บทที่ 33 เชื่อในพรหมัน

Chapter Thirty-Three

Topic of the Instruction in Brahman Conviction

ด้วยความเชื่อมั่นว่า ข้าฯ คือพรหมัน ย่อมได้กุศลผลบุญเท่ากับการให้ภูเขาพระสุเมรุ

ฤภู กล่าวว่า

33.1 จงฟัง, (คำกล่าวที่) ดีที่สุดในหมู่พราหมณ์! นิยามของ "สรรพสิ่ง-คือ-พรหมัน", โดยการสดับสิ่งนี้ ท่านจะบรรลุการหลุดพ้นในทันที.
33.1 Ribhu: Hear, best among brahmins! The definition of “All-is-Brahman,” by hearing which you shall forthwith attain Liberation.
33.2 แท้จริงแล้ว, สรรพสิ่งนี้ไม่เคยมีอยู่. มีเพียงข้าฯ ที่อยู่ลำพัง. แท้จริงแล้ว, เป็นอาตมันตลอดกาล. แท้จริงแล้ว, อาตมันคือคือธรรมชาติของความสุข.
33.2 All this, indeed, never is. I alone am. The Self, indeed, ever is. The Self, indeed, is of the nature of happiness.
33.3 แท้จริงแล้ว, อาตมันคือสัจธรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุด. อาตมันคือความหลากหลายของโลก. อาตมันคือการแผ่ขยายออกไปของที่ว่าง. นอกจากนี้, อาตมันนั้นปราศจากช่องว่าง.
33.3 The Self, indeed, is the greatest Truth. The Self is the multitude of the world. The Self is the expanse of space. Also, the Self is without interspace.
33.4 อาตมันคือพรหมันอย่างแท้จริง. อาตมันคือธรรมชาติของคุรุ. แท้จริงแล้ว, อาตมันคือการแผ่ขยายของสติและเป็นนิรันดร์. มีเพียงอาตมันเท่านั้นที่ไม่เสื่อมสลายและไม่เปลี่ยนแปลง.
33.4 The Self truly is Brahman. The Self is of the nature of the Guru. The Self, indeed, is an expanse of Consciousness and is eternal. The Self alone is decayless and changeless.
33.5 อาตมันเท่านั้นที่เป็นธรรมชาติอันถูกสถาปนาอย่างมั่นคง. อาตมันคืออาตมันเท่านั้น. อย่างไม่ต้องสงสัย. อาตมันคือธรรมชาติของโลกนี้. อาตมันคือตัวมันเองเป็นตัวอาตมันเอง.
33.5 The Self alone is the firmly established nature. The Self is the Self alone. There is no doubt of this. The Self is the nature of this world. The Self is itself the Self itself.
33.6 อาตมันเท่านั้นที่เป็นลางสังหรณ์แห่งความสุข. อาตมันเท่านั้นคือจิตและที่ว่าง. แท้จริงแล้ว, อาตมันคือสิ่งเล็กน้อยที่เป็นอยู่. อาตมันเท่านั้นคือสภาวะสูงสุด.
33.6 The Self alone is the harbinger of happiness. The Self alone is the mind and space. The Self, indeed, is any little thing that is. The Self alone is the highest state.
33.7 แท้จริงแล้ว, อาตมันคือรูปของจักรวาลนี้. แท้จริงแล้ว, อาตมันคือความรักที่ไม่เปลี่ยนแปลง. แท้จริงแล้ว, อาตมันนั้นไม่ใช่สิ่งอื่นใดที่ไหนเลย; แท้จริงแล้ว, สิ่งใดๆ ก็คืออาตมัน, ที่เติมเต็มจิต.
33.7 The Self, indeed, is the form of this universe. The Self, indeed, is the changeless love. The Self, indeed, is nowhere anything else; anything else, indeed, is the Self, which fills the mind.
33.8 แท้จริงแล้ว, อาตมันคือสรรพความรู้. แท้จริงแล้ว, อาตมันคือขุมทรัพย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด. อาตมันคือธรรมชาติของสิ่งมีชีวิต. อาตมันเป็นวัฏจักรอันยิ่งใหญ่ [ของการเกิดและการตาย].
