บทที่ 16 นิรามิสสุขแห่งพรหมัน
Chapter Sixteen Topic of the Brahman – Bliss
แท้จริงแล้ว, ข้าฯ คืออาตมันที่เป็นนิรามิสสุขสูงสุด, เป็นเพียงนิรามิสสุขตลอดกาล.
ฤภู กล่าวว่า
คำอธิบายเพิ่มเติมสำหรับบทนี้
จิตตะ สภาวะของจิตใจที่บรรลุได้ในจังหวะที่รู้ถึงแรงจูงใจและความเฉื่อยชา, เป็นคลังเก็บความประทับใจในอดีต ; คำว่ามนัสหรือจิต มักใช้เป็นคำทั่วไปที่รวม พุทธิและจิต ไว้ด้วยกัน
กลุ่มอวัยวะสัมผัส อวัยวะแห่งความรู้ (ยาเนนทรีย์)
- โสตร : ความรู้สึกทางหูที่รับรู้เสียง (หู)
- ตวัก : ความรู้สึกสัมผัสที่รับรู้สัมผัส (ผิวหนัง)
- จักษุ : ความรู้สึกทางสายตาที่รับรู้รูปแบบ (ตา)
- ชิวหา : ความรู้สึกที่รับรู้รสชาติ (ลิ้น)
- ครานะ : ความรู้สึกเกี่ยวกับการดมกลิ่นที่รับรู้กลิ่น (จมูก)
อวิชชา ความไม่รู้ ความละเลย ; ในอัทไวตะกล่าวว่า มีพลังในการปกปิดความจริง, พลังแห่งความเท็จ คือ อวิชชา
เขาของกระต่ายเป็นวัตถุที่สันนิษฐานว่าไม่มีอยู่ หมายถึง ความว่างเปล่า, ไม่มีอยู่
แผนภาพสัญลักษณ์ทางธรรมหรือทางพิธีกรรมเพื่อหมายถึงเอกภพ ใช้เชิญเทวะหรือการทำสมาธิ โดยทั่วไปมักแสดงในเชิงอภิปรัชญาและเชิงสัญลักษณ์เป็นแผนภาพหรือแผนภูมิแบบเรขาคณิตรูปจักรวาลแบบย่อส่วน
คำว่ามณฑลอาจหมายถึงย่าน, ฝ่ายในฤคเวท หรือ รูปร่างกลม
การท่องมนต์ซ้ำๆ ในการบำเพ็ญเพียร (เรียกว่า จาปายาจนา) ดังในภควัทคีตา พระเจ้าได้ตรัสว่า “ยัญญะของข้าพเจ้า คือ จาปายาจนา”
การปลงอาบัติ, ความเคร่งครัดทางศาสนา, การตาย หรือ การทำสมาธิที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติตนในการปฏิเสธตนเอง หรือการตายทางร่างกาย, คุณธรรม ศีลธรรม, ความดีความชอบ, หน้าที่พิเศษหรือการปฏิบัติตามวรรณะใดๆ ; ตาปะห์ หมายถึงความร้อน ความอบอุ่น ไฟ ดวงอาทิตย์ ฤดูร้อนและสิ่งที่คล้ายกัน ; ตาปาส แปลว่า เป็นการฝึกฝนที่ร้อนแรง (รุนแรง) ก็ได้
- พราหมณ์ วรรณะสูงเป็นอภิสิทธิ์ชน เกิดจากปากหรือศีรษะของพระพรหม ได้เรียนรู้ศึกษาศาสนาวิชาการต่างๆ สอนแก่คนทั่วไป ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางติดต่อกับพระเจ้า ทุกวรรณะต้องเคารพด้วยถือว่าเป็นวรรณะสูงสุดและบริสุทธิ์ นุ่งห่มสีขาวและมักมีอาชีพเป็นครูอาจารย์ (ปัญญา)
- กษัตริย์ วรรณะสูงเป็นนักรบนักปกครอง เกิดจากอกและแขนของพระพรหม นิยมนุ่งห่มสีแดง (อำนาจ)
- แพศย์ วรรณะกลางมีอาชีพค้าขาย กสิกร ประมง ฯลฯ สำคัญแก่เศรษฐกิจของบ้านเมือง เกิดจากตะโพกและขาของพระพรหม นิยมนุ่งห่มสีเหลือง (เงินทอง)
- ศูทร วรรณะต่ำอาชีพกรรมกร คนรับใช้ รับจ้าง เกิดจากเท้าของพระพรหม (แรงงาน)
นอกจากนี้ยังมีคนพวกต่ำสุดคือ จัณฑาล เกิดจากการแต่งงานของคนวรรณะสูงกับคนวรรณะต่ำ ถูกแยกออกจากสังคม มีอาชีพลำบากที่คนไม่อยากทำ ขอทาน กวาดถนน เก็บขยะ ขุดหลุมฝังศพ ฝังศพ เผาศพ เป็นต้น
พระคัมภีร์ที่เก่าแก่ที่สุดและเป็นรากฐานของศาสนาฮินดู มักจะนับว่ามี 4 ฉบับ คือ ฤคเวท, สามเวท, ยชุรเวท และอาถรรพเวท) แม้ว่าบางครั้งจะกล่าวว่ามีเพียง 3 เท่านั้น แต่อาถรรพเวทเป็นข้อยกเว้นและได้รับการยอมรับว่าเป็นพระเวทจริง
ปรัชญา มีคำแปลที่หลากหลาย เช่น
- พุทธิ, ความรู้, ปัญญา, ความระมัดระวัง, สติ ;
- จริยะ หรือ ความรู้ เมื่อกล่าวถึงการศึกษาเล่าเรียน, ความเข้าใจ, เนื้อหา, ความรู้ความเข้าใจ ;
- ความรู้ที่เป็นประเภทพิเศษ ตัวอย่างเช่น ความรู้วิทยาศาสตร์ (ระบบความรู้ของธรรมชาติและโลกกายภาพ) และความรู้โดยสัญชาตญาน ;
- ปรัชญา แทนความหมาย “ความรู้สมบูรณ์” หรือ “ความรู้สูงสุด” เมื่อใช้ในการแปล มหาวรรคยะ “ปรัชญา พรหมะ” เพื่อแสดงความรู้เกี่ยวกับสัจธรรมสูงสุดของศาสนาและปรัชญา, ซึ่งเป็นหนึ่งเดียวกับบรมวิญญาณสูงสุด ;
- คำว่าปรัชญาใช้เพื่อให้เห็นมุมมองของผู้เขียนว่า “ความรู้” (จริยะ) ถูกเรียกว่าปรัชญา ;
- “ปรัชญา พรหมะ” แปลได้อีกความหมายว่า “สติคือพรหมัน”
Reference: "The Ribhu Gita", First English Translation from the Original Indian Epic,
SIVARAHASAYA
Translated by Dr.H.Ramamoorthy , Assisted by Master Nome.
