ดาวเสาร์

เหตุผลที่นักพยากรณ์ต้องรู้เรื่องดาว

สวัสดีค่ะ พบกับทีมงานตาณฑวะ ในรายการ “คุยเรื่องดาว เล่าเรื่องดวง” วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับดาวเสาร์กันค่ะ รายละเอียดของดวงดาวจะทำให้นักพยากรณ์มีความเข้าใจในธรรมชาติของดาว เรื่องราวและนิยายปรัมปราต่างๆ สะท้อนออกมาเป็น นิสัย, บุคลิก, ลักษณะ, ความคิด, ความต้องการ, ตลอดจนอารมณ์ และความรู้สึกของดวงดาว สำหรับหมอดูหรือนักพยากรณ์ที่ต้องทำนายโดยการใช้ดวงดาวตามวิชาโหราศาสตร์ มีความจำเป็นที่จะต้องรู้และเข้าใจดวงดาวให้ดี เพราะจะช่วยให้การพยากรณ์มีความถูกต้องแม่นยำมากขึ้น

“ดาวเสาร์” เป็นหนึ่งในดาวนพเคราะห์ที่มีความสำคัญ เพราะถือเป็น “ดาวบาปเคราะห์” ที่ร้ายแรงที่สุด ตำราโหราศาสตร์เขียนไว้ว่า  “โทษทุกข์ให้ทายเสาร์” ถ้าดวงชะตาใดมีดาวเสาร์เด่นในดวงกำเนิด เจ้าชะตาจะเป็นคนแข็งๆ กล่าวคือ มีร่างกายแข็งแรง มีจิตใจแข็งแกร่ง กิริยาดุดัน มีความอดทนสูงกว่าบุคคลทั่วไป

สำหรับดาวเสาร์จร เมื่อดาวเสาร์โคจรเข้าสู่ดวงชะตามักก่อให้เกิดความทุกข์เดือดร้อน แน่นอนที่ว่าเรื่องความทุกข์นั้นไม่มีใครชอบ ไม่อยากพบเจอ เพราะใครๆ ก็อยากจะมีความสุขสดชื่นรื่นรมย์ในชีวิต แต่ในความเป็นจริง เราก็ไม่อาจหลบเลี่ยงผลจากดาวเสาร์ได้ เราจึงควรศึกษาและทำความเข้าใจในเรื่องราวของดาวเสาร์ เพื่อหาทางรับมือกับดาวเสาร์ให้ดีที่สุด

Let's join our channel
ดาวเสาร์ในทางวิทยาศาสตร์
  • ดาวเสาร์ ในภาษาอังกฤษมีชื่อว่า แซทเทิร์น (Saturn) ซึ่งเป็นรากศัพท์ของคำว่า Saturday หรือวันเสาร์ ดาวเสาร์เป็นหนึ่งในดาวนพเคราะห์ของระบบสุริยะ อยู่ห่างจากดวงอาทิตย์เป็นลำดับที่ 6 ถัดจากดาวพฤหัสบดี ดาวเสาร์เป็นดาวเคราะห์แก๊ส มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากดาวพฤหัสบดี มีรัศมีเฉลี่ยมากกว่าโลกประมาณ 9 เท่า มีความหนาแน่นเฉลี่ยน้อยกว่าน้ำ คือประมาณ 7 กรัม/ลูกบาศก์เซนติเมตร (น้ำมีความหนาแน่นเท่ากับ 1 กรัม/ลูกบาศก์เซนติเมตร)
  • ดาวเสาร์มีรูปทรงกลมแป้น เพราะความเร็วในการหมุนรอบตัวเอง 1 รอบใช้เวลาประมาณ 10 ชั่วโมง 39 นาที ดาวเสาร์ห่างจากดวงอาทิตย์เฉลี่ย 1429 ล้านกิโลเมตร ใช้เวลาหมุนรอบดวงอาทิตย์ 1 รอบประมาณ 29.47 ปี ถ้าเทียบกับการโคจรบนจักรราศีใช้เวลาราศีละ 2 ปีครึ่ง เมื่อคูณกับ 12 ราศี ก็จะประมาณ 30 ปี ใกล้เคียงกัน
  • ลักษณะเด่นของดาวเสาร์คือ “วงแหวนรอบดาวเสาร์” ซึ่งประกอบไปด้วยเศษหินและน้ำแข็งหลายขนาด ตั้งแต่ขนาดเล็กๆ ไปจนถึงขนาดใหญ่เป็นเมตรก็มี เศษหินและน้ำแข็งเรียงตัวอยู่ในระนาบเดียวกัน ที่จริงแล้ววงแหวนของดาวเสาร์นั้นเป็นวงแหวนย่อยๆ จำนวนมาก มีลักษณะเป็นวงแหวนบางๆ โดยมีความหนาเฉลี่ยเพียง 500 กิโลเมตรเท่านั้น เศษวัตถุในวงแหวนมีความสามารถในการสะท้อนแสงได้ดี และกว้างกว่า 80,000 กิโลเมตร จึงสามารถสังเกตเห็นได้จากโลก
  • ดาวเสาร์มีดาวบริวารจำนวนมาก ปัจจุบันสำรวจพบเกินกว่า 100 ดวง โดยมีดาวบริวารใหญ่ที่สุดชื่อไททัน (Titan) ถูกค้นพบตั้งแต่ พ.ศ. 2198 โดย คริสเตียน ไฮเกนส์ และเป็นดาวบริวารดวงเดียวในระบบสุริยะที่มีบรรยากาศห่อหุ้มชัดเจน บรรยากาศหนาทึบด้วยไนโตรเจน และมีเทน ซึ่งเป็นหมอกมัวสีส้มปกคลุมทั่วดวง จนไม่สามารถมองเห็นพื้นผิวได้ แต่องค์ประกอบของไนโตรเจนและมีเทนในบรรยากาศของไททัน น่าจะก่อให้เกิดสารประกอบไฮโดรคาร์บอนซึ่งเป็นโมเลกุลพื้นฐานของกรดแอมิโนที่จำเป็นต่อสิ่งมีชีวิต จึงเป็นที่น่าสนใจว่า สภาพบนไททันอาจคล้ายกับสภาพในบรรยากาศโลกเมื่อหลายพันล้านปีก่อน