33.8 The Self, indeed, is all knowledge. The Self, indeed, is the greatest treasure. The Self is the nature of beings. The Self is the great cycle [of birth and death].
33.9 มีเพียงอาตมันเท่านั้นที่บริสุทธิ์ชั่วนิรันดร์. อาตมันคือคุรุของตนเอง. อาตมันคือศิษย์ของตัวมันเอง. อาตมันละลายในตัวมันเอง.
33.9 The Self alone is the eternally pure. The Self is the Guru of itself. The Self is the disciple of itself. The Self dissolves in itself.
33.10 อาตมันเท่านั้นที่เป็นเป้าหมายของการทำสมาธิกับตัวเอง. อาตมันเท่านั้นที่เป็นเป้าหมายของอาตมัน. อาตมันเท่านั้นคือการเสียสละเพื่อตัวเอง. อาตมันเท่านั้นคือจาปาของตัวเอง.
33.10 The Self alone is the object of meditation upon itself. The Self alone is the goal of the Self. The Self alone is the sacrifice to itself. The Self alone is the japa of itself.
33.11 ตัวอาตมันเองคือความพึงพอใจของอาตมัน. ไม่มีอะไรนอกจากอาตมัน. อาตมันเท่านั้นที่เป็นรากเหง้าของอาตมัน. อาตมันเท่านั้นคือเป้าหมายของการอุทิศตนเพื่ออาตมัน.
33.11 The Self itself is alone the satisfaction of the Self. There is nothing apart from the Self. The Self alone is the root of the Self. The Self alone is the object of devotion to the Self.
33.12 ความรู้แห่งอาตมันคือการปฏิญาณที่จะปฏิบัติศาสนกิจเป็นประจำทุกวัน. ความรู้แห่งอาตมันคือความสุขสูงสุด. ความรู้แห่งอาตมันคือเป็นนิรามิสสุขอันยิ่งใหญ่. ความรู้แห่งอาตมันคือเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่.
33.12 The Knowledge of the Self is the daily vowed religious observance. The Knowledge of the Self is the highest happiness. The Knowledge of the Self is the great Bliss. The Knowledge of the Self is the great goal.
33.13 ความรู้แห่งอาตมันคือพรหมันสูงสุด. ความรู้แห่งอาตมันคือคำปฏิญาณที่ยิ่งใหญ่ที่สุด. ความรู้แห่งอาตมันคือการตระหนักรู้ด้วยตนเอง. ความรู้แห่งอาตมันคือทรัพย์สมบัติอันยิ่งใหญ่.
33.13 The Knowledge of the Self is the Supreme Brahman. The Knowledge of the Self is the greatest vow. The Knowledge of the Self is to be realized by oneself. The Knowledge of the Self is the great treasure.
33.14 ความรู้แห่งอาตมันคือพรหมันสูงสุด. ความรู้แห่งอาตมันคือความสุขที่ยิ่งใหญ่. ความรู้แห่งอาตมันคืออาตมันอันยิ่งใหญ่. ความรู้แห่งอาตมันคือที่พำนักของมนุษยชาติ.
33.14 The Knowledge of the Self is the Supreme Brahman. The Knowledge of the Self is the great happiness. The Knowledge of the Self is the great Self. The Knowledge of the Self is the abode of all people.
33.15 ความรู้แห่งอาตมันคือน้ำศักดิ์สิทธิ์อันยิ่งใหญ่. ความรู้แห่งอาตมันมอบความสำเร็จ. ความรู้แห่งอาตมันคือพรหมันสูงสุด. ความรู้แห่งอาตมันคือความเคลื่อนไหวและไม่เคลื่อนไหว.
33.15 The Knowledge of the Self is the great sacred waters. The Knowledge of the Self confers success. The Knowledge of the Self is the Supreme Brahman. The Knowledge of the Self is the moving and the unmoving.
