ดาวจันทร์

เหตุผลที่นักพยากรณ์ต้องรู้เรื่องดาว

สวัสดีค่ะ พบกับทีมงานตาณฑวะ ในรายการ “คุยเรื่องดาว เล่าเรื่องดวง” วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับดาวจันทร์กันค่ะ รายละเอียดต่างๆ ของดวงดาวจะทำให้นักพยากรณ์มีความเข้าใจมิติต่างๆของดวงดาว เช่น บุคลิก, ลักษณะ, ความคิดอ่าน, ความเห็น, ความต้องการ, เรื่อยไปจนถึงอารมณ์ และประสาทสัมผัสของดวงดาว เป็นต้น ยิ่งเรามีความเข้าใจในดวงดาวมาก การพยากรณ์ตามดวงดาวก็จะถูกต้องแม่นยำมากตามไปด้วย ครูบาอาจารย์ที่สอนวิชาโหราศาสตร์มักจะให้ลูกศิษย์คัดลายมือเรื่องดวงดาวเป็นการบ้านเพื่อให้สามารถจดจำและนำไปใช้ได้อย่างถูกต้อง

ดาวจันทร์เป็นดาวเคราะห์ที่เป็นดาวบริวารดวงเดียวของโลก อยู่ใกล้และส่งผลถึงโลกมากที่สุด ในทางโหราศาสตร์จัดเป็นหนึ่งในดาวนพเคราะห์ ที่มีความสำคัญเพราะเป็นดาวที่แทนครอบครัว สามี ภรรยา ซึ่งถือเป็นแก่นสารของชีวิต หลายตำราเขียนไว้ว่า ถ้าดวงชะตาใดมีจันทร์ดีจะมีชีวิตครอบครัวอบอุ่นมั่นคง ดาวจันทร์เป็นดาวธาตุดินอ่อน หรือดินเหลว เป็นเหมือนมารดาที่ให้กำเนิดชีวิต เทพประจำดาวจันทร์หรือจันทราเทพเป็นเทพที่มีผิวกายสีขาว รูปงาม นอกจากนี้พระจันทร์ยังเป็นเครื่องประดับเกศาของพระศิวะ แสงของพระจันทร์จะส่องสว่างมายังโลกในยามค่ำคืน เชื่อกันว่าแสงจันทร์เป็นตัวบ่มสมุนไพรต่างๆ ที่ใช้รักษาโรคให้กับมนุษย์อีกด้วย