     

พระเสาร์ในทางคติฮินดู
  • พระเสาร์ มีนามว่า พระศนิ (เทวนาครี: शनि ) เป็นบุตรของพระสูรยะ (พระอาทิตย์) กับพระนางฉายา นางฉายานี้เกิดจากเงาของพระนางศรัณยา (ชายาตัวจริงของพระอาทิตย์ มีบุตรด้วยกันคือ มนูไววัสวัต (มนูองค์ปัจจุบัน) พระยม พระนางยมี และพระอัศวิน) พระสูรยะนั้นมีรัศมีที่ส่องสว่างร้อนแรงมาก แม้แต่นางศรัณยาก็ไม่อาจทนทานต่อแสงสุริยะได้ จึงได้สร้างนางฉายาขึ้นมา ให้นางฉายาอยู่กินกับพระสูรยะ จนให้กำเนิดบุตรเป็นพระเสาร์หรือพระศนิ เมื่อแรกเกิดพระศนิมีกายสีดำคล้ำ พระสูรยะไม่พอพระทัยและต่อว่านางฉายา พระศนิจึงใช้นัยน์ตาจ้องมองไปที่พระสูรยะ ทำให้ดวงอาทิตย์ดับมืดลง ประดุจเกิดสุริยุปราคา เมื่อพระสูรยะขออภัยต่อนางฉายา ดวงอาทิตย์จึงกลับมาสว่างดังเดิม พระสูรยะทรงเห็นดังนี้จึงไม่พอพระทัยอย่างมาก และรังเกียจบุตรผู้นี้
  • วันหนึ่งพระศนิเกิดเรื่องวิวาทกับพระยม (บุตรของนางศรัณยา) นางฉายาได้เข้ามาห้าม พระยมไม่พอใจจึงเตะนางฉายาด้วยเท้า นางจึงสาปให้พระยมขาพิการ มีแผลเน่าและมีหนอนเจาะแผล พระยมจึงนำเรื่องไปฟ้องพระสูรยะ พระสูรยะจึงรู้ว่านางฉายาไม่ใช่นางศรัณยา (เพราะในทางคติฮินดู มารดาไม่สามารถสาปบุตรของตนได้) พระสูรยะได้เสกไก่แจ้มาจิกกินหนอนและรักษาแผลให้พระยม และได้ไปไต่ถามความจริงจากนางฉายา เมื่อรู้ว่ามิใช่ชายาตัวจริง พระสูรยะก็ออกตามหานางศรัณยาจนเจอ และพานางกลับมาที่สูรยโลก เมื่อนางศรัณยากลับมานางฉายาจึงกลับไปรวมร่างกับนางศรัณยา พระศนิเศร้าโศกและโกรธเป็นอย่างมาก ความร้าวฉานจึงมีสะสมมากขึ้น
  • ต่อมา พระเสาร์ได้วิวาทกับพระยมอีกครั้ง นางศรัณยาได้เข้ามาห้าม และสาปให้พระศนิต้องไปกำเนิดบนโลกและต้องถูกพี่น้องของตนสังหาร ซึ่งพระศนิจึงได้มาถือกำเนิดเป็นกรรณะ และถูกอรชุนผู้เป็นน้องชายสังหารในวันที่ ๑๗ ของสงครามทุ่งกุรุเกษตร ในตำนานเรื่องมหาภารตะ
  • พระศนิไม่ต้องการอยู่ในสูรยโลกอีกต่อไป และเริ่มบำเพ็ญตบะต่อองค์พระศิวะ จนพระองค์พอพระทัย และตั้งพระศนิเป็นหนึ่งในเทวดานพเคราะห์ ให้เป็นเทพประจำดาวเสาร์ เป็นเทพแห่งความยุติธรรมในโลก เป็นผู้มอบผลกรรมให้แก่ผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่
  • ต่อมาพระศนิได้วิวาห์กับนางธามิณี บุตรีของท้าวจิตรเสน ราชาแห่งเหล่าคนธรรพ์ แต่พระศนิมิได้ให้ความสนใจในตัวนางมากนัก ในวันหนึ่งพระศนิกำลังสวดบูชาพระวิษณุ นางธามิณีผู้เป็นชายาจะเรียกเท่าไรก็ไม่ยอมลืมตา นางจึงสาปให้พระศนิมีดวงตาที่เป็นภัย หากมองสิ่งใดนอกจากนางแล้วสิ่งนั้นจะต้องวินาศ ทำให้พระศนิไม่ยอมสบตาผู้ใด พระวิษณุทรงพอพระทัย ในความมุ่งมั่นในศรัทธาของพระศนิ จึงให้วันเสาร์เป็นวันที่ใช้ในการบูชาพระวิษณุ หากผู้ใดบูชาพระวิษณุด้วยการให้ทานและถือศีลอด เป็นเวลา ๗ วันเสาร์ ผู้นั้นจะรอดพ้นจากบาปเคราะห์ของพระศนิ
  • ด้วยดวงตาที่เป็นภัยของพระเสาร์ มองไปที่ใดก็เกิดความวินาศ พระเสาร์จึงไม่เป็นที่รัก และเป็นตัวแทนของโทษทุกข์นับแต่นั้นเป็นต้นมา
พระเสาร์ในทางคติไทย
  • ในทางคติไทย “พระเสาร์” ถูกสร้างขึ้นมาจากพระศิวะทรงนำพยัคฆ์ (เสือ) ๑๐ ตัว บดป่นเป็นผง ห่อผ้าสีดำ ประพรมด้วยน้ำอมฤต แล้วเสกได้เป็นพระเสาร์ เป็นเทพบุรุษมีกายสีดำ มี ๒ กร ทรงศรและตรีเป็นอาวุธ สวมกระบังหน้า ไว้จุกรัดเกล้า มีปิ่นปักผม สวมอาภรณ์สีม่วง ทรงเครื่องประดับด้วยแก้วไพลินและแก้วนิลรัตน์ ทรงพยัคฆ์ (เสือ) เป็นพาหนะ ประจำอยู่ทิศตะวันตกเฉียงใต้ (ทิศหรดี)
  • พระเสาร์ แสดงถึงอักษรวรรค ตะ (ด ต ถ ท ธ น) เรียกว่า นาคนาม (คนเกิดวันเสาร์มักใช้อักษรเหล่านี้เป็นอักษรมงคล)
  • ในไตรภูมิพระร่วง พระเสาร์มีวิมานลอยอยู่รอบเขาพระสุเมรุด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ วิมานมีขนาดใหญ่ ๑๘ โยชน์ มีรัศมีขาวริมเขียวดั่งดอกอัญชัน
  • พระนามอื่นๆ ของพระเสาร์ เช่น พระศนิ, พระอาระ, พระโกณะ, พระโกรทะ, พระนีลวรรณ, พระกรรมผลทาตา, พระทัณฑนายก และ พระฉายาบุตร เป็นต้น
พระเสาร์ในทางคติโรมัน
  • เมื่อเทียบกับความเชื่อทางตะวันตกแล้ว พระเสาร์เทียบได้กับ แซตเทิร์น (Saturn) เป็นเทพในตำนานเทพปกรณัมของโรมัน เทพแซตเทิร์นเป็นเทพแห่งการเกษตรกรรม ที่เทียบเท่ากับเทพโครนอส (Cronos) ในตำนานเทพปกรณัมของกรีก มักถือเคียวไว้ในมือเป็นสัญลักษณ์ของการเก็บเกี่ยวพืชผล