33.16 ความรู้แห่งอาตมันคือศาสตร์สูงสุด. ความรู้แห่งอาตมันคือความไม่เท่าเทียมกัน. ความรู้แห่งอาตมันเป็นโยคะสูงสุด. ความรู้แห่งอาตมันคือหนทางสูงสุด.
33.16 The Knowledge of the Self is the highest science. The Knowledge of the Self is unequalled. The Knowledge of the Self is the highest yoga. The Knowledge of the Self is the supreme path.
33.17 ความรู้แห่งอาตมันคือความแน่วแน่ที่ไม่สั่นคลอนว่าสิ่งสูงสุดคือพรหมัน. ความรู้แห่งอาตมันคือการทำลายจิต. ความรู้แห่งอาตมันคือคุรุสูงสุด.
33.17 The Knowledge of the Self is the unwavering certitude that the highest is Brahman. The Knowledge of the Self is the destruction of the mind. The Knowledge of the Self is the supreme Guru.
33.18 ความรู้แห่งอาตมันคือการทำลายความคิด. ความรู้แห่งอาตมันมอบการปลดปล่อย. ความรู้แห่งอาตมันคือการทำลายความกลัว. ความรู้แห่งอาตมันนำมาซึ่งความสุข.
33.18 The Knowledge of the Self is the destruction of thought. The Knowledge of the Self confers release. The Knowledge of the Self is the destruction of fear. The Knowledge of the Self is conducive to happiness.
33.19 ความรู้แห่งอาตมันเป็นแสงสว่างอันยิ่งใหญ่. ความรู้แห่งอาตมันเป็นมงคลอันยิ่งใหญ่. ความรู้แห่งอาตมันคือธรรมชาติของสัจธรรม. ความรู้แห่งอาตมันเป็นที่รักของความดี.
33.19 The Knowledge of the Self is the great light. The Knowledge of the Self is the great auspiciousness. The Knowledge of the Self is the nature of the Truth. The Knowledge of the Self is the beloved of the good.
33.20 ความรู้แห่งอาตมันคือการปลดปล่อยความดี. ความรู้แห่งอาตมันทำให้เกิดการเลือกปฏิบัติ. ความรู้แห่งอาตมันเป็นพระธรรมอันยิ่งใหญ่. ความรู้แห่งอาตมันคือจาปาตลอดกาล.
33.20 The Knowledge of the Self is the Liberation of the good. The Knowledge of the Self generates discrimination. The Knowledge of the Self is the great dharma. The Know­ ledge of the Self is ever the japa.
33.21 ความเท่าเทียมกันของความรู้แห่งอาตมันเป็นเพียงความรู้แห่งอาตมันเท่านั้น. สิ่งใดที่เท่ากับความรู้แห่งอาตมันไม่เคยมีและไม่มีวันที่จะมี.
33.21 The equal of the Knowledge of the Self is only the Knowledge of the Self. Anything equal to the Knowledge of the Self never was and never will be.
33.22 ความรู้แห่งอาตมันเป็นมนตราสูงสุด. ความรู้แห่งอาตมันคือตาปาสที่สูงที่สุด. ความรู้แห่งอาตมันเป็นหริที่แท้จริง. ความรู้แห่งอาตมันคือศิวะสูงสุด.
33.22 The Knowledge of the Self is the highest mantra. The Knowledge of the Self is the highest tapas. The Knowledge of the Self is verily Hari. The Knowledge of the Self is the Supreme Siva.
33.23 ความรู้แห่งอาตมันคือพรหม, ผู้สร้างที่ยิ่งใหญ่. ความรู้แห่งอาตมันเป็นที่ยอมรับของทุกคน. ความรู้แห่งอาตมันเป็นบุญด้วยตัวมันเอง. ความรู้แห่งอาตมันเป็นการชำระให้บริสุทธิ์อันยิ่งใหญ่.
33.23 The Knowledge of the Self is the great creator, Brahma. The Knowledge of the Self is acceptable to all. The Knowledge of the Self is itself punya. The Knowledge of the Self is the great purification.
