บทสวดมนต์สรรเสริญพุทธคุณ
คำกล่าวสรรเสริญคุณของพระพุทธเจ้า
บทสวดมนต์สรรเสริญพระพุทธคุณ เป็นบทสวดที่กล่าวสรรเสริญพระคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า องค์ศาสดาแห่งศาสนาพุทธ ในประเทศไทยมีทั้งบทสวดภาษาบาลี และ บทสวดภาษาไทย ที่ประพันธ์โดย พระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร)
บทสรรเสริญพระพุทธคุณ (บาลี)
คำแปลเพื่อให้เข้าใจในบทสวดมนต์มากยิ่งขึ้น
อิติปิ โส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ วิชชาจะระณะสัมปันโน สุคะโต โลกะวิทู อะนุตตะโร ปุริสสะทัมมะสาระถิ สัตถา เทวะมนุสสานัง พุทโธ ภะคะวาติ.
อะระหัง (เป็นผู้ไกลจากกิเลส) สัมมาสัมพุทโธ (เป็นผู้ตรัสรู้ชอบโดยพระองค์เอง)
วิชชาจะระณะสัมปันโน (เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ)
สุคะโต (เป็นผู้ไปแล้วด้วยดี) โลกะวิทู (เป็นผู้รู้โลกอย่างแจ่มแจ้ง)
อะนุตตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ (เป็นผู้สามารถฝึกบุรุษที่สมควรฝึกได้ อย่างไม่มีใครยิ่งกว่า)
สัตถา เทวะมนุสสานัง (เป็นครูผู้สอนของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย)
พุทโธ (เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานด้วยธรรม) ภะคะวาติ. (เป็นผู้มีความจำเริญจำแนกธรรมสั่งสอนสัตว์ ดังนี้)
บทสรรเสริญพระพุทธคุณ
ภาษาไทย ทำนองสรภัญญะ
บทสรรเสริญพระพุทธคุณ ทำนองสรภัญญะ
พระยาศรีสุนทรโวหาร
- องค์ใดพระสัมพุทธ สุวิสุทธสันดาน
- ตัดมูลเกลศมาร บ มิหม่นมิหมองมัว
- หนึ่งในพระทัยท่าน ก็เบิกบานคือดอกบัว
- ราคี บ พันพัว สุวคนธกำจร
- องค์ใดประกอบด้วย พระกรุณาดังสาคร
- โปรดหมู่ประชากร มละโอฆกันดาร
- ชี้ทางบรรเทาทุกข์ และชี้สุขเกษมสานต์
- ชี้ทางพระนฤพาน อันพ้นโศกวิโยคภัย
- พร้อมเบญจพิธจัก- ษุจรัสวิมลใส
- เห็นเหตุที่ใกล้ไกล ก็เจนจบประจักษ์จริง
- กำจัดน้ำใจหยาบ สันดานบาปแห่งชายหญิง
- สัตว์โลกได้พึ่งพิง มละบาปบำเพ็ญบุญ
- ข้าขอประณตน้อม ศิรเกล้าบังคมคุณ
- สัมพุทธการุญ- ญภาพนั้นนิรันดร
พระยาศรีสุนทรโวหาร
(น้อย อาจารยางกูร)