  • “โครนอสหรือแซตเทิร์น” เป็นเทพเจ้ารุ่นที่สอง เป็นบุตรของ เทพอูรานอส (ท้องฟ้า) และ พระนางไกอา (แผ่นดิน)
  • พระนางไกอามีบุตรกับเทพอูรานอส เป็นเหล่ายักษ์ไททัน ยักษ์ตาเดียว (ไซคลอปส์) และ อสูรน่าเกลียดน่ากลัวต่างๆ อูรานอสผู้เป็นบิดาภาคภูมิใจเฉพาะกับเหล่าไททันที่แข็งแกร่ง ส่วนบุตรอื่นๆ พระองค์ได้จองจำไว้ในคุกใต้พิภพ (Tartarus) ด้วยเกรงว่าลูกๆ จะมาทำลายล้างตน สร้างความโกรธแค้นให้กับพระนางไกอาเป็นอย่างมาก
  • “โครนอส” เป็นโอรสคนสุดท้องของอูรานอสที่หลบหนีจากคุก (หรือขุมนรกทาทารัส) ออกมาได้ และกล้าก่อกบฎต่อบิดาจากการยุยงส่งเสริมของพระนางไกอาผู้เป็นมารดา เนื่องจากนางโกรธแค้นที่อูรานอสกักขังบุตรยักษ์และอสูรของนางไว้
  • พระนางไกอาได้มอบอาวุธวิเศษ คือ “เคียว อดาแมนต์” (Adamant สร้างขึ้นจาก Adamantine) ซึ่งเป็นศาสตราที่แข็งแกร่งที่สุดให้โครนอส โครนอสได้ใช้เคียวสังหารอูรานอสผู้เป็นบิดาและขึ้นปกครองสวรรค์แทน แต่แล้วโครนอสก็มิได้ปลดปล่อยพี่ๆ ของเขาออกจากการกักขัง เทพีไกอาจึงสาปแช่งโครนอส ให้ถูกสังหารโดยบุตรของตนเอง
  • หลังจากโดนมารดาสาปแช่ง โครนอสก็เกิดความวิตกขึ้นมา เมื่อพระชายารีอา (Rhea) ภรรยาของโครนอส ตั้งครรภ์และคลอดบุตรธิดาออกมา ก็ถูกจับโครนอสจับกลืนลงท้องไปหมด ได้แก่ เฮสเทีย (Hestia) เฮดีส (Hades) ดีมิเตอร์ (Demeter) โพไซดอน (Poseidon) และ เฮรา (Hera) มีเพียง ซูส (Zeus) องค์เดียวที่หนีออกมาได้ และ โครนอสก็ถูกซูส (Zeus) บุตรของตนสังหารเช่นเดียวกับที่เขาเคยทำไว้กับอูรานอสผู้เป็นบิดา และซูส (หรือ จูปิเตอร์เทพประจำดาวพฤหัสบดี) ก็ขึ้นปกครองสวรรค์แทนโครนอสในยุคต่อมา
ดาวเสาร์ในทางโหราศาสตร์
  • พระเสาร์เป็นเทวดานพเคราะห์ประเภทบาปเคราะห์ และเป็นบาปเคราะห์ที่ให้ผลรุนแรงที่สุดในบรรดานพเคราะห์ นั่นคือ ผู้ใดเกิดวันเสาร์หรือมีพระเสาร์สถิตร่วมกับลัคนา มักมีกิริยาดุดัน แข็งแรง มีทิฐิมานะ กล้าได้กล้าเสีย รักสันโดษ ใจนักเลง โกรธง่าย บุคลิกเคร่งขรึม แต่อดทน
  • ตามนิทานชาติเวร พระเสาร์เป็นมิตรกับพระราหูและเป็นศัตรูกับพระศุกร์
    • “พระเสาร์เป็นมิตรกับพระราหู” เรื่องมีอยู่ว่า ในอดีตชาติที่พระเสาร์เกิดเป็นพ่อค้า พระราหูเกิดเป็นคฤหบดี พระจันทร์เกิดเป็นคนจนผู้ยากไร้ และ พระพุธเกิดเป็นสุนัขในบ้านคฤหบดี ในตอนนั้นคนจน (พระจันทร์) ได้ไปยืมเงินของคฤหบดี (พระราหู) แต่ไม่มีเงินใช้หนี้จึงต้องหนีไป วันหนึ่งพ่อค้า (พระเสาร์) ผู้เป็นเพื่อนของคฤหบดี (พระราหู) ได้มาพบคนจน (พระจันทร์) เข้า จึงนำเรื่องไปแจ้งกับคฤหบดี (พระราหู) สุนัข (พระพุธ) ที่เฝ้าบ้านได้ฟังแล้วเกิดสงสารคนจน (พระจันทร์) จึงเข้าขบกัดคฤหบดี (พระราหู) จนไม่สามารถไปตามจับคนจนได้ ตั้งแต่นั้น พระเสาร์จึงเป็นมิตรกับพระราหู ส่วนพระราหูเป็นศัตรูกับพระพุธ และพระพุธเป็นมิตรกับพระจันทร์
    • ส่วนเรื่องพระเสาร์เป็นศัตรูกับพระศุกร์นั้น ครั้งหนึ่งในอดีตชาติที่พระเสาร์เกิดเป็นงู พระอังคารเกิดเป็นกบ พระศุกร์เกิดเป็นรุกขเทวดา งูได้ไล่จับกบกินเป็นอาหาร กบได้หนีมาหลบใต้ต้นไม้ รุกขเทวดารู้สึกสงสารกบ จึงสำแดงฤทธิ์ไล่งูไป ตั้งแต่นั้น พระเสาร์จึงเป็นศัตรูกับพระศุกร์ ส่วนพระอังคารเป็นมิตรกับพระศุกร์
    • จากตำนานนี้ผู้ใดที่เกิดวันเสาร์แล้วพระราหูโคจรเข้าสู่ดวงชะตา จะมีมิตรสหายเกื้อหนุน ได้ลาภยศทรัพย์สินเงินทอง ได้ยศศักดิ์และชื่อเสียง หากพระศุกร์โคจรเข้าสู่ดวงชะตา จะถูกข่มเหงใส่ร้าย
  • ในโหราศาสตร์ไทย พระเสาร์ถูกแทนด้วยสัญลักษณ์ ๗ (เลขเจ็ดไทย) และด้วยเหตุที่สร้างขึ้นมาจากพยัคฆ์ 10 ตัวนี้เอง จึงทำให้มีกำลังพระเคราะห์เป็น 10
  • สำหรับพระประจำวันเกิดของผู้ที่เกิดวันเสาร์ก็คือ พระพุทธรูปปางนาคปรก เป็นพระพุทธรูปอยู่ในพระอิริยาบถประทับ (นั่ง) ขัดสมาธิ หงายพระหัตถ์ทั้งสองวางซ้อนกันบนพระเพลา (ตัก) พระหัตถ์ขวาซ้อนทับพระหัตถ์ซ้ายเหมือนปางสมาธิ แต่มีพญานาคขดร่างเป็นวงกลมเป็นพุทธบัลลังก์และแผ่พังพานปกคลุมอยู่เหนือพระเศียร
การพยากรณ์สำหรับคนที่มีดาวเสาร์ส่งผลถึงลัคนา