33.24 ความรู้แห่งอาตมันเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ยิ่งใหญ่. ความรู้แห่งอาตมันเป็นความสงบและคุณธรรมอื่นๆ. ความรู้แห่งอาตมันเป็นมนตราอันเป็นที่รัก. ความรู้แห่งอาตมันทำให้ตนเองบริสุทธิ์.
33.24 The Knowledge of the Self is the great holy waters. The Knowledge of the Self is tranquility and other such merits. The Knowledge of the Self is the mantra that is dear. The Knowledge of the Self purifies oneself.
33.25 แท้จริงแล้ว, ความรู้แห่งอาตมันคืออะไร? ความเชื่อมั่นว่า "ข้าฯ คือพรหมัน" เป็นการยกระดับอย่างมากของความรู้แห่งอาตมัน.
33.25 What, indeed, is the Knowledge of the Self? The “I am Brahman” certitude is the great upsurge of the Knowledge of the Self.
33.26 มันคือการรับรู้อันชัดแจ้งว่า “ข้าฯ คือพรหมัน, ข้าฯ เป็นนิรันดร์, ข้าฯ อยู่อย่างมั่นคง, ข้าฯ คือนิรามิสสุขสูงสุด – และ ข้าฯ บริสุทธิ์และไร้การเปลี่ยนแปลง.
33.26 It is the clear perception “I am Brahman, I am eternal, I am firmly abiding, I am Bliss—the Supreme Bliss—and I am pure and ever changeless.
33.27 [มันคือการรับรู้อันชัดแจ้งว่า] ข้าฯ คือธรรมชาติของการแผ่ขยายแห่งสติ, เป็นสภาวะแห่งนิรามิสสุขของสติอันถาวร. ข้าฯ ไร้การดัดแปลง. ข้าฯ สงบศานติ. ข้าฯ อยู่ทุกหนแห่ง. ข้าฯ ปราศจากช่องว่าง.
33.27 [It is the clear perception that] I am of the nature of the expanse of Consciousness, permanent Existence-Conscious-ness-Bliss. I am without modifications. I am peaceful. I am everywhere. I am without interstices.
33.28 ข้าฯ คือธรรมชาติของความสุขเสมอ. ข้าฯ ปราศจากข้อบกพร่องทั้งปวง. ข้าฯ เป็นอิสระจากสังกัลปะทั้งหลาย, และข้าฯ เป็นตัวของตัวเองเสมอ”
33.28 I am always of the nature of happiness. I am devoid of all defects. I am free from all sankalpa, and I am always myself.”
33.29 พึงอ่านตัวท่านเองอย่างเงียบๆ ในเรื่องเกี่ยวกับประสบการณ์ที่ว่า สรรพสิ่งคือพรหมัน. แม้เพียงชั่วขณะหนึ่ง, บุญที่จะได้รับนั้นเทียบเท่ากับบุญทั้งหมดที่เกิดจากอัศวะเมธะ (การบูชายัญด้วยม้า) นับล้านตัว.
33.29 Read silently to yourself about the experience that all is Brahman. In a moment, all the punya which would result from a million asvamedha (horse-sacrifices) can be obtained.
33.30 ด้วยความเชื่อมั่นว่า ข้าฯ คือพรหมัน, ย่อมได้กุศลผลบุญเท่ากับการให้ภูเขาพระสุเมรุ. แม้การถวายแผ่นดินทั้งหมด, เมื่อเปรียบแล้วก็ได้บุญเพียงเล็กน้อย เมื่อเทียบกับบุญจากความมั่นคงแน่วแน่ที่ว่า ข้าฯ คือพรหมัน.
33.30 Being of the certitude that I am Brahman, the fruit of giving the Meru mountain in charity will result. Even the offering of all the land is trivial compared to being firm that I am Brahman.
33.31 ด้วยความแน่วแน่ว่า ข้าฯ คือพรหมัน, ของกำนัลนับล้านก็ยังถือว่าเล็กน้อย. เมื่อตั้งมั่นว่าข้าฯ คือพรหมัน, สรรพสุขทั้งหลายย่อมไม่สำคัญ.
33.31 Being firm that I am Brahman, even millions of gifts are trivial. Being firm that I am Brahman, all joy is incon­sequential.
