งการปรุงยา)
"ribhu gita" (in Thai) by Tandhava
Reference: "The Ribhu Gita", First English Translation from the Original Indian Epic,
SIVARAHASAYA
Translated by Dr.H.Ramamoorthy , Assisted by Master Nome.