ตามที่ได้ทำความรู้จักกับดาวเสาร์กันแล้วว่าเสาร์มีวงแหวนล้อมรอบ มีดาวบริวารมากมาย เป็นดาวบาปเคราะห์ที่ให้โทษรุนแรง มีหน้าที่มอบผลกรรมให้กับผู้คนที่ยังมีชีวิตอยู่บนโลก และไม่ไว้ใจใครหน้าไหนทั้งนั้น ในตอนนี้เราก็จะมาดูการพยากรณ์บุคคลที่ดาวเสาร์ส่งผลถึง ว่าจะได้รับผลจากดาวเสาร์อย่างไรบ้าง

  • ในทางกายภาพ บุคคลที่มีดาวเสาร์ส่งผลถึงจะมีร่างกายใหญ่โต แข็งแรง โครงร่างใหญ่ มองเห็นโครงร่างชัด ถ้าเราดูใบหน้าจะมีส่วนเด่นที่สุดคือ โหนกหน้าผาก สันคิ้ว หน้ากระดูก มีสีหน้าดุ ขรึม ดูน่ากลัว
  • ดาวเสาร์ที่ส่งผลถึงลัคนาหมายถึงสุขภาพหรือโรคประจำตัว คือ มักจะมีปัญหาเรื่องกระดูก เอ็น ข้อต่อ มีปัญหาเรื่องเม็ดเลือด อายุขัยของบุคคลที่เป็นดาวเสาร์ประมาณ 80 ปี หากมีดาวคู่มิตรคู่ธาตุคู่สมพลส่งเสริมก็จะยืนยาวมากขึ้น และในทางกลับกัน หากมีดาวคู่ศัตรูก็จะเป็นตัวตัดทอนให้สั้นลง
  • ในทางบุคลิกภาพ บุคคลที่มีดาวเสาร์ส่งผลถึงจะมีบุคลิกเคร่งขรึม เคร่งเครียด เป็นคนใจกล้า ใจถึง ไม่เกรงกลัวต่อสิ่งใด ชอบเสี่ยงไม่กลัวเป็นกลัวตาย มีโครงกระดูกที่ใหญ่และเด่นชัด ทำให้เป็นคนที่มีโครงหน้าหล่อสวย มีหุ่นดีแบบสูงสง่าเป็นนางแบบนายแบบได้ อยู่กับผู้ใหญ่-ผู้ใหญ่ก็ยังเกรงใจ อยู่กับผู้น้อยก็ต้องเกรงกลัว เพราะดาวเสาร์เป็นคนปากว่ามือถึง เป็นคนพูดจาสุภาพ แต่พูดตรงไม่มีอ้อมค้อม พูดแข็งไม่มีหางเสียงหรือดัดจริต หากเป็นหญิงจะมีบุคลิกห้าวคล้ายชาย หากเป็นชายจะดูเคร่งขรึมน่ากลัว มักปกป้องพวกพ้องของตนที่อ่อนแอกว่า ในเรื่องการกินอยู่ จะเป็นคนกินยาก เลือกกิน ชอบกินอาหารรสอ่อน
  • ในทางอุปนิสัย บุคคลที่มีดาวเสาร์ส่งผลถึงจะมีความคิดอยากให้ครอบครัวเป็นสุข อยากอยู่อย่างสงบ เป็นคนเครดิตดี เพราะรักษาคำพูด รักปากใครแล้วก็จะยึดถือในคำมั่นสัญญา คนที่อยู่แวดล้อม รอบๆ ตัว หรือรอบๆ บ้านที่พักอาศัย มักยกให้เป็นลูกพี่ใหญ่ เพราะมีลักษณะผู้นำ เชื่อมั่นในตนเอง ยึดเอาความคิดตนเองเป็นใหญ่ ง้อใครไม่เป็น คิดว่าตนเองเก่งกว่าบุพการีซึ่งเป็นคนรุ่นเก่า
  • บุคคลที่มีดาวเสาร์ส่งผลถึงจะเป็นคนแข็งๆ จึงมักไม่มีความโรแมนติก อ่อนเรื่องการแสดงออกแบบรักๆ ใคร่ๆ สมัยโบราณเรียกว่า “เข้าพระเข้านางไม่เก่ง” จีบสาวไม่เป็น ชอบใครก็หักหาญเอาตามใจ แล้วค่อยมาเคลียร์กันภายหลัง (สไตล์หนังไทย คือฉุดสาวมาก่อน พออยู่กันไปนานๆ ก็จะรักกันไปเอง แต่ในสมัยนี้ดาวเสาร์คงทำตามใจไม่ได้แล้ว) อย่างไรก็ดี ดาวเสาร์เมื่อมีครอบครัวแล้ว เป็นคนรักครอบครัว ปกป้อง และรับผิดชอบคนในปกครองได้ดี
  • บุคคลที่มีดาวเสาร์ส่งผลถึงจะเป็นคนรักเพื่อน มีเพื่อนมากมาย ยอมทุกอย่างเพื่อให้เพื่อนมารัก แต่เอาเข้าจริงๆ หาเพื่อนที่จริงใจไม่ค่อยได้ มักมาหาผลประโยชน์แล้วก็ไป ผลที่ตามมาคือ ดาวเสาร์กลายเป็นคนคิดรอบคอบ มีความระแวดระวังดี คนไหนเสาร์แรงๆ จะเป็นคนขี้ระแวง ไม่ไว้ใจใครทั้งนั้น ยิ่งถ้าไม่ใช่เพื่อนเสาร์จะเอาเปรียบทุกคนทุกทาง