33.32 ผลแห่งการตั้งมั่นว่าสรรพสิ่งคือพรหมันนั้นคือตัว (พรหมัน) เอง. เหมือนกับความแน่วแน่ที่ว่า ข้าฯ คือพรหมัน นั้นก็คือพรหมันเพียงเท่านั้น.
33.32 The fruit of the conviction that all is Brahman is (Brahman) itself. The equal of being firm that I am Brahman is only Brahman.
33.33 เพราะฉะนั้น, แม้ในความฝันและตลอดเวลาใดๆ, พึงเสียสละทุกสิ่งด้วยความพยายามในเชิงบวก, ข้าฯ คือพรหมัน. อย่างไม่ต้องสงสัย. ข้าฯ คือเป้าหมายของตนเอง.
33.33 Therefore, even while in dream and at all times, sacrificing all by positive effort, I am Brahman. There is no doubt of this. I am my own goal.
33.34 แท้จริงแล้ว, ข้าฯ ไม่เคยเป็นสิ่งอื่น. แท้จริงแล้ว, ข้าฯ คือคุรุตลอดกาล. ลำพังข้าฯ คือปรมาตมัน. อาตมันของข้าฯ ไม่เคยเป็นสิ่งอื่น.
33.34 I, indeed, am never anything else. I, indeed, am ever the Guru. I alone am the Supreme Self. My Self is never another.
33.35 ตัวข้าฯ เอง คือคุรุ; ตัวข้าฯ เองคือศิษย์. พึงแน่วแน่ในสิ่งที่กล่าวข้างต้น. [แม้ว่า] จะไม่เคยเป็น “สิ่งนี้” ที่ถูกชี้ชัดว่าเป็นโลก, ซึ่งมีขีดจำกัด.
33.35 I myself am the Guru; I myself am the disciple. Be of this certitude. [Though] “this” is pointed out, the world, which is limited, never is.
33.36 ไม่มีดิน, ไม่มีน้ำ, ไม่มีไฟ, ไม่มีอากาศ, ไม่มีที่ว่าง. สรรพสิ่งเป็นสติเพียงอย่างเดียว, ไม่มีสิ่งอื่นใดที่มีอยู่.
33.36 There is no earth, no water, no fire, no air, no space. All being Consciousness alone, nothing else exists.
33.37 พึงบริบูรณ์ด้วยความเชื่อมั่นนี้, เป็นสุข, ปลดปล่อยจากร่างกาย. ข้าฯ คืออาตมัน. “สิ่งนี้” ไม่มีอยู่จริง, เพราะสรรพสิ่งเป็นเพียงสติ.
33.37 Being full of this conviction, be happy, released from the body. I am the Self. “This” is nonexistent, as all is only Consciousness.
33.38 แท้จริงแล้ว, ข้าฯ คืออาตมันอันสมบูรณ์, เป็นมหาสมุทรแห่งนิรามิสสุข, และปราศจากทุกข์. “สิ่งนี้” ไม่เคยมีอยู่; เป็นสัญชาตญาณ (ไร้สติ), มันเป็นสิ่งที่ไม่จริง, อย่างแท้จริง. “สิ่งนี้” คือพรหมัน, พรหมันตลอดกาล. จงเป็นสุขกับคำว่า "สิ่งนี้" ไม่มีอยู่จริง.
33.38 I, indeed, am the complete Self, the ocean of Bliss, and afflictionless. “This” never is; being insentient, it is unreal, indeed. “This” is Brahman, ever Brahman. Be happy that “this” does not exist.
33.39 ผู้ที่หลุดพ้นคือผู้ที่ - ไม่ถูกครอบงำด้วยความสนุกสนานเล็กๆ น้อยๆ, ที่เป็นมายาเหมือนเขาของม้า, และไม่เสียเวลาไปกับการกระทำที่ไร้ผล – (ผู้ที่หลุดพ้นคือผู้ที่) ศึกษาคำกล่าวของพระเวท, โดยการฟังและวิธีอื่นๆ เช่นว่านั้น, เป็นผู้ตระหนักถึงธรรมชาติของศิวะที่มิอาจแบ่งแยก.
33.39 The liberated are those who— without being overcome by trivial enjoyments, which are as illusory as the horns of a horse, and without wasting their time in fruitless action—study the purport of the Veda-s, and by means of listening and such, realize the nature of the undivided Siva.