พระยาศรีสุนทรโวหาร นามเดิม น้อย ต้นสกุลอาจารยางกูร (5 กรกฎาคม พ.ศ. 2365 — 16 ตุลาคม พ.ศ. 2434) เป็นชาวฉะเชิงเทรา ท่านได้รับสมญาว่าเป็นศาลฎีกาภาษาไทย เป็นผู้แต่งตำราเรียนชุดแรกของไทย เรียกว่า “แบบเรียนหลวง” ใช้สอนในโรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ และหนังสือกวีนิพนธ์ที่มีคุณค่าอีกหลายเรื่อง งานชิ้นสำคัญชิ้นหนึ่ง คือท่านได้รับแต่งตั้งให้เป็น แม่กองตรวจโคลงบรรยายประกอบรูปภาพเรื่อง “รามเกียรติ์” รอบระเบียงพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เมื่อครั้งกรุงรัตนโกสินทร์ครบรอบ 100 ปี และตัวท่านเองก็ได้รับหน้าที่เป็นผู้แต่งด้วยท่านหนึ่ง
ทำนองสรภัญญะ
ทำนองสำหรับคำสวดฉันท์
สรภัญญะ (คำอ่านภาษาไทย: /สะระพันยะ/ หรือ /สอระพันยะ/) คือ ทำนองสำหรับสวดฉันท์ เป็นทำนองแบบสังโยค คือ สวดเป็นจังหวะหยุดตามรูปประโยคฉันทลักษณ์ มักใช้สวดบูชาพระรัตนตรัยในพระพุทธศาสนา การสวดฉันท์ทำนองสรภัญญะมีมานานตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 ก่อนหน้านั้นนิยมสวดฉันท์ภาษาบาลี มีเนื้อหาเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา และผู้สวดส่วนใหญ่เป็นพระสงฆ์ ทำนองสรภัญญะไม่แพร่หลายนัก ต่อมา พระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร) แปลบทสรรเสริญคุณต่าง ๆ เป็นฉันท์ภาษาไทย เรียก “คำนมัสการคุณานุคุณ” มี 5 ตอน คือ บทสรรเสริญพระพุทธคุณ บทสรรเสริญพระธรรมคุณ บทสรรเสริญพระสังฆคุณ บทสรรเสริญมาตาปิตุคุณ และบทสรรเสริญอาจาริยคุณตามลำดับ บทประพันธ์นี้ได้รับความนิยมมากที่สุดในปัจจุบัน ใช้สวดกันโดยทั่วไป และเนื่องจากบาทแรกเริ่มว่า “องค์ใดพระสัมพุทธ” จึงมักเรียว่า “บทสวดองค์ใดพระสัมพุทธ”
บทอิติปิโส (ถอยหลัง)
นุส มะ วะ เท ถา สัต ถิ ระ
สา มะ ทัม สะ ริ ปุ โร ตะ
นุต อะ ทู วิ กะ โล โต คะ
สุ โน ปัน สัม ณะ ระ จะ ชา
วิช โธ พุท สัม มา สัม หัง ระ
อะ วา คะ ภะ โส ปิ ติ อิ ฯ
จะกล่าวอุปเท่ห์ พระอิติปิโสถอยหลัง ผู้ใดเรียนได้ ไว้เป็นปิยัง ศัตรูนึกหวัง บ่มิกล้ำกราย เป็นที่เสน่หา เทพารักษ์ ทั้งมนุษย์หญิงชาย สิ่งใดปรารถนา ภาวนาอย่าคลาย ถ้วนร้อยแปดหมาย ทำเมื่อเที่ยงคืน คนรักนักหนา ถือยังญาติกา ทั้งอายุยืน จะทำสิ่งไร ตั้งใจอย่าขืน คืออย่าเป็นอื่น บ่ายหน้าหนบูรพ์ ไม่รักซ้อนแกะ ทำภควัมอย่าสูญ ใส่น้ำมันแช่ เสกแปรเป็นคุณ บ่ายหน้าหนบูรพ์ จนพระลุกนั่ง ใช้เป็นเสน่ห์ ล่องหนกำบัง ออกสงครามเจรจา ท้าวพระยาปิยัง ฝูงชนทั่วทั้ง รักนักรักหนา ถ้าท่านจองจำ ตั้งจิตบริกรรม ด้วยพระคาถา น้ำหมากนั้น