Let's join our channel
ดาวจันทร์ในทางวิทยาศาสตร์
  • ดาวจันทร์เป็นดาวบริวารดวงเดียวของโลก มีระยะห่างเฉลี่ยจากโลกประมาณ 384,403 กิโลเมตร (center to center) มีลักษณะเป็นทรงกลม มีขนาดประมาณ ¼ เท่าของโลก คือมีเส้นผ่าศูนย์กลางเท่ากับ 3,476.28 กิโลเมตร ทำให้พื้นผิวของดวงจันทร์น้อยกว่า 1/10 ของโลก มวลรวมของดวงจันทร์คิดเป็นประมาณ 2% ของมวลของโลก และมีแรงโน้มถ่วงเป็น 17% ของโลก
  • คาดว่าดวงจันทร์มีอายุประมาณ 51 พันล้านปี หลังจากที่โลกเกิดได้ไม่นาน มีคำอธิบายว่าดวงจันทร์ก่อกำเนิดจากเศษที่เหลือจากการชนขนาดยักษ์ระหว่างโลกกับเทห์ขนาดประมาณดาวอังคารชื่อ ธีอา (Theia)
  • ดวงจันทร์หมุนรอบโลกแบบประสานเวลา (บางตำราเรียกว่า สมวาร หรือ synchronous rotation) คือคาบการหมุนรอบตัวเองกับคาบการโคจรรอบโลกมีค่าเท่ากัน เป็นผลให้ดวงจันทร์หันด้านเดียวเข้าหาโลกเสมอ ทำให้เรามองเห็นดวงจันทร์เป็นภาพเดิม ดวงจันทร์โคจรรอบโลกในเวลาประมาณ 3 วัน ทางดาราคติ หรือ 29.5 วันตามจันทรคติ มีความเร็วเฉลี่ย 1.022 กิโลเมตร/วินาที
  • ข้างขึ้นข้างแรม (The Moon’s Phases) หมายถึง ปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เรามองเห็นดวงจันทร์เปลี่ยนแปลงเป็นเสี้ยว บางคืนก็เสี้ยวเล็ก บางคืนก็เสี้ยวใหญ่ บางคืนสว่างเต็มดวง บางคืนก็มืดหมดทั้งดวง การที่เรามองเห็นการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้เป็นเพราะ ดวงจันทร์มีรูปร่างเป็นทรงกลม ไม่มีแสงในตัวเอง แต่ได้รับแสงจากดวงอาทิตย์ ด้านมืดของดวงจันทร์เกิดจากส่วนโค้งของดวงจันทร์บังแสง ทำให้เกิดเงามืดทางด้านตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ เมื่อมองดูดวงจันทร์จากพื้นโลก เราจึงมองเห็นเสี้ยวของดวงจันทร์มีขนาดเปลี่ยนไปเป็นวงรอบ ใช้เวลา 29.5 วัน
  • ดวงจันทร์มีผลต่อการเกิดน้ำขึ้น-น้ำลงบนโลก ซึ่งเป็นไปตามกฎแรงดึงดูดระหว่างมวลของนิวตัน เนื่องจากดวงจันทร์อยู่ใกล้โลกมากที่สุด นอกจากจะส่งผลถึงน้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติแล้วยังส่งผลต่อแก๊สและของไหลอื่นๆ เชื่อกันว่าดวงจันทร์มีผลต่อเลือดและของเหลวในสมองของมนุษย์อีกด้วย
พระจันทร์ในทางคติฮินดู
  • พระจันทร์ มีนามว่า พระโสม เป็นบุตรของมหาฤๅษีอัตริ (หนึ่งในสัปตะมหาฤษี 7 องค์) และพระแม่อนสูยา (บางตำนานก็เล่าว่า พระจันทร์กำเนิดมาจากการกวนเกษียรสมุทร) พระจันทร์เป็นใหญ่ในเวลากลางคืน มีอำนาจควบคุมน้ำขึ้นน้ำลงและความหนาวเย็น อภิบาลน้ำโสม (เหล้าหมักชนิดหนึ่ง) และเหล่าคนธรรพ์ (ชาวสวรรค์ที่ชำนาญด้านดนตรีและการขับร้อง) เป็นผู้ปกครองหมู่ดาวนักษัตรทั้งหลาย
  • พระจันทร์สมรสกับเทวีนักษัตร ๒๗ องค์ ธิดาของพระทักษะประชาบดี แต่พระจันทร์สนใจแต่เฉพาะนางโรหิณี ภรรยาคนที่ ๔ องค์เดียว ธิดาของพระทักษะอีก ๒๖ องค์น้อยพระทัยไปฟ้องพระบิดา พระทักษะจึงกริ้วและสาปให้พระจันทร์ไม่ให้มีโอรสธิดา ทั้งยังให้ป่วยเป็นวัณโรค ซึ่งคำสาปนี้รุนแรงมาก ทำให้พระชายาทั้ง ๒๗ องค์เสียพระทัย เข้าไปขอร้องพระทักษะให้ถอนคำสาป แต่พระทักษะไม่อาจถอนคำสาปได้ พระจันทร์ได้กลับไปหาฤๅษีอัตริผู้เป็นบิดา ฤๅษีอัตริจึงแนะนำให้บูชาพระศิวะ พระจันทร์ได้ไปทำพิธีบูชาพระศิวะ ที่ริมฝั่งทะเลในเมืองเสาราษฏระ แคว้นคุชราต จนพระศิวะพึงพอใจ พระองค์ได้ทรงถอนคำสาปให้ แต่สามารถถอนได้เพียงครึ่งเดียว จึงทำให้พระจันทร์ในแต่ละเดือนมีครึ่งสว่างครึ่งหนึ่ง เรียกว่า ศุกลปักษ์ หรือ ปูรณิมา และมืดอีกครึ่งหนึ่ง เรียกว่า กฤษณปักษ์ หรือ อมาวัสยะ อันเป็นที่มาของข้างขึ้น ข้างแรม และได้สถาปนาศิวลึงค์ ที่พระจันทร์บูชา ให้กลายเป็นเทวสถาน นามว่า โสมนาถชโยติรลึงค์ ผู้ใดที่ไปบูชาจะได้รับพรให้พ้นจากทุกข์โศกโรคภัยทั้งมวล
พระจันทร์ในทางคติไทย
  • พระจันทร์ (เทวนาครี: चन्द्र จนฺทฺร), แปลว่า ส่องแสงสว่าง เป็นเทวดานพเคราะห์องค์หนึ่ง พระจันทร์ถูกสร้างขึ้นมาจากพระศิวะทรงนำนางอัปสร 15 องค์ บดป่นเป็นผง แล้วห่อผ้าสีขาวนวล จากนั้นจึงประพรมด้วยน้ำอมฤต แล้วได้เสกให้เป็นพระจันทร์ โดยพระจันทร์เป็นเทพบุรุษ มีพระวรกายสีขาวนวล มี 2 กร ถือดอกบัวและพระขรรค์เป็นอาวุธ สวมมงกุฎน้ำเต้า สวมอาภรณ์สีขาว ทรงเครื่องประดับด้วยเงินและไข่มุก ทรงอาชาเป็นพาหนะ ประจำอยู่ทิศตะวันออก
  • พระจันทร์ แสดงถึง อักษรวรรคกะ (ก ข ฃ ค ฅ ง) เรียกว่า พยัคฆนาม (คนเกิดวันจันทร์มักใช้อักษรเหล่านี้เป็นอักษรมงคล)
  • พระนามอื่นๆ ของพระจันทร์ เช่น พระโสม, พระศศิ, พระศศิธร, พระรัชนีกร, พระนักษัตรนาถ, พระนิศากร เป็นต้น
พระจันทร์ในทางคติโรมัน
  • เมื่อเทียบกับความเชื่อทางตะวันตกแล้ว พระจันทร์เทียบได้กับ อาร์ทีมิส (Arthimis) หรือไดอานา (Diana) ตามเทพปกรณัมกรีกและโรมัน เป็นเทพีแห่งการล่าสัตว์
  • อาร์ทีมิสเป็นบุตรีของซูส (Zeus) และลีโต (Leto) เป็นฝาแฝดกับอะพอลโล (Apollo) อะพอลโลเป็นเทพผู้ครองดวงอาทิตย์และ อาร์ทิมิสเป็นเทพผู้ครองดวงจันทร์
  • อาร์ทีมิสหรือไดอาน่าคุมรถม้าเงินพระจันทร์ให้แสงสว่างนำทางมวลมนุษย์ในยามกลางคืน ทรงโปรดการล่าสัตว์และครองเพศพรหมจรรย์ เทพอาร์ทีมิสจะมีธนูและลูกศรเป็นอาวุธ เธอเป็นสัญลักษณ์ของอิสรภาพ เป็นผู้พิทักษ์ของเด็กสาวและอุปถัมภ์สตรีในยามคลอดบุตร
ดาวจันทร์ในทางโหราศาสตร์