Get carried away?

อ่าน “ฤภูคีตา” เพิ่มเติม

กลับไปสารบัญ

index

คำอธิบายเพิ่มเติมสำหรับบทนี้

นิรามิสสุข คือสุขที่เกิดโดยปราศจากอามิสหรือสิ่งภายนอก เป็นความสุขที่ไม่ต้องวิ่งไปหาจากภายนอก แต่ความสุขเกิดจากภายใน ด้วยเจริญสติภาวนา ด้วยการฝึกจิตให้อยู่กับสมาธิ ไม่ให้จิตดิ้นรนออกไปตามสิ่งที่เราไปสัมผัสด้วยตา หู จมูก ลิ้น กาย และสัมผ้ส ความสุขเกิดความสงบ ความสะอาด และความสว่างของดวงจิตภายในของเรา ซึ่งเป็นความสุขที่ละเอียด ยั่งยืน และมั่นคงไม่ต้องหาวิ่งหา ไม่ต้องใช้เงิน ซึ่งเป็นความสุขที่หาซื้อไม่ได้ ใครอยากได้ต้องทำเอง

  • ชีวา (ปัจจเจกวิญญาณ) ในสำขยะคือ วิญญาณเดี่ยวที่แยกออกจากปุรุษะ โดยเชื่อมต่อกับอัตตา, พุทธิ, จิต และความรู้สึกถูกจำกัดโดยร่างกาย
  • ชีวา กล่าวในสำขยะว่า ด้วยการบ่งชี้ปุรุษะที่ผิดพลาดของพุทธิ ทำให้เกิดข้อจำกัดและอวิชชา, พึงพอใจและเจ็บปวด, พันธะและความตาย ซึ่งสามารถก้าวข้ามด้วยความรู้แห่งสัจธรรม

อาตมันคือหนึ่งและสากล แตกต่างจากร่างกาย, ประสาทสัมผัส, ความรู้สึก, ใจ, สติปัญญา, ความรู้สึกภายใน, และอื่นๆ เป็นเพียงผู้สังเกตการณ์ต่อกิจกรรมและไม่ได้รับผลกระทบจากสิ่งใด

  • อาตมันมีธรรมชาติเป็นความรู้แจ้งของสติ, ส่องสว่างด้วยตนเอง, มีธรรมชาติเป็นความรู้, ไม่ต้องใช้ความรู้อื่นเพื่อรู้ถึงอาตมัน 
  • อาตมันปราศจาก รักหรือชัง, กลัวหรือเสียใจ, คุณภาพหรือการกระทำ, รูปแบบ, การเปลี่ยนแปลงหรือมลทิน  
  • อาตมันไม่มีที่ติ, แบ่งแยกไม่ได้, แผ่ซ่านไปทั่ว และเป็นอนันต์ 
  • อาตมันและพรหมันคือหนึ่งเดียวกัน

การท่องมนตราซ้ำๆ อย่างมีสติในช่วงเวลาหนึ่ง

มาจากภาษาสันสฤต พรห = การเติบโต และ มัน = การหายไป (จากสถานที่หรือเวลา) ดังนั้น พรหมันจึงหมายถึงสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุด 