๓ คาบ คงกระพันชาตรี
๔ คาบตราไม่ม้วยมรณา เทวดาดลใจ อนึ่งเล่าหนา ขอดชายผ้าไว้ผูกเป็นหัวพิรอด ๕ คาบให้ไว้ใช้คาถา เสกน้ำมันทา ไม่มีโภยภัย ถ้าจะล้วงตะกั่ว เสกน้ำมะกรูด ยกมือขึ้นไหว้ เจ้าประคุณทูนหัว ไม่มีอันตราย ผิวจะแก้คุณเขาทำ แล แม้คุณทั้งหลายยืนเหนือลมร่าย
๑๐ คาบโดยหมาย เป่าไปอย่าคลา หายสิ้นสูญพลัน เมื่อทำรำลึก ตรึกหาพระพุทธ พระธรรมสังฆา ขอคุณบิดาทั้งพระมารดา คุณครูอุปัชฌาย์ อยู่เหนือเกศา เสกหมากให้กิน ท่านรักนักหนา เสกน้ำล้างหน้า ไม่มีโภยภัย
๑๑ คาบนั้นไซร้เป่าไปสู่มัน มันมาหาเรา เขาผูดมัดขันชะเนาะ บ่ายหน้าจำเพาะ สู่หัวเชือกเข้า ถ้วนร้อยแปดเป่า สู่หัวเชือกเข้า หลุดลุ่ยแลนา ถ้าจะลุยอัคคี เสกหมากกินดี เสกน้ำมันทา
๑๔ คาบตรา ถูกต้องขื่อคา หลุดลุ่ยบัดใจ ถ้าหาน้ำหมากมิได้ อาจารย์กล่าวไว้ ใช้ร่ายเป่าไป ขื่อคาแข็งอ่อนคือลนไฟ เสกสิ่งใดๆ กินคงกระพัน ๑๓ คาบหนา
๑๕ คาบว่าใช้เป็นจังงัง โดยท่านกล่าวมา เอาลิ้นดุนเพดาน ๑๕ คาบอย่าคลาด เป่าไปอย่าคลา กระทืบตีนออกมา อาวุธศาสตรา หลุดลุ่ยจากมือ มหาระรวยฤๅ เป็นได้เหมือนกัน ให้ร่ายเป่าไป๑๔ คาบตรา ถูกต้องขื่อคา หลุดลุ่ยบัดใจ ถ้าหาน้ำหมากมิได้ อาจารย์กล่าวไว้ ใช้ร่ายเป่าไป ขื่อคาแข็งอ่อนคือลนไฟ เสกสิ่งใดๆ กินคงกระพัน ๑๓ คาบหนา
๑๗ คาบใส่หัวเป็นประเจียด ภาวนาเดินไป ขึ้นลงที่ไหน คนเราไม่เห็น ปัดพิษงูตะขาบแมงป่อง๑๔ คาบตรา ถูกต้องขื่อคา หลุดลุ่ยบัดใจ ถ้าหาน้ำหมากมิได้ อาจารย์กล่าวไว้ ใช้ร่ายเป่าไป ขื่อคาแข็งอ่อนคือลนไฟ เสกสิ่งใดๆ กินคงกระพัน ๑๓ คาบหนา
๑๙ คาบหนา แม้นตามเขาไป จงหักกิ่งไม้ เสกขวางมรรคา เสกสิ่งไรๆ ตามใจปรารถนา ศัตรูตามมา แคล้วคลาดไปไกล อนึ่งท่านว่าไว้เอาใบไม้รู้นอน๑๔ คาบตรา ถูกต้องขื่อคา หลุดลุ่ยบัดใจ ถ้าหาน้ำหมากมิได้ อาจารย์กล่าวไว้ ใช้ร่ายเป่าไป ขื่อคาแข็งอ่อนคือลนไฟ เสกสิ่งใดๆ กินคงกระพัน ๑๓ คาบหนา
๑๐๘ คาบ ๗ สิ่งเถ้าตายโหงตายห่า ไปบัดพลีมา วันภุมมาเสารี เสกคาถานี้ ๑๐๘ คาบหนา พาตัวเดินเข้าไปในหลังคา ฝูงชนทั่วหน้า พากันหลับใหลฯ
อ้างอิงจาก https://today.line.me/th/v2/article/vP9aJE
อิติปิโส ๑๐๘
พระคาถามหาอาคม