  • คนที่มีดาวเสาร์ส่งผลถึง มักชอบฝึกฝนตนเองให้มีความอึด อดทน ฝึกฝนการต่อสู้ มีความเชี่ยวชาญในการใช้อาวุธ และชอบสะสมอาวุธต่างๆ
  • ในทางการงานอาชีพ คนที่มีดาวเสาร์ส่งผลถึงจะเหมาะกับการทำงานหนักๆ หรืองานที่ต้องทำเป็นเวลานาน เช่น กรรมกร กสิกรรม ก่อสร้าง โรงงานอุสาหกรรม หรืองานเสี่ยงๆ ที่คนอื่นเขาไม่ทำกัน ส่วนเรื่องบ้านช่องที่อยู่อาศัย มักจะเป็นบ้านที่ปลูกในพื้นที่กว้างๆ โล่งๆ
ดาวเสาร์กับตำแหน่งทำเนียบต่างๆ

มาตรฐานดาว หรือตำแหน่ง ทำเนียบของดาว เป็นเรื่องที่นักพยากรณ์มีความรู้เป็นพื้นฐานอยู่แล้ว ในตอนนี้เราก็จะมาดูเฉพาะเรื่องดาวเสาร์กันค่ะ

  • เกษตร ดาวเสาร์ในราศีมังกรและราศีกุมภ์ได้ทำเนียบเกษตร จะส่งผลให้บุคคลนั้นมีความกล้าหาญ ใจนักเลง ปกป้องผู้ที่อ่อนแอกว่า รักษาสัญญา มีความอดทนอดกลั้น รอบคอบ ได้รับการยอมรับยกให้เป็นพี่ใหญ่ เป็นเจ้าพ่อ เป็นตั่วเฮีย มีเครดิตความน่าเชื่อถือที่เพิ่มพูนขึ้นอย่างช้าๆ แต่มีความมั่นคงไม่โยกคลอน ไม่ถูกถอดถอนหรือโค่นล้มได้โดยง่าย
  • อุจ (มหาอุจ) ดาวเสาร์ในราศีตุลย์ได้ทำเนียบอุจ หรือ มหาอุจ จะส่งผลให้บุคคลนั้นมีความกล้าอย่างบ้าบิ่น ใจถึงไม่กลัวเป็นกลัวตาย ได้เป็นผู้มีอำนาจอิทธิพลสูงส่ง มีผู้คนเกรงกลัว การสูงส่งขึ้นของทำเนียบมหาอุจ จะมีลักษณะโลดโผนหรือโดดเด่นมากกว่าดาวที่ได้ทำเนียบเกษตร
  • ราชาโชค ดาวเสาร์ในราศีพิจิกได้ทำเนียบราชาโชค จะส่งผลให้บุคคลนั้นมีอำนาจอิทธิพลสูงส่ง ผู้คนยำเกรงและเชื่อถือ ได้รับความนิยมยกย่องให้เป็นลูกพี่ใหญ่ มีชื่อเสียงทางสายดาร์กเป็นที่จดจำ การสูงส่งขึ้นของราชาโชคจะมีลักษณะสะดวกสบาย เจ้าชะตาไม่ต้องดิ้นรนขวนขวาย เปรียบเหมือนมีคนจัดใส่พานถวายให้เลย
  • มหาจักร ดาวเสาร์ในราศีพฤษภได้ทำเนียบหาจักร จะส่งผลให้บุคคลนั้นมีอำนาจอิทธิพลสูงส่ง เป็นที่เกรงกลัวของคนทั้งหลาย ฝ่าฟันต่อสู้อย่างหนักกว่าจะได้เป็นลูกพี่ใหญ่ การสูงส่งขึ้นของมหาจักรนั้นจะแตกต่างกับทำเนียบอื่น คือจะต้องต่อสู้ฟาดฟันเพื่อให้มาซึ่งอำนาจอิทธิพล ต่างกับราชาโชคหรือมหาอุจที่ดูจะสะดวกสบายกว่า
  • ประ และ นิจ สองทำเนียบนี้นับเป็นทำเนียบที่เสีย ดาวเสาร์ในราศีกรกฎและสิงห์ได้ทำเนียบประ และ ดาวเสาร์ในราศีเมษได้ทำเนียบนิจ ประแปลว่าเสื่อม นิจแปลว่าน้อยด้อยค่า (บางตำราแปลว่าเลว) นั่นก็คือ เมื่อดาวเสาร์เป็นประเป็นนิจ จะส่งผลเสียในเรื่องอำนาจ แม้จะเหน็ดเหนื่อยเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายก็ยังจะเอาดีทางมีอำนาจอิทธิพลไม่ค่อยได้ อาภัพกว่าผู้อื่น และยังส่งผลให้เป็นคนไม่รอบคอบ ขาดความระแวดระวัง และไม่มีความอดทน ไม่สนใจในเรื่องการรักษาสัญญา ไม่มีเครดิต ไม่ได้รับการยอมรับให้เป็นพี่ใหญ่ใจนักเลง
  •  
  •  
ดาวเสาร์กับภพต่างๆ ในดวงชะตา