  • พรหมันคือสิ่งเดียวที่เป็นจริง อยู่เหนือคำจำกัดความ การยอมรับที่สัมผัสได้ และ จิตใจของมนุษย์ 
  • พรหมันถูกมองว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไร้ข้อจำกัด, เคยมีอยู่, ไร้ข้อจำกัดในสถานที่และเวลา, ไม่เปลี่ยนแปลง, ไม่มีที่ติ, ไร้คุณสมบัติ, ไร้คุณลักษณะ, ไร้ชื่อหรือรูปแบบ, ไม่เกิดและไม่เติบโต, ไม่มีวุฒิภาวะ, ไม่เสื่อมสลาย, ไม่มีอะไรที่คล้ายคลึง และไม่มีอะไรแตกต่างจากพรหมัน 
  • พรหมันถูกกล่าวว่าเป็นความรู้บริสุทธิ์, เป็นเหตุแห่งประสิทธิภาพและแก่นสารของจักรวาล, เป็นจิตวิญญาณที่แผ่ซ่านไปทั่วจักรวาล, เป็นแก่นของการสร้างสิ่งมีชีวิตและสิ่งที่สิ่งมีชีวิตซึมซับอยู่ 
  • ปรากฏการณ์ทั้งหมดของโลก, คุณภาพ, การกระทำ, การเผยให้เห็น กล่าวกันว่าเป็นการลวงตาที่ซ้อนทับบนพรหมัน  
  • ในอุปนิษัทนิยมพรหมันว่าเป็นอาตมันสากล, เป็นความจริงแท้ และที่สำคัญที่สุดก็คือการอธิบายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันในฤภูคีตานี้

การปลงอาบัติ, ความเคร่งครัดทางศาสนา, การตาย หรือ การทำสมาธิที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติตนในการปฏิเสธตนเอง หรือการตายทางร่างกาย, คุณธรรม ศีลธรรม, ความดีความชอบ, หน้าที่พิเศษหรือการปฏิบัติตามวรรณะใดๆ ;  ตาปะห์ หมายถึงความร้อน ความอบอุ่น ไฟ ดวงอาทิตย์ ฤดูร้อนและสิ่งที่คล้ายกัน ; ตาปาส แปลว่า เป็นการฝึกฝนที่ร้อนแรง (รุนแรง) ก็ได้

นามของวิษณุ หมายถึง ผู้ธำรงรักษาสิ่งสร้างทั้งปวง สีเหลือง-เขียว ; สีน้ำตาลอ่อน

(ความมุ่งมั่น / ความไม่แน่ใจ หรือ เข้าใจผิด) คำแปลเดียวไม่สามารถครอบคลุมความหมายทั้งหมดได้

  • สังกัลปะหมายถึงแนวคิดต่างๆ เช่น เจตจำนง, ความตั้งใจ, การชำระล้างทางจิต, ปฏิญาณอย่างจริงจังที่จะปฏิบัติตาม, จุดมุ่งหมาย, ความมุ่งมั่น, ความปรารถนา, ความคิด, ไตร่ตรอง และ จินตนาการ
  • วิกลัปะ มีความหมายตรงกันข้าม หมายถึง ความสงสัย, ความไม่แน่ใจ, รังเกียจ, ไม่มั่นใจ, ตัวเลือก, ข้อผิดพลาด, ความไม่รู้, ความเข้าใจผิด, ความแบ่งแยกแตกต่าง
  • สังกัลปะและวิกัลปะ โดยสาระสำคัญ ใช้เพื่อแสดงให้เห็นการทำงานตรงกันข้ามของการยอมรับภายใน โดยทั่วไปใช้กับจิต บางครั้งเราไม่แปลทั้งสองคำนี้เพราะอาจใช้เป็นการเปรียบเทียบขึ้นอยู่กับบริบทของข้อความ
"ribhu gita" (in Thai) by Tandhava
Reference: "The Ribhu Gita", First English Translation from the Original Indian Epic,
SIVARAHASAYA
Translated by Dr.H.Ramamoorthy , Assisted by Master Nome.