ในพระคาถาอิติปิโส จะประกอบด้วย ห้องพระพุทธคุณ 56 ตัว ห้องธรรมคุณ 38 ตัวและห้องสังฆคุณอีก 14 ตัว รวมเป็น 108 พอดี หรือที่เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า พระคาถา อิติปิโส รัตนมาลา
• กระทู้เจ็ดแบก อาจารย์จําแนกไว้บูชา เสกข้าวกินทุกวัน อาจป้องกันเครื่องศาสตรา อนึ่งภาวนา แล้วหันหน้าสู่ช้างสาร อาจหักงวงคชา ด้วยพลาอันห้าวหาญ มีกําลังเหลือประมาณ ยิ่งช้างสารอันตกมัน ฤษีทั้ง7องค์ ท่านดํารงอยู่ทิศนั้น เมื่ออภิวันท์ หันพักตร์นั้นทางทิศบูรพา
• อาคเนย์ฝนแสนห่า ใช้ภาวนาคราเดินทาง ถึงเดินสิ้นทั้งวัน เรื่องนํ้านั้นอย่าระคาง เสกหมากรับประทานพลาง สิบห้าคําอ้างกินเรื่อยไป แม้นใคร่ให้มีฝน อย่าร้อนรนจงใจเย็น ให้เสกไส้เทียนชัย เสกให้ได้แสนเก้าพัน แล้วให้นึกเทเวศ ผู้เรืองเดชในสวรรค์ อิทรพรหมสิ้นด้วยกัน ตลอดจนถึงชั้นอะกะนิฏฐ์ ฝนก็จะตกหนัก เพราะอารักษ์อันศักดิ์สิทธิ์ ถ้ามีโรคอันวิปริต จงพินิจพิจารณา เอาทํานํ้ามนต์ แล้วพรํ่าบ่นด้วยคาถา เสกพ่นสัก7ครา มิทันช้าก็จักหาย อาคเนย์นามทิศศา จงหันหน้าไปโดยหมาย เคารพครูบรรยาย แล้วจึงร่ายคาถาเอย
• นารายณ์กลืนสมุทร์ ฤทธิรุททิศทักษิณ เรื่องฝีเกลื่อนหายสิ้น ไม่ต้องกินเสกพริกไทย เจ็ดเม็ดเสกเจ็ดหน แล้วจงพ่นลงทันใด สามครั้งก็จะหาย สมดังใจจํานง อนึ่งใช้เสกปูน สําหรับสูญฝีหัวลง มิช้าฝีก็คง ยุบย่อลงในบัดใด ภาวนาลงกระดาษ อย่าประมาทจงตั้งใจ ฟั่นเทียนเอาทําไส้ เทียนนั้นไซร้หนึ่งบาทหนา ลงคาถาล้อมให้รอบ ตามระบอบอย่ากังขา เท่ากําลังเทวดา ตามชันษาผู้เป็นไข้ แล้วจุดบูชาพระ อย่าได้ละภาวนาไป มิช้าไข้นั้นไซร้ จะหายดังปลิดทิ้ง
• หรดีพึงสําเหนียก มีชื่อเรียกเป็นสองอย่าง คือนารายณ์คลายจักรอ้าง กับอีกทั้งพลิกแผ่นดิน มีฤทธิ์และศักดา ทั้งเดชาและโกสินทร์ ภาวนาเป็นอาจิณ ยําเกรงสิ้นเหล่าศัตรู รําลึกแต่ในใจ ข้าศึกไซร้ปืนสู้ หย่อนกําลังพรั่งพรู ไม่คิดสู้เราต่อไป ถึงแม้คนใจกล้า พอเห็นหน้าก็อ่อนไป ครูเฒ่าท่านสอนไว้ แม้สิ่งใดมีประสงค์ สิ่งนั้นพลันต้องได้ สมดังใจจํานง เพราะคาถาเป็นมั่นคง อย่างวยงงจงบูชา คุณครูผู้บรรยาย ท่านเร่ย้ายหรดีทิศา เมื่อจะภาวนา จงหันหน้าทางนั้นเอย