เมื่อเรากล่าวถึงอานุภาพของดาวเสาร์ไปแล้ว เราก็ต้องดูด้วยว่าดาวเสาร์ส่งผลกับบุคลในเรื่องใดบ้าง ซึ่งดูได้จาก “ภพ” ที่ดาวเสาร์ไปสถิตในดวงราศีจักร ถ้าดาวตกในภพที่ส่งผลถึงเช่น กุม เล็ง โยค กับลัคนา (บางตำราเรียกว่า เป็น ๑ ๓ ๕ ๗ ๙ ๑๑ กับลัคนา) ดาวก็จะมีอิทธิพลกับเจ้าชะตามาก แต่ถ้าดาวไปตกในช่องเบียน คือ อริ มรณะ วินาศะ ดาวก็จะไม่ค่อยส่งผล แต่ถ้าไปตกในช่องส่ง ดาวก็จะส่งผลเป็นกลางๆ ในตอนนี้เราจะมาดูว่าเมื่อดาวเสาร์สถิตในภพต่างๆ ของราศีจักรจะส่งผลถึงบุคคลอย่างไรบ้าง

  • ภพตนุ (เป็น ๑ กับลัคนา) จะเป็นคนมีร่างกายสูงใหญ่ โครงกระดูกใหญ่แข็งแรง มองเห็นโครงร่างเด่นชัด เป็นคนใจกล้าใจถึง ชอบเสี่ยง ไม่กลัวเป็นกลัวตาย รักษาคำพูด ทิฐิแรง อดทน รอบคอบ ขี้ระแวง มักเคร่งเครียด รักครอบครัว หวานไม่เป็น มักปกป้องคนในปกครองที่อ่อนแอกว่า มักถูกยกให้เป็นพี่ใหญ่ มีใจนักเลง หากเป็นหญิงจะออกห้าว หากเป็นชายจะแข็งแกร่งดุดัน
  • ภพกดุมภะ (เป็น ๒ กับลัคนา) มักจะเครียดเรื่องเงินๆ ทองๆ เป็นคนที่เดือดร้อนเรื่องเงินอยู่เสมอ หาเงินหาทองยากลำบาก ต้องเหนื่อยเสียก่อนจึงจะได้เงินมา มักเป็นคนอมทุกข์ ไม่ค่อยสดใส
  • ภพสหัสชะ (เป็น ๓ กับลัคนา) มักเข้ากับคนยาก ไม่ค่อยถูกกับคนรอบข้าง มีเพื่อนไม่ดี ถูกพี่น้องหรือเพื่อนๆ แกล้ง เพื่อนหักหลัง เพื่อนโกง เพื่อนนำความทุกข์มาให้
  • ภพพันธุ (เป็น ๔ กับลัคนา) โดยปกติไม่ค่อยลำบาก แต่มักดิ้นรนหาความลำบากมาใส่ตัว
  • ภพปุตตะ (เป็น ๕ กับลัคนา) มักทุกข์เพราะเรื่องลูกหลาน เครียดเรื่องลูกน้องบริวาร มีบริวารไม่ดีมักนำความเดือดร้อนมาให้ หรือ ยิ่งแก่ยิ่งลำบาก
  • ภพอริ (เป็น ๖ กับลัคนา) เป็นคนสบายๆ ไม่ทุกข์ร้อน ทำอะไรก็สำเร็จได้ง่ายดายกว่าผู้อื่น
  • ภพปัตนิ (เป็น ๗ กับลัคนา) เหนื่อยเพราะคู่ครอง คู่ครองมักทำให้เกิดความทุกข์ เครียดเรื่องความรัก ระแวงคนรักคนสนิท ไม่ไว้ใจกัน
  • ภพมรณะ (เป็น ๘ กับลัคนา) มักมีโรคประจำตัวเกี่ยวกับกระดูกและเลือด เป็นคนที่ไม่ต้องลำบาก ถ้ามีความทุกข์หรือความเหน็ดเหนื่อยก็จะค่อยๆ ลดลง อยู่ไปๆ ก็สบายขึ้นเรื่อยๆ
  • ภพศุภะ (เป็น ๙ กับลัคนา) จิตใจกล้าหาญ เอาแต่ใจตน ใครห้ามไม่ฟัง ไม่เชื่อใจใครเลย เป็นคนขี้ระแวง
  • ภพกัมมะ (เป็น ๑๐ กับลัคนา) ต้องทำงานเสี่ยง ทำในเรื่องเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายที่คนอื่นเขาไม่ทำกัน ทำงานยาก ทำงานที่ต้องเหน็ดเหนื่อยลำบาก
  • ภพลาภะ (เป็น ๑๑ กับลัคนา) ไม่เคยได้ลาภลอย ไม่เคยสำเร็จอะไรง่ายๆ จะทำสิ่งใดก็ต้องแลกมาด้วยแรงกายอันเหน็ดเหนื่อย
  • ภพวินาศะ (เป็น ๑๒ กับลัคนา) ไม่ต้องเหน็ดเหนื่อย ชีวิตสบาย ไม่ทุกข์ ไม่เครียด
ความรู้เรื่องดาวเสาร์ ดาวคู่มิตร คู่ธาตุ คู่สมพล คู่ศัตรู

ในตอนนี้เราก็จะกล่าวถึงดาวเสาร์เมื่อกระทบหรือส่งกระแสสัมพันธ์ถึงดาวอื่นๆ ว่าจะส่งผลดีร้ายอย่างไร ดาวที่กระทบกัน ถ้าถูกชะตากันก็จะส่งผลดี ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน หรือ ส่งผลให้เกิดผลประโยชน์ดีๆ ขึ้นมา และในทางกลับกัน เมื่อไปเจอคู่ศัตรูก็จะส่งผลในทางลบนั่นเอง

  • คู่แรกที่จะกล่าวถึงคือดาวคู่มิตร “ราหูกับเสาร์เป็นมิตรแก่กัน” ดาวคู่มิตร เสาร์-ราหู ส่งผลดีเป็นความยิ่งใหญ่อลังการ เพราะเสาร์นั้นรอบคอบใจถึง ส่วนราหูล๊อบบี้คนเก่ง ใครๆ ก็หลงเชื่อ แถมยังมีไหวพริบปฏิภาณดี แก้ไขปัญหาได้สารพัด จึงรวมกันเป็นคู่ยิ่งใหญ่ ทำการใหญ่ให้สำเร็จได้
  • คู่ที่สองคือดาวคู่ธาตุ เสาร์เป็นดาวธาตุไฟจึงเป็นคู่ธาตุไฟกับดาวอาทิตย์ ต่างกันที่ดาวอาทิตย์เป็นไฟจากแหล่งพลังงานธรรมชาติคือดวงอาทิตย์ แต่ดาวเสาร์เป็นไฟสุมขอนร้อนระอุทำให้ทุกสิ่งแม้แต่โลหะก็ยังหลอมละลายได้ ดาวคู่ธาตุไฟ “เสาร์-อาทิตย์” ส่งผลเป็นความรุนแรง โทสะร้าย เอาแต่ใจตนเอง ในด้านดีหมายถึง การกระทำสิ่งใดด้วยความจริงจัง วิทยาการขั้นสูง การเป็นผู้นำ เป็นหัวหน้าหรือผู้บริหารระดับสูง
  • คู่ที่สามคือคู่สมพล (กำลังดาวรวมกันได้ 27) “ดาวเสาร์เป็นคู่สมพลกับดาวพุธ” ส่งผลดีในเรื่องการพูดจา มีวาทะศิลป์ สามารถโน้มน้าวจิตใจคนให้โอนอ่อนยอมตามได้ ใช้คำพูดบังคับคนโดยไม่ต้องใช้กำลัง เจรจาเรื่องผลประโยชน์เก่ง เข้าใจสถานการณ์ได้ดี เพราะมีทั้งสมอง (จากพุธ) และความรอบคอบ (จากเสาร์) เป็นส่วนผสมที่พอเหมาะพอดีระหว่าง “ความใจถึง” กับ “ความคุ้มค่า”
  • คู่ที่สี่คือดาวคู่ศัตรู ตามตำรากล่าวไว้ว่า “ศุกร์เสาร์เป็นเสี้ยนศัตรู” ดาวคู่ศัตรู ศุกร์-เสาร์ ส่งผลเสียคือ เกิดปัญหาเรื่องเงินเรื่องทอง มักจะต้องเครียดเรื่องเงิน อกหักบ่อย มักจะมีเหตุทำให้เกิดความพลัดพรากจากไกล มีเรื่องเศร้าโศกไม่สบายใจ จึงเป็นที่มาของคำกล่าวที่ว่า “พระศุกร์เข้า พระเสาร์แทรก” นั่นเอง
  • นอกจากคู่ศัตรูที่เป็นดาวศุกร์แล้ว เสาร์ก็ยังมีคู่ศัตรูอื่นๆ อีก เพราะเสาร์มีเพื่อนน้อย แต่มีศัตรูมาก เปรียบเหมือนคนอมทุกข์ไม่ค่อยมีใครอยากคบด้วย ศัตรูของเสาร์ดวงอื่นๆ คือ ดาวพฤหัส อังคาร และจันทร์
    • ดาวพฤหัสบดี คู่ “พฤหัส-เสาร์” เป็นคู่เหนื่อยยาก ต้องลำบากทั้งกายใจ พบกันเมื่อใดก่อให้เกิดความยากลำบากแสนสาหัส ต้องใช้ทั้งความรู้และความอดทน เพื่อที่จะผ่านความลำบากไปให้ได้
    • ดาวอังคาร คู่ “อังคาร-เสาร์” เป็นคู่อุบัติเหตุ พบกันเมื่อใดมักก่อให้เกิดเหตุหวาดเสียว เรื่องร้ายแรง ต้องเสียเลือดเสียเนื้อ หรือถึงกับสูญเสียอวัยวะ
    • ดาวจันทร์ คู่ “จันทร์-เสาร์” เป็นคู่บังคับ พบกันเมื่อใดมักเกิดเป็นความคับข้องใจ ไม่มีอิสระ ถูกกดทับให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้ หากว่าเราไม่ได้ถูกบังคับ ก็เป็นเรื่องที่เราต้องไปกดดันบังคับผู้อื่น
ดาวที่สถิตในเรือนเกษตรของดาวเสาร์

นอกเหนือจากการพยากรณ์ดาวเสาร์สถิตในภพต่างๆ ของดวงจักรราศี ส่งผลแตกต่างกันไปตามเรื่องหรือภพนั้นๆ แล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่นักพยากรณ์ควรสังเกตุ คือ การที่มีดาวในดวงกำเนิดไปสถิตในเรือนเกษตรของดาวเสาร์ ก็ส่งผลให้ดาวเสาร์ได้อีกทางหนึ่งด้วย ยกตัวอย่างเช่น

  • ดาวพฤหัสคู่ศัตรู อยู่ในเรือนเกษตรของดาวเสาร์ คือมีดาวพฤหัสในราศีมังกร หรือ ราศีกุมภ์ ส่งผลให้เจ้าชะตาประสบกับเรื่องยากอยู่เสมอ เป็นคนฉลาดแกมโกง รู้มากเอาเปรียบคนทั้งหลาย เจอเรื่องง่ายๆ ก็มักไม่สนใจ มีความมุ่งมั่นพยายาม เอาตัวรอดเก่ง ไม่ค่อยไว้วางใจใคร  
  • ดาวราหูคู่มิตร อยู่ในเรือนเกษตรของดาวเสาร์ คือมีดาวราหูในราศีมังกร หรือ ราศีกุมภ์ ส่งผลให้เจ้าชะตาเป็นคนมีอำนาจวาสนา ประสบความสำเร็จในชีวิต ทำแต่เรื่องใหญ่ๆ เรื่องเล็กน้อยไม่สนใจ เป็นคนดุดัน กล้าเสี่ยง ใจคอห้าวหาญไม่กลัวตาย ไม่เกรงกลัวใครทั้งนั้น
  • ดาวเกตุ หรือดาวบุญ อยู่ในเรือนเกษตรของดาวเสาร์ คือมีดาวเกตุในราศีมังกร หรือ ราศีกุมภ์ ดาวเกตุเป็นเหมือนสารเร่งปฏิริยา ซึ่งจะส่งผลดีกับดาวประเภทศุภเคราะห์ให้ยิ่งดีขึ้นไปอีก แต่กับดาวเสาร์ที่เป็นบาปเคราะห์ ยิ่งเร่งให้ความเป็นเสาร์เกินไปมาก กลายเป็นคนดื้อรั้น เอาแต่ใจ มุทะลุ ดุดัน ไม่กลัวความตาย ตายแทนเพื่อน ตายแทนคนอื่นได้ เกือบตายหลายหนแต่ก็ไม่ตาย เพราะมีดาวเกตุช่วยไว้
  • ดาวมฤตยู หรือดาวกรรม อยู่ในเรือนเกษตรของดาวเสาร์ คือมีดาวมฤตยูในราศีมังกร หรือ ราศีกุมภ์ ดาวมฤตยูสถิตราศีใดจะคอยทำลายอานุภาพของดาวที่ร่วมราศีและส่งผลถึงดาวเจ้าเรือนเกษตรอีกด้วย สำหรับดาวเสาร์กลับเป็นเรื่องดีเพราะมฤตยูทำลายความทุกข์และเหนื่อยยากให้อาเพศไป ทำให้บุคคลนั้นไม่เหนื่อย ไม่ต้องดิ้นรน อยู่เฉยๆ ทำตามเขาไป ทำตามเหตุการณ์ไปแล้วจึงดี ถ้ายิ่งดิ้นรนก็จะยิ่งเดือดร้อน
ดาวเสาร์กับพรรคพวก

ดาวเสาร์เมื่ออยู่ลำพังมีฤทธิ์เดชในเรื่องความกล้า ใจนักเลง อดทน รอบคอบ มีอำนาจ แต่เมื่อดาวเสาร์ได้พรรคพวกที่เข้ากันได้มาระดมกำลังกันเกิดเป็นกลุ่มดาวที่ส่งผลเป็นความยิ่งใหญ่มีกำลังกล้าแข็ง ในตอนนี้จะกล่าวถึงกลุ่มดาวที่รวมตัวกันเป็นเกณฑ์เป็นก๊กเหล่า ว่าจะส่งผลอย่างไรบ้าง

  • ก๊กศักดินา ๑๕๗ หรือ นรเกณฑ์ประกอบด้วย ดาวเสาร์ ดาวพฤหัส และดาวเสาร์ เมื่อ ๑๕๗ ร่วมราศี หรือ โยคถึงกัน และส่งผลถึงลัคนา จะทำให้อุดมไปด้วยเกียรติยศ ศักดิ์ศรี มีความเจริญก้าวหน้าในราชการ หรือ มีขั้นชั้นยศสูงส่ง ยิ่งได้เกณฑ์นระ ยิ่งสูงส่งหาคนเทียบได้ยาก [นระเอกะ – คือเป็นคนลัคนาราศีนระ (มิถุน กันย์ ตุลย์ ธนู กุมภ์) และมี ๑๕๗ เป็น ๑ กับลัคนา]
  • ก๊กศักดินาฝ่ายมืด ๘๕๗ หรือนรเกณฑ์ฝ่ายมืด ประกอบด้วย ดาวราหู ดาวพฤหัส และดาวเสาร์ เมื่อเราเทียบกับก๊กศักดินา ๑๕๗ จะเห็นว่าฝ่ายมืดนี้มี “ดาวราหูแทนดาวอาทิตย์” คือความมืดมัวเมา แทนแสงสว่าง เมื่อ ๘๕๗ โยคถึงกัน และส่งผลถึงลัคนา จะทำให้อุดมไปด้วยอำนาจ เป็นผู้มีอิทธิพล เป็นมาเฟีย เจ้าพ่อ ทำในเรื่องสีเทา เรื่องผิดระเบียบกฎเกณฑ์ มีทรัพย์มาก แต่ไม่มีเกียรติยศศักดิ์ศรี
  • ก๊กโจร ๓๖๗๘ ประกอบด้วย ดาวอังคาร ศุกร์ เสาร์ และดาวราหู เมื่อ ๓๖๗๘ ร่วมราศี หรือ โยคถึงกัน และส่งผลถึงลัคนา จะทำให้เจ้าชะตาชอบเรื่องเสี่ยงๆ การปล้น การโกง การฉกฉวยโอกาส เรื่องสีเทาๆ เรื่องไม่เปิดเผย เรื่องผิดทำนองคลองธรรมผิดระเบียบแบบแผน เรื่องที่ทำกันแบบลับๆ แล้วส่งผลปัง-ดังในชั่วข้ามคืน หรือกิจกรรมที่ทำไปเพื่อเน้นความสะใจเป็นผลตอบแทน

ด้วยสำนึกในพระคุณครู

กราบแทบบาทครูบาอาจารย์เจ้า ผู้คอยเฝ้าสอนสั่งศิษย์ทั้งหลายฯ

ทีมงานตาณฑวะ