พระจันทร์ เป็นเทวดานพเคราะห์ประเภทศุภเคราะห์ ให้ผลในทางนุ่มนวลและอ่อนโยน นั่นคือ ผู้ใดเกิดวันจันทร์ หรือมีพระจันทร์สถิตร่วมกับลัคนา มักมีอารมณ์อ่อนโยน เพ้อฝัน เจ้าชู้ มีเสน่ห์ รวนเร (แต่อาจมีเล่ห์เหลี่ยมมาก)

  • ตามนิทานชาติเวร เล่าไว้ว่า พระจันทร์เป็นมิตรกับพระพุธ และเป็นศัตรูกับพระพฤสบดี
    • เรื่องมีอยู่ว่า ในอดีตพระจันทร์เกิดเป็นคนจนผู้ยากไร้ พระเสาร์เกิดเป็นพ่อค้า พระราหูเกิดเป็นคฤหบดี พระพุธเกิดเป็นสุนัขในบ้านคฤหบดี คนจนได้ไปยืมเงินของคฤหบดี แต่ไม่มีเงินใช้หนี้จึงต้องหนีไป วันหนึ่งพ่อค้าผู้เป็นเพื่อนของคฤหบดี ได้มาพบคนจนเข้าจึงนำเรื่องไปแจ้งกับคฤหบดี สุนัขที่เฝ้าบ้านได้ฟังแล้วเกิดสงสารคนจนจึงเข้าขบกัดคฤหบดีจนไม่สามารถไปตามจับคนจนได้ ตั้งแต่นั้น พระจันทร์จึงเป็นมิตรกับพระพุธ ส่วนพระเสาร์จึงเป็นมิตรกับพระราหู และพระราหูเป็นศัตรูกับพระพุธ
    • ส่วนเรื่องพระจันทร์เป็นศัตรูกับพระพฤหัสบดีนั้น ครั้งหนึ่ง พระจันทร์เกิดเป็นบุตรี (ลูกสาว) ของอาจารย์ทิศาปาโมกข์ พระพฤหัสบดีเกิดเป็นอาจารย์ทิศาปาโมกข์ พระอาทิตย์เกิดเป็นมานพหนุ่ม พระอังคารเกิดเป็นวิทยาธร มานพหนุ่มได้มาเล่าเรียนวิชากับอาจารย์ทิศาปาโมกข์ จนสำเร็จวิชา อาจารย์จึงได้ยกบุตรีให้ และให้ใส่นางไว้ในผอบทองเพื่อจะได้ปลอดภัย วันหนึ่งมานพไปหาผลไม้ในป่า วิทยาธรได้ลักลอบมาเป็นชู้กับบุตรีอาจารย์ ซึ่งอาจารย์ได้เข้าฌานและได้เห็นความประพฤติชั่วของบุตรี จึงได้คิดอุบายขึ้นมา วันหนึ่งมานพกลับมาเยี่ยมอาจารย์ อาจารย์ได้หยิบเซี่ยนหมากออกมารับรองไว้สองเซี่ยน มานพเห็นผิดธรรมเนียมจึงไต่ถาม อาจารย์จึงบอกให้รีบกลับไปที่เรือนและเปิดผอบดูเถิด เมื่อมานพหนุ่มกลับมา เปิดผอบพบนางผู้เป็นภรรยาเป็นชู้กับวิทยาธร วิทยาธรเห็นดังนั้นก็ตกใจ หยิบพระขรรค์ฟันศีรษะมานพหนุ่ม ส่วนมานพขว้างจักรเพชรไป ถูกขาวิทยาธรขาด ตั้งแต่นั้นมา พระจันทร์จึงเป็นศัตรูกับพระพฤหัสบดี ส่วนพระพฤหัสบดีเป็นมิตรกับพระอาทิตย์ และพระอาทิตย์เป็นศัตรูกับพระอังคาร
    • จากตำนานนี้ผู้ใดที่เกิดวันจันทร์แล้วพระพุธโคจรเข้าสู่ดวงชะตา จะมีมิตรสหายเกื้อหนุน ได้ลาภยศทรัพย์สินเงินทอง รอดพ้นภัยพาล หากพระพฤหัสบดีโคจรเข้าสู่ดวงชะตา จะเกิดการทะเลาะวิวาทกับผู้ใหญ่หรือผู้ที่มีอำนาจ ซึ่งจะมีเรื่องต้องอับอายขายหน้า
  • ในโหราศาสตร์ไทย พระจันทร์ถูกแทนด้วยสัญลักษณ์ ๒ (เลขสองไทย) และด้วยเหตุที่สร้างขึ้นมาจากนางฟ้า ๑๕ ตัวนี้เอง จึงทำให้มีกำลังพระเคราะห์เป็น ๑๕
  • สำหรับพระประจำวันเกิดของผู้ที่เกิดวันจันทร์ก็คือ ปางห้ามสมุทร
การพยากรณ์สำหรับคนที่มีดาวจันทร์ส่งผลถึงลัคนา

ตามที่ได้ทำความรู้จักกับดาวจันทร์กันแล้วว่าจันทร์เป็นดาวแห่งแสงสว่างในยามค่ำคืน ในตอนนี้เราก็จะมาดูการพยากรณ์บุคคลที่ดาวจันทร์ส่งผลถึง ว่าจะได้รับผลจากดาวจันทร์อย่างไรบ้าง

  • ในทางกายภาพ บุคคลที่มีดาวจันร์ส่งผลถึงจะมีร่างกายอรชร มีส่วนโค้งส่วนเว้า ผิวสวย หน้าตาสวยงาม น่ารักใคร่ ถ้าเราดูใบหน้าจะมีส่วนเด่นที่สุดคือขนตางอน ผิวหน้าเนียนละเอียดสดใส มีใบหน้ารูปไข่ และมีสีหน้าแบ๊วๆ นอกจากมีผิวพรรณดีเป็นจุดเด่นแล้ว ยังมีประสาทไวต่อการสัมผัสทางผิวหนังอีกด้วย ดาวจันทร์ที่ส่งผลถึงลัคนายังหมายถึงสุขภาพหรือ โรคประจำตัว คือ โรคผิวหนังประเภทสิว มีปัญหาเรื่องน้ำเหลืองเสีย และ ดื่มน้ำน้อย อายุขัยของบุคคลที่เป็นดาวจันทร์ประมาณ 80 ปี หากมีดาวคู่มิตรคู่ธาตุคู่สมพลส่งเสริมก็จะยืนยาวมากขึ้น และในทางกลับกัน หากมีดาวคู่ศัตรูมาก็จะเป็นตัวตัดทอนให้สั้นลง
  • ในทางบุคลิกภาพ บุคคลที่มีดาวจันทร์ส่งผลถึงจะมีบุคลิกนิ่มนวล แช่มช้อย นั่นคือ การยืน นั่ง เดิน เรียบร้อย เป็นคนมีมารยาท เมื่อเข้าหาผู้ใหญ่ก็อ่อนน้อม จึงได้รับความรักความเอ็นดูจากผู้ใหญ่ บิดามารดามักหวงแหน เมื่อยามพูดจะพูดด้วยเสียงที่ดัง ฟังชัด พูดได้ทุกเรื่อง หากเป็นชายมักมีกิริยาตุ้งติ้ง ละเอียดอ่อนคล้ายหญิง ในเรื่องการกินอยู่ จะเป็นคนกินง่าย ไม่พิถีพิถัน แต่การกินเรียบร้อยมีมารยาท ชอบอาหารรสอ่อนๆ
  • ในทางอุปนิสัย บุคคลที่มีดาวจันทร์ส่งผลถึงจะเป็นคนรักสวยรักงาม ชอบแต่งตัว นุ่มนวล อ่อนหวาน แต่เป็นคนรักแรง ขี้หึง อิจฉา ริษยา มักมีฝีมือเป็นที่ยอมรับในครอบครัวหรือหมู่ญาติ มีความคิดคล้อยตามคนที่อยู่ใกล้ๆ ตามโบราณว่า วัยเด็กเชื่อพ่อ วัยสาวเชื่อสามี วัยแก่เชื่อลูก คนที่มีดาวจันทร์ส่งผลถึงจะเป็นคนรักครอบครัว เป็นศูนย์รวมของความรักในครอบครัว ครอบครัวใดมีคนที่มีดาวจันทร์ดี จะเป็นครอบครัวที่มั่นคงเป็นแก่นสาร ไม่โค่นล้มหักสะบั้นได้โดยง่าย เรื่องความคิดของคนที่ดาวจันทร์ส่งผลถึง มักคิดถึงเรื่องรูปลักษณ์ เช่น อยากสวย อยากหล่อ อยากดูดี ชอบคนพูดจาดีๆ ถ้ามีคนชมแล้วละก็ ทำสิ่งใดไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย แต่ในทางกลับกัน ทำงานอยู่ดีๆ มีคนมาติ ก็เลิกทำไปเสียอย่างนั้น คนที่จันทร์ส่งผลถึงจะอยากให้คนรัก และอยากเป็นที่รักของทุกคน
  • ในทางการงานอาชีพ บุคคลที่มีดาวจันทร์ส่งผลถึง จะสามารถดูแลงานที่มีรายละเอียดได้ดี ชอบทำงานที่ใช้ฝีมือ เช่น งานทำอาหาร งานดูแลบ้าน งานที่ต้องใส่ใจในรายละเอียด เช่น เลขานุการ และงานที่ต้องใช้ความสัมพันธ์กับผู้คน เพราะดาวจันทร์สร้าง connection เก่ง เข้ากับคนง่าย และสนิทสนมกับคนทุกประเภทได้อย่างรวดเร็ว ส่วนเรื่องบ้านช่องที่อยู่อาศัย มักจะเป็นบ้านชั้นเดียว บ้านสามี บ้านภรรยา
ดาวจันทร์กับตำแหน่งทำเนียบต่างๆ

มาตรฐานดาว หรือตำแหน่ง ทำเนียบของดาว เป็นเรื่องที่นักพยากรณ์มีความรู้เป็นพื้นฐานอยู่แล้ว ในตอนนี้เราก็จะมาดูเฉพาะเรื่องดาวจันทร์กันค่ะ

  • เกษตร ดาวจันทร์ในราศีกรกฎได้ทำเนียบเกษตร จะส่งผลให้บุคคลนั้นมีสามีหรือภรรยา เป็นคนที่มีความมั่นคง ครอบครัวมีฐานะที่เพิ่มพูนขึ้นอย่างช้าๆ แต่มีความมั่นคงไม่โยกคลอน หรือโค่นล้มได้โดยง่าย
  • อุจ (มหาอุจ) ดาวจันทร์ในราศีพฤษภได้ทำเนียบอุจ หรือ มหาอุจ จะส่งผลให้บุคคลนั้นมีสามีภรรยาหรือครอบครัวที่สูงส่ง ความสูงส่งของทำเนียบมหาอุจ จะมีลักษณะโลดโผนหรือโดดเด่น นั่นคือครอบครัวและคู่ครองเป็นที่รู้จักของผู้คนในทางที่ดี
  • ราชาโชค ดาวจันทร์ในราศีกันย์ได้ทำเนียบราชาโชค จะส่งผลให้บุคคลนั้นมีสามีภรรยาหรือครอบครัวที่สุขสบาย ดาวจันทร์ราชาโชคจะทำให้การได้คู่ครองมีลักษณะสะดวกสบาย เจ้าชะตาไม่ต้องดิ้นรนขวนขวาย เปรียบเหมือนมีคนจัดใส่พานถวายให้เลย
  • มหาจักร ดาวจันทร์ในราศีเมษได้ทำเนียบมหาจักร จะส่งผลให้บุคคลนั้นมีสามีภรรยาที่น่ายำเกรงหรือเป็นที่เกรงกลัวของคนในครอบครัว การความน่าเกรงกลัวของมหาจักรนั้นจะต้องต่อสู้ฟาดฟันเพื่อให้ได้มาซึ่งบารมี ต่างกับราชาโชคหรือมหาอุจที่ดูจะสะดวกสบายกว่า
  • ประ และ นิจ สองทำเนียบนี้นับเป็นทำเนียบที่เสีย ดาวจันทร์ในราศีมังกรได้ทำเนียบประ และ ดาวจันทร์ในราศีพิจิกได้ทำเนียบนิจ ประแปลว่าเสื่อม นิจแปลว่าน้อยด้อยค่า (บางตำราแปลว่าเลว) นั่นก็คือ เมื่อดาวจันทร์เป็นประเป็นนิจ จะส่งผลเสียในเรื่องสามีภรรยาหรือครอบครัว จะพึ่งพาอาศัยคู่ครองหรือครอบครัวไม่ค่อยได้ อาภัพกว่าผู้อื่น และยังส่งผลให้สามีภรรยาเป็นคนไม่ชอบในการดูแลครอบครัว ความเป็นอยู่ ไม่ค่อยละเอียดอ่อน ไม่สนใจในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เช่น การกินอยู่ หรือเรื่องแสนงอน เพราะเอาอกเอาใจใครไม่ค่อยเป็น
ดาวจันทร์กับภพต่างๆ ในดวงชะตา

เมื่อเรากล่าวถึงอานุภาพของดาวจันทร์ไปแล้ว เราก็ต้องดูด้วยว่าดาวจันทร์ส่งผลกับบุคลในเรื่องใดบ้าง ซึ่งดูได้จาก “ภพ” ที่ดาวจันทร์ไปสถิตในดวงราศีจักร ถ้าดาวตกในภพที่ส่งผลถึงเช่น กุม เล็ง โยค กับลัคนา (บางตำราเรียกว่า เป็น ๑ ๓ ๕ ๗ ๙ ๑๑ กับลัคนา) ดาวก็จะมีอิทธิพลกับเจ้าชะตามาก แต่ถ้าดาวไปตกในช่องเบียน คือ อริ มรณะ วินาศะ ดาวก็จะไม่ค่อยส่งผล แต่ถ้าไปตกในช่องส่ง ดาวก็จะส่งผลเป็นกลางๆ ในตอนนี้เราจะมาดูว่าเมื่อดาวจันทร์สถิตในภพต่างๆ ของราศีจักรจะส่งผลถึงบุคคลอย่างไรบ้าง

  • ภพตนุ (เป็น ๑ กับลัคนา) จะเป็นคนมีร่างกายสวยงามอรชร เอวบางร่างน้อย ผิวเนียนละเอียด ขนตางอน ใบหน้ารูปไข่ สีหน้าสีตาดูแบ๊วๆ น่ารักใคร่เอ็นดู เป็นคนเรียบร้อยมีมารยาท อ่อนน้อม ละเอียดลออ อ่อนไหวง่าย เชื่อคนง่าย ชอบคนพูดจาดีๆ พ่อแม่มักหวงแหน มีฝีมือในเรื่องงานบ้านงานเรือน ชอบทำอาหาร เข้ากับคนง่าย พูดเก่ง พูดได้ทุกเรื่อง อยู่กับพ่อแม่จะเชื่อฟังพ่อแม่ อยู่กับสามีก็เชื่อฟังสามี ยามแก่เฒ่าก็เชื่อฟังลูก
  • ภพกดุมภะ (เป็น ๒ กับลัคนา) จะเป็นคนรูปงาม (มีรูปเป็นทรัพย์) ผิวพรรณผ่องใส เนียนละเอียดดี เป็นคนที่เรามักจะทายอายุผิดเพราะดูอ่อนกว่าวัย และยังส่งผลให้เป็นคนมีจริตงดงาม กิริยามารยาทเรียบร้อย
  • ภพสหัสชะ (เป็น ๓ กับลัคนา) มีรูปร่างสวยงาม มักมีเพื่อนมาก เป็นที่รักของเพื่อนๆ มีคนอยากรู้จัก อยากจะมาขอสมัครเป็นเพื่อน
  • ภพพันธุ (เป็น ๔ กับลัคนา) เป็นคนที่ต้องจับมาฝึกฝนเข้าคอร์สอบรมกิริยามารยาทเสียก่อน จึงจะมีความเรียบร้อย ไม่เช่นนั้นจะหยิบโหย่ง ท่าทางไม่เรียบร้อยกระโดกกระเดก มีรูปร่างไม่ค่อยสวยงาม เช่นออกไปทางกลมหรือแบน
  • ภพปุตตะ (เป็น ๕ กับลัคนา) เรื่องงานบ้านงานเรือนต้องเรียนจึงจะทำได้ สมัยอ่อนวัยไม่ละเอียดอ่อนต่อเมื่อเป็นผู้ใหญ่แล้วจึงมีความละเอียดอ่อนในภายหลัง เป็นคนที่ไม่แต่งหน้าแต่งตัวแล้วดูไม่สวย ถ้าแต่งเติมขึ้นมาจึงสวย ตอนเด็กๆไม่สวย โตขึ้นกลับงดงาม เหมือนนิทานเรื่องลูกเป็ดขี้เหร่
  • ภพอริ (เป็น ๖ กับลัคนา) ผิวพรรณไม่งาม มักมีสิว หน้าตาและรูปร่างไม่สวย มักจะแก่ง่ายหรืออ้วนง่าย ต้องออกกำลังกาย ต้องไปฟิตเนสเพื่อรักษาหุ่นให้สวยงาม ต้องดื่มน้ำมากๆ เพื่อไม่ให้ผิวแห้ง เป็นคนแต่งตัวไม่ขึ้น
  • ภพปัตนิ (เป็น ๗ กับลัคนา) เป็นคนมีเสน่ห์ น่ารักน่าใคร่ เป็นที่รักแก่บุคคลรอบข้าง
  • ภพมรณะ (เป็น ๘ กับลัคนา) เดิมทีมีผิวพรรณดี เป็นคนสวยงาม เมื่ออายุมากขึ้นความงามจึงค่อยๆ ลดลง ค่อยๆ อ้วนขึ้น ผิวพรรณค่อยๆ เหี่ยวลง
  • ภพศุภะ (เป็น ๙ กับลัคนา) เป็นคนที่คิดละเอียดอ่อน คิดหยุมหยิม คิดเล็กคิดน้อย จู้จี้จุกจิก
  • ภพกัมมะ (เป็น ๑๐ กับลัคนา) เป็นคนที่ทำงานละเอียด งานที่ต้องดูแล ต้องเอาใจใส่กับงาน งานลักษณะ เล็กๆ น้อยๆ
  • ภพลาภะ (เป็น ๑๑ กับลัคนา) เป็นคนที่มีลาภเป็นของกิน ของฝาก ของเล็กๆ น้อยๆ
  • ภพวินาศะ (เป็น ๑๒ กับลัคนา) ผิวพรรณไม่งาม มักเป็นสิว มักมีเรื่องถูกทำร้ายแบบเล็กน้อย เช่นโดนตบ โดนด่า โดนตี หรือมีเรื่องไม่ดีไม่งาม
ความรู้เรื่องดาวจันทร์ ดาวคู่มิตร คู่ธาตุ คู่สมพล คู่ศัตรู

ในตอนนี้เราก็จะกล่าวถึงดาวจันทร์เมื่อกระทบหรือส่งกระแสสัมพันธ์ถึงดาวอื่นๆ ว่าจะส่งผลดีร้ายอย่างไร ดาวที่กระทบกัน ถ้าถูกชะตากันก็จะส่งผลดี ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน หรือ ส่งผลให้เกิดผลประโยชน์ดีๆ ขึ้นมา และในทางกลับกัน เมื่อไปเจอคู่ศัตรูก็จะส่งผลในทางลบนั่นเอง

  • คู่แรกที่จะกล่าวถึงคือดาวคู่มิตร “จันทร์โฉมตรู พุธนงเยาว์” ดาวคู่มิตร จันทร์-พุธ ส่งผลดีเป็นความอ่อนหวาน ชื่นชมยินดี ทำให้เจ้าชะตามีเสน่ห์เย้ายวน ขี้เล่น พูดจาอ่อนหวานดี มีวาทะศิลป์โน้มน้าวคนเก่ง มีสำบัดสำนวน เจ้าบทเจ้ากลอน รูปร่างหน้าตาน่ารักใคร่ อ่อนโยน เจ้าความคิด
  • คู่ที่สองคือดาวคู่ธาตุ จันทร์เป็นดาวธาตุดินอ่อนจึงเป็นคู่ธาตุดินกับดาวพฤหัส ต่างกันที่ดาวพฤหัสเป็นดินแข็งที่หนักแน่น ดาวคู่ธาตุดิน จันทร์-พฤหัส ส่งผลเป็นความมั่นคงถาวร เป็นปึกแผ่น มีความเจริญขึ้นแบบมั่นคง อุดมด้วยทรัพย์และปัญญา เจ้าชะตามีความรับผิดชอบสูง ไม่ชอบเรื่องคลุมเครือ มักมีมรดก หรือ มีผู้ใหญ่คอยอุปถัมภ์ แต่ดาวจันทร์นั้นเป็นคู่ศัตรูกับดาวพฤหัสด้วย ส่งผลให้เจ้าชะตาออกจะจู้จี้ขี้บ่น คนรอบข้างจึงรู้สึกว่า “เป็นคนเยอะ” เรื่องมาก
  • คู่ที่สามคือคู่สมพล (กำลังดาวรวมกันได้ 27) จันทร์เป็นคู่สมพลกับดาวราหู ส่งผลดีเป็นเรื่องผลประโยชน์ที่ไม่เปิดเผย เรื่องความลับ หากมีผลประโยชน์ร่วมกันแล้วก็ไปด้วยกันได้ เจ้าชะตามักมีเสน่ห์ร้อนแรง ออกจะเจ้าชู้ และมักจะหักห้ามใจไม่ค่อยได้ ทำในเรื่องลักลอบซ่อนเร้น
  • คู่ที่สี่คือดาวคู่ศัตรู “จันทร์เป็นศัตรูกับพฤหัส” ดาวคู่ศัตรู จันทร์-พฤหัส ตามที่ได้กล่าวแล้วในหัวข้อดาวคู่ธาตุ ส่งผลเสียในแบบพ่อกับลูก คือ พ่อมักจะเคร่งครัดกับลูก ทำให้ลูกหงุดหงิดไม่พอใจ อย่างไรก็ตามพฤหัสนั้นไม่เคยเบื่อหรือหงุดหงิดจันทร์ ที่บ่นหรือตำหนินั้นเพราะความรักลูก แต่จันทร์นั้นเบื่อหน่ายพฤหัสที่คอยควบคุม ตำหนิ และเคร่งครัดอยู่เสมอ ผลของดาวคู่นี้ทำให้เจ้าชะตาขี้บ่น หรือ มักจะถูกตำหนิบ่อยๆ ก็เป็นได้
ดาวที่สถิตในเรือนเกษตรของดาวจันทร์

นอกเหนือจากการพยากรณ์ดาวจันทร์สถิตในภพต่างๆ ของดวงจักรราศี ส่งผลแตกต่างกันไปตามเรื่องหรือภพนั้นๆ แล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่นักพยากรณ์ควรสังเกตุ คือ การที่มีดาวในดวงกำเนิดไปสถิตในเรือนเกษตรของดาวจันทร์ ก็ส่งผลให้ดาวจันทร์ได้อีกทางหนึ่งด้วย ยกตัวอย่างเช่น

  • ดาวพฤหัสคู่ธาตุและคู่ศัตรู อยู่ในเรือนเกษตรของดาวจันทร์ คือมีดาวพฤหัสในราศีกรกฎ ส่งผลให้เจ้าชะตา มีผู้ใหญ่อุปถัมภ์ค้ำชู มีความมั่นคงในชีวิต ชีวิตไม่ขัดสน เจริญขึ้นด้วยทรัพย์และปัญญา  
  • ดาวราหูคู่สมพล อยู่ในเรือนเกษตรของดาวจันทร์ คือมีดาวราหูในราศีกรกฎ ส่งผลให้เจ้าชะตาเป็นคนมีเสน่ห์แรง เป็นที่รักใคร่ ต้องตาต้องใจ
  • ดาวเกตุ หรือดาวบุญ อยู่ในเรือนเกษตรของดาวจันทร์ คือมีดาวเกตุในราศีกรกฎ ดาวเกตุเป็นเหมือนสารเร่งปฏิริยาส่งผลดีกับดาวประเภทศุภเคราะห์ให้ยิ่งดีขึ้นไปอีก นั่นคือ เจ้าชะตามีความเมตตา น้ำใจดี โอบอ้อมอารี มีจริยธรรม ปัญญาดี มีเสน่ห์ปลายจวัก มักทำงานอยู่กับบ้าน เป็นที่รักและหลงใหลของคนที่อยู่ใกล้
  • ดาวมฤตยู หรือดาวกรรม อยู่ในเรือนเกษตรของดาวจันทร์ คือมีดาวมฤตยูในราศีกรกฎ ดาวมฤตยูสถิตราศีใดจะคอยทำลายอานุภาพของดาวที่ร่วมราศีและส่งผลถึงดาวเจ้าเรือนเกษตรอีกด้วย ทำให้บุคคลนั้นไม่มีความละเอียดอ่อน ชอบทำงานนอกบ้าน ชอบการต่อสู้ มักพกพาอาวุธ เพราะมฤตยูทำลายความเป็นจันทร์ให้ผิดเพี้ยนอาเพศไป
ดาวจันทร์กับพรรคพวก

ดาวจันทร์เมื่ออยู่ลำพังมีฤทธิ์ในเรื่องครอบครัว สามีภรรยา ความอ่อนโยน ละเอียด และการดูแลเอาใจใส่ แต่เมื่อดาวจันทร์ได้พรรคพวกที่เข้ากันได้มาระดมกำลังกันเกิดเป็นกลุ่มดาวที่ส่งผลเป็นความสุข ความสำเร็จ ในตอนนี้จะกล่าวถึงกลุ่มดาวที่รวมตัวกันเป็นเกณฑ์เป็นก๊กเหล่า ว่าจะส่งผลอย่างไรบ้าง

  • ก๊กเศรษฐี ๒๔๕๖ ประกอบด้วย ดาวจันทร์ พุธ พฤหัส และดาวศุกร์ เมื่อ ๒๔๕๖ ร่วมราศี หรือ โยคถึงกัน และส่งผลถึงลัคนา จะทำให้อุดมไปด้วยเงินทอง ทรัพย์สมบัติ มีความเจริญก้าวหน้าในการค้าขาย มีครอบครัวที่อบอุ่นและมีความสุข
  • ก๊กพระยา ๑๒๓๔ ประกอบด้วย ดาวอาทิตย์ ดาวจันทร์ ดาวอังคาร และดาวพุธ เมื่อ ๑๒๓๔ ร่วมราศี หรือ โยคถึงกัน และส่งผลถึงลัคนา จะเกิดในวงศ์ตระกูลสูงส่ง พรั่งพร้อมด้วยเกียรติยศ ชื่อเสียง ฐานะร่ำรวย ทรัพย์สมบัติมาก ครอบครัวมีความมั่นคง บริวารรายรอบ หรือโบราณมักเรียกว่า คาบช้อนทองมาเกิด นั่นเอง

ด้วยสำนึกในพระคุณครู

กราบแทบบาทครูบาอาจารย์เจ้า ผู้คอยเฝ้าสอนสั่งศิษย์ทั้งหลายฯ

ทีมงานตาณฑวะ