• ทิศประจิมนามประหลาด ชื่อตวาดหิมพานต์ มีเดชอันห้าวหาญ ดุจช้างสารไม่กลัวตาย พบช้างและปะเสือ ที่ดุเหลือทั้งโคควาย อีกทั้งโจรดุร้าย ก็อย่าได้นึกกลัวมัน จงนิ่งภาวนา พระคาถาไปฉับพลัน เป็นมหาจังงังอัน วิเศษยิ่งอย่ากริ่งใจ สัตว์ร้ายและคนพาล ไม่อาจหาญเข้ามาใกล้ ให้แคล้วให้คลาดไป จงท่องไว้ทั้งเช้าคํ่า อนึ่งเมื่อภาวนา จงหันหน้าอย่าถลํา ทิศประจิมจงจดจํา ดังแนะนําดังนั้นเอย
• พายัพนามทิศ มหิทฤทธิ์นั้นมากนัก ชื่อว่านารายณ์กลืนจักร์ มีฤทธิ์ศักดิ์นั้นย้อนยอก ครูเฒ่าท่านกล่าวมา ถ้าแม้นลูกไม่ออก เอานํ้าใส่ขันจอก แล้วเปล่งออกซึ่งวาจา เสกนํ้าทํานํ้ามนต์ ร้อยแปดหนด้วยคาถา ให้กินอย่ารอช้า พรหมกายาตลอดศรีษ์ บุตรน้อยจะค่อยเคลื่อน ขยัยเขยื้อนเคลื่อนอินทรีย์ เสดาะเสกวารี หากไม่มีนํ้ากระสาย จงเป่าด้วยคาถา ไม่ทันช้าหลุดกระจาย ครูประสิทธิ์บรรยาย ท่านเร่ย้ายอยู่พายัพ เพื่อเป็นการคํานับ ตามตําหรับอาจารย์เอย
• นารายณ์ขว้างจักร์นี้เลิศลบ อีกนามหนึ่งตรึงไตรภพ สองชื่อย่อมลือจบ ทั่วพิภพเรืองเดชา ภาวนาสูดลมไป ว่าให้ได้สักสามครา คอยดูที่ฉายา ถ้าเห็นเงาว่าหายไป ครานั้นจงชื่นชม คนนับหมื่นหาเห็นไม่ บังตาหายตัวได้ ครูกล่าวไว้เร่งบูชา หันพักตร์สู่อุดรทิศ แล้วตั้งจิตภาวนา ตามบทพระคาถา ที่กล่าวมาแต่ต้นเอย
• อิสานนามแถลง นารายณ์แปลงรูปโดยหมาย ภาวนาอย่าระคาย ศัตรูร้ายแปลกเราไป เมื่อจะเสดาะแล้วไซร้ เสกให้ได้ร้อยแปดคาบ ตั้งใจให้แน่วแน่ ครั้นถ้วนแล้วเป่ากระหนาบ ต้องหลุดอย่างราบคาบ ได้เคยปราบเห็นประจักษ์ ถ้าชอบทางเสน่ห์ ทําเป็นเล่ห์ให้เขารัก นํ้าหอมอย่าหอมนัก จงรู้จักที่อย่างดี แล้วเสกให้บ่อยๆ อย่างน้อยๆ108ที แล้วเก็บไว้ให้ดี ถึงคราวที่จะต้องใช้ เสกอีกสักเจ็ดหน ประกายตนแล้วจึงไป เป็นเสน่ห์แก่ผู้ใช้ ทั้งหญิงชายทุกภาษา ไม่ว่าคนชั้นไหน แต่พอได้เห็นพักตรา ให้รักด้วยเมตตา ประหนึ่งว่าเป็นลูกหลาน แคล้วคลาดเหล่าศัตรู สิ้นทั้งหมู่อันธพาล ครูอยู่ทิศอิสาน จงนมัสการและบูชาเอย
ศานติที่ใฝ่หา
ความสุขที่ใฝ่หาแท้จริงแล้วหลับใหลอยู่ภายในก้นบึ้งของจิตใจของตนเอง
ความรัก
ความรักต่อสรรพสิ่งโดยไร้เงื่อนไข
อิสระ
เป็นอิสระจากข้อจำกัดทุกประการ
ความสุข
ความสุขที่เกิดจากภายในตนเองเท่านั้น
เป็นประโยชน์
สร้างประโยชน์ต่อโลกใบนี้
ธรรมชาตินำความสงบมาให้
การอยู่ใกล้ชิดธรรมชาติ ผืนดิน ต้นไม้ นอกจากจะสดชื่นทางกายแล้ว ธรรมชาติจะนำความสมดุลย์และความสงบสุขมาสู่มนุษย์อีกด